วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ดร.สำราญ สมพงษ์ จับมือ AI วิเคราะห์ “พัฒนาการประชาธิปไตยบนสนามเลือกตั้งปี 2569: ไท ไทย” — สองเส้นทางประชาธิปไตยในอุษาคเนย์ต่างที่มาแต่ร่วมอุดมการณ์เสรีภาพ



เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ดร.สำราญ สมพงษ์ นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเกษตรเสรี เปิดเผยผลการวิเคราะห์เชิงวิชาการร่วมกับระบบ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้หัวข้อ “พัฒนาการประชาธิปไตยบนสนามเลือกตั้งปี 2569: ไท ไทย” ซึ่งมุ่งศึกษาความแตกต่างและความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่าง “ไท” (ชนชาติไทใหญ่ในเมียนมา) และ “ไทย” (ประเทศไทย) ในบริบทประชาธิปไตยร่วมสมัยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


🔹 ประชาธิปไตยสองแบบในสองบริบท

งานวิเคราะห์ระบุว่า “ไท” และ “ไทย” แม้มีรากทางวัฒนธรรมร่วมกัน แต่เส้นทางประชาธิปไตยกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง

ในฝั่ง ประเทศไทย (ไทย) การเลือกตั้งปี 2569 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของประชาธิปไตยไทย หลังความขัดแย้งระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยมกับฝ่ายเสรีนิยมยืดเยื้อมานาน ประเด็นหลักในการเลือกตั้งมุ่งไปที่ “การกระจายอำนาจ” และ “การปรับโครงสร้างสถาบันทางการเมือง” ให้เข้ากับยุคดิจิทัล

ประชาธิปไตยไทยในปี 2569 มีแนวโน้มพัฒนาเป็น “ประชาธิปไตยเชิงมีส่วนร่วม” (Participatory Democracy) ผ่านพลังของคนรุ่นใหม่ที่ใช้สื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นพื้นที่แสดงออกทางการเมือง

ขณะที่ใน รัฐฉานของเมียนมา กลุ่มชนชาติ ไทใหญ่ (Tai Yai) ยังคงอยู่ในภาวะ “ประชาธิปไตยในเงื่อนไขความขัดแย้ง” (Democracy under Conflict) หลังรัฐประหารปี 2564 โครงสร้างรัฐกึ่งทหารยังครอบงำ แต่ในระดับท้องถิ่นกลับปรากฏรูปแบบ “ประชาธิปไตยจากฐานล่าง” (Grassroots Democracy) ซึ่งชาวไทใช้กระบวนการปรึกษาหารือของชุมชน การลงมติแบบฉันทามติ และการแก้ปัญหาด้วยหลักเมตตา–ขันติธรรม เป็นเครื่องมือบริหารตนเอง


🔹 AI วิเคราะห์เทียบ “ไท” กับ “ไทย”

การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบของ ดร.สำราญ และระบบ AI ได้จัดทำตารางเปรียบเทียบระหว่าง “ไท” และ “ไทย” โดยพบว่า

มิติการวิเคราะห์ไท (ไทยใหญ่ในเมียนมา)ไทย (ประเทศไทย)
โครงสร้างรัฐกึ่งรวมศูนย์ภายใต้รัฐบาลทหารรัฐเดี่ยวแบบประชาธิปไตยรัฐสภา
การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น/จำลองระบบระดับชาติ ภายใต้ กกต.
วัฒนธรรมการเมืองฉันทามติ-ชุมชนมีส่วนร่วมการแข่งขันของพรรคการเมือง
อุปสรรคหลักความไม่มั่นคงทางการเมืองและการทหารความแตกแยกทางอุดมการณ์
แนวโน้มปี 2569ฟื้นพลังการเมืองท้องถิ่นและอัตลักษณ์ชาติพันธุ์พัฒนาเป็นประชาธิปไตยดิจิทัล มีส่วนร่วมของเยาวชน

🔹 จุดร่วมของ “ไท” และ “ไทย” — เสรีภาพและศักดิ์ศรีมนุษย์

ดร.สำราญ วิเคราะห์ว่า แม้ “ไท” และ “ไทย” อยู่คนละขั้นของพัฒนาการประชาธิปไตย — ไทยมุ่งสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคงภายใต้ระบบเลือกตั้งซับซ้อน ส่วนไทใหญ่ยังต่อสู้เพื่อ “สิทธิ์เลือกตั้ง” และ “สิทธิ์ปกครองตนเอง” — แต่ทั้งสองต่างมีรากอุดมการณ์ร่วมคือ “ความปรารถนาในเสรีภาพ” และ “ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ในการกำหนดชะตาชีวิตตนเอง”

“ประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงระบบเลือกตั้ง แต่คือวัฒนธรรมแห่งเสรีภาพและความเคารพกัน”
— ดร.สำราญ สมพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย


🔹 ข้อเสนอเชิงนโยบาย

งานวิเคราะห์เสนอว่า ประเทศไทยควรส่งเสริม “การศึกษาเพื่อประชาธิปไตยเชิงวิพากษ์” (Critical Civic Education) เพื่อให้เยาวชนเข้าใจรากของสิทธิเสรีภาพและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ขณะที่กรณี “ไทใหญ่” ควรได้รับการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศในด้าน สิทธิมนุษยชนและการปกครองตนเองในระดับท้องถิ่น

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของ ดร.สำราญ และ AI ได้รับความสนใจอย่างมากจากวงวิชาการการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการเชื่อมโยง “เทคโนโลยีสติปัญญา” เข้ากับ “ปัญญาแห่งอุษาคเนย์” เพื่อทำความเข้าใจประชาธิปไตยในฐานะกระบวนการทางวัฒนธรรมและมนุษยธรรมร่วมกันของภูมิภาค

วิเคราะห์พัฒนาการประชาธิปไตยบนสนามเลือกตั้งปี 2569: ไท ไทย


1. บทนำ

พัฒนาการประชาธิปไตยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตะวันตก โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ “ไท” และ “ไทย” เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนความแตกต่างเชิงโครงสร้างทางอำนาจ วัฒนธรรมการเมือง และเส้นทางของรัฐสมัยใหม่ได้อย่างชัดเจน

ในปี พ.ศ. 2569 สนามการเลือกตั้งทั้งใน ประเทศไทย และในเขตการปกครองของชนชาติ ไท (ไทยใหญ่) ในประเทศเมียนมา มีความน่าสนใจอย่างยิ่งในแง่ของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชน และการตีความ “ประชาธิปไตย” ที่ต่างกันตามประสบการณ์ประวัติศาสตร์

คำว่า “ไท” หมายถึง ชนชาติไทใหญ่ (Shan or Tai Yai) ซึ่งมีถิ่นฐานในรัฐฉานของประเทศเมียนมา ส่วน “ไทย” หมายถึง ประชาชนในราชอาณาจักรไทย ที่มีระบบการเมืองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเปรียบเทียบทั้งสองกรณีนี้จึงช่วยให้เข้าใจ “พัฒนาการประชาธิปไตยในบริบทอุษาคเนย์” ได้อย่างรอบด้าน


2. กรอบแนวคิดทางทฤษฎี

งานศึกษานี้ใช้กรอบแนวคิดหลัก 3 ประการ ได้แก่

  1. ทฤษฎีประชาธิปไตยเชิงพัฒนา (Developmental Democracy Theory) – ชี้ให้เห็นว่าประชาธิปไตยจะเติบโตได้ต่อเมื่อเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษามีความเข้มแข็งเพียงพอ

  2. ทฤษฎีอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ (Ethnic Identity Theory) – อธิบายการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ไทในเมียนมาว่าเป็น “ประชาธิปไตยในเงื่อนไขการต่อรองอำนาจ” มากกว่าประชาธิปไตยแบบตัวแทน

  3. ทฤษฎีสังคมการเมืองเปรียบเทียบ (Comparative Political Analysis) – ใช้เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมทางการเมืองและโครงสร้างการเลือกตั้งระหว่าง “ไท” และ “ไทย”


3. พัฒนาการประชาธิปไตยในประเทศไทย (ไทย)

ประเทศไทยในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2569 อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของประชาธิปไตยหลังยุคความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยมกับฝ่ายเสรีนิยม ประเด็นหลักในการเลือกตั้งครั้งนี้มุ่งไปที่ “การกระจายอำนาจ-การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ” และ “การปรับบทบาทของสถาบันการเมืองให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล”

ระบบการเลือกตั้งแบบ จัดสรรปันส่วนผสม (Mixed-Member System) ยังคงใช้ต่อเนื่อง แต่มีการปรับสูตรการคำนวณให้สอดคล้องกับความต้องการของพรรคขนาดกลางและพรรคท้องถิ่นมากขึ้น

ในมิติของวัฒนธรรมการเมือง ประชาธิปไตยไทยในปี 2569 แสดงให้เห็นแนวโน้มของ “ประชาธิปไตยเชิงมีส่วนร่วม” (Participatory Democracy) ผ่านการใช้สื่อดิจิทัลและการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็น “เสรีภาพทางความคิด” มากกว่าการแข่งขันของพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว


4. พัฒนาการประชาธิปไตยของกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ (ไท) ในเมียนมา

ในขณะเดียวกัน ในรัฐฉานของประเทศเมียนมา กลุ่มชาติพันธุ์ “ไท” หรือ “ไทยใหญ่” ยังคงเผชิญกับบริบทของ ประชาธิปไตยในเงื่อนไขความขัดแย้ง (Democracy under Conflict)

หลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2564 โครงสร้างการเมืองของเมียนมายังคงอยู่ในสภาพของ “รัฐกึ่งทหาร” (Hybrid Authoritarian State) แต่ในพื้นที่รัฐฉาน การเคลื่อนไหวของกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่กลับสะท้อนรูปแบบ “ประชาธิปไตยจากฐานล่าง” (Grassroots Democracy) ที่เน้นการบริหารตนเองภายในหมู่บ้านหรือเมืองต่าง ๆ โดยใช้สภาท้องถิ่นและผู้นำชุมชนเป็นกลไกสำคัญ

ในปี 2569 กลุ่มไทใหญ่จำนวนหนึ่งมีความพยายามจะจัด “การเลือกตั้งท้องถิ่นจำลอง” เพื่อแสดงออกถึงความปรารถนาในสิทธิการปกครองตนเอง ซึ่งแม้ไม่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลกลางเมียนมา แต่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟู “อัตลักษณ์ประชาธิปไตยแบบไท” ที่มีรากฐานจากจารีตประเพณี เช่น การประชุมหมู่บ้าน การลงมติด้วยฉันทามติ และการแก้ปัญหาด้วยหลัก “เมตตา–ขันติธรรม”


5. การเปรียบเทียบประชาธิปไตย “ไท” กับ “ไทย”

มิติการวิเคราะห์ไท (ไทยใหญ่ในเมียนมา)ไทย (ประเทศไทย)
โครงสร้างรัฐกึ่งรวมศูนย์ภายใต้รัฐบาลทหารรัฐเดี่ยวแบบประชาธิปไตยรัฐสภา
การเลือกตั้งยังอยู่ในระดับท้องถิ่น/ไม่เป็นทางการเป็นระบบระดับชาติ มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง
วัฒนธรรมการเมืองเน้นฉันทามติและการมีส่วนร่วมของชุมชนเน้นการแข่งขันของพรรคและแนวคิดเสรีนิยม
อุปสรรคหลักความไม่มั่นคงทางการเมืองและการทหารความแตกแยกทางอุดมการณ์และผลประโยชน์ทางการเมือง
แนวโน้มปี 2569ฟื้นพลังการเมืองท้องถิ่นและอัตลักษณ์ชาติพันธุ์พัฒนาเข้าสู่ประชาธิปไตยดิจิทัลและการมีส่วนร่วมของเยาวชน

6. การวิเคราะห์เชิงสังเคราะห์

การเมืองของ “ไท” และ “ไทย” แม้ต่างกันด้านโครงสร้างและอำนาจรัฐ แต่ต่างมี “ความปรารถนาในเสรีภาพ” เป็นรากเดียวกัน

ประชาธิปไตยไทยพยายามเคลื่อนไปข้างหน้าภายใต้ระบบเลือกตั้งที่ซับซ้อนและแรงกดดันจากผลประโยชน์ทางการเมือง ส่วนประชาธิปไตยของไทใหญ่กลับเป็น “การต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิ์เลือกตั้ง” เสียก่อน ทั้งสองจึงอยู่คนละขั้นของพัฒนาการ แต่ต่างมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือ “ศักดิ์ศรีของมนุษย์ในการกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง”


7. สรุปและข้อเสนอแนะ

พัฒนาการประชาธิปไตยบนสนามเลือกตั้งปี 2569 ของ “ไท” และ “ไทย” สะท้อนว่าประชาธิปไตยไม่ใช่เพียง “ระบบการเลือกตั้ง” หากแต่เป็น “วัฒนธรรมแห่งเสรีภาพและการเคารพกัน”

ประเทศไทยควรส่งเสริม การศึกษาเพื่อประชาธิปไตยเชิงวิพากษ์ (Critical Civic Education) เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าใจรากของสิทธิเสรีภาพ ขณะที่กรณีของ “ไทใหญ่” ควรได้รับการสนับสนุนด้านสิทธิมนุษยชนและการปกครองตนเองจากประชาคมระหว่างประเทศ

ในที่สุด “ไท” และ “ไทย” คือสองเส้นทางที่ต่างที่มา แต่มีจุดหมายเดียวกัน — คือ ประชาธิปไตยที่เติบโตบนฐานของอัตลักษณ์และปัญญาแห่งตะวันออก


เอกสารอ้างอิง

  • Dahl, R. A. (1989). Democracy and Its Critics. Yale University Press.

  • ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. (2567). การเมืองไทยในกระแสเปลี่ยนผ่าน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

  • Smith, M. (2023). Burma: Insurgency and the Politics of Ethnicity. Zed Books.

  • สถาบันพระปกเกล้า. (2568). รายงานการเมืองไทยก่อนการเลือกตั้ง 2569.

  • ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ไทใหญ่ (รัฐฉาน). (2568). รายงานการมีส่วนร่วมทางการเมืองของชนชาติไทใหญ่.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เลือกตั้ง 2569 กับโจทย์ใหญ่ AI–หุ่นยนต์ ถอดรหัสนโยบายหาเสียง ผ่านกระจก Elon Musk บนเวทีดาวอส

เลือกตั้ง 2569 กับโจทย์ใหญ่ AI–หุ่นยนต์ ถอดรหัสนโยบายพรรคการเมืองไทยบนคลื่น Agentic AI และระเบียบโลกใหม่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไท...