ปัจจุบันนี้วัฒนาการระหว่างกายกับจิตหรือสมองกับจิตเริ่มเข้ามาใกล้กันทุกขณะ ตั้งแต่ที่มีการพัฒนา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (Artificial intelligence=AI) หรือหุ่นยนต์ที่มีความสามารถคล้ายมนุษย์ ที่นำมาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ทั้งด้านอุตสาหกรรมแทนแรงงานคน ด้านการสื่อสารสารสนเทศที่ทำมาใช้ด้านบวกและลบ ด้านบวกอย่างเช่่นเฟซบุ๊กนำมาใช้สกัดข่าวปลอมหรือข่าวที่สร้างความเกลียดชังหรือความรุนแรง หรือสำนักข่าวบีบีซีนำมาใช้เอื้อให้สามารถเข้าใจ ตั้งคำถามได้ ให้คำอธิบายที่สามารถตีความเพื่อให้การเสนอข่าวที่เป็นความจริง ไม่ใช่เรื่องแต่ง และใช้ตรวจสอบข้อมูลในทุกวันให้เกิด หรือด้านลบคือใช้ AI สร้างข่าวปลอมปล่อยในสื่อออนไลน์
ขณะที่ประเทศไทยก็มีการตื่นตัวและนำมาใช้ประโยชน์ในภาคต่างๆ ขณะที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ก็ได้ตั้งทีมวิจัยขึ้นมา และระหว่างวันที่ 7- 8 กันยายน 2561 คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับฝ่ายมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ สกว. จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ไทย ครั้งที่ 12 “อยู่ด้วยกัน : โลก เทคโนโลยี ความเหลื่อมล้ำ และความเป็นอื่น” ที่อาคารวชิรมงกุฎ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ศาสตราจารย์ นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานได้ระบุว่า การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 12 นี้ เป็นความพยายามครั้งสำคัญที่จะตอบคำถามว่า เกี่ยวกับประดิษฐกรรมใหม่ อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือหุ่นยนต์ ฯลฯ ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายมนุษยศาสตร์คงมิใช่แค่เพียงการตั้งคำถามเกี่ยวกับการเป็นอยู่ร่วมกันกับประดิษฐกรรมใหม่เหล่านี้ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับสิ่งอื่น หรือคนอื่นในพื้นที่ที่มีความแตกต่างหลากหลายและเส้นแบ่งที่คลุมเครือในศตวรรษที่ 21
แต่ก็มีเสียงแสดงความเห็นว่า "ดูเหมือน สกว.จะมีธงให้สนใจประเด็น Digital Humanities และประเด็น AI ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันและในอนาคตเป็นพิเศษ"
อย่างไรก็ตามในการนำเสนอบทความวิชาการได้มีผู้เสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ที่สัมพันธ์กับวิญญาณด้วย จึงนับได้ว่าการพัฒนาความคิดด้านกายขยับเข้ามาใกล้ด้านจิตทุกขณะ แม้ว่าจะนักวิชาการแสดงความเห็นว่าแม้ว่า AI จะพัฒนาไปมากเพียงใดก็ตามก็จะไม่กระทบต่อผู้นำทางจิตวิญญาณคือศาสนาก็ตาม
ดังนั้นจึงเป็นประเด็นที่ต้องวิจัยต่อว่า AI จะสัมพันธ์กับฝ่ายจิตวิญญาณในบริบทใด ฝ่ายใดจะถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือจะเอื้อกันอย่างไร เพราะล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ได้มีการคิดรหัสที่จะสะกัด AI คลองโลกได้แล้วโดยให้ชื่อว่า "โง่ประดิษฐ์" และพระพุทธศาสนาจะมีเครื่องมือใดที่จะทำหน้าที่เช่นเดียวกับ "โง่ประดิษฐ์" อย่างไร
พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้เสนอวิปัสสนากรรมฐานในการแก้ปัญหาสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงผันผวนหรือการหยุดชะงักอย่างรวดเร็วหรือที่เรียกว่า "disruption" ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 2 MCU Nan Congress ll เรื่อง การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาจิตใจและสังคมอย่างยั่งยืนในยุค Thailand 4.0 ในโอกาสจัดงานวันคล้ายวันก่อตั้งวิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มจร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2561
ขณะที่พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย จ.เชียงราย เป็นพระรูปหนึ่งที่ใช้สื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาและส่งเสริมสันติภาพ พร้อมกับติดตามการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิดรวมถึงประเด็น AI ได้ให้คำแนะว่า AI ต้องสามารถตอบสนองด้านสันติภาพ ต้องไม่รับใช้ความรุนแรงและสงคราม ซึ่งโลกนี้มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เวลาจะพัฒนาสิ่งใดจะมีผลกระทบเกิดขึ้น เพื่อให้สังคมโลกตระหนัก ถ้าเราพัฒนาที่ปราศจากสติจะนำไปสู่ความล้มสลายของมนุษยชาติ เราจึงต้องตระหนักในเรื่องสติสมาธิภาวนา ปัจจุบันความต้องการของคนต่างชาติต้องการมาเรียนสติมาธิภาวนา คนทั้งโลกต้องการสมาธิภาวนา เพราะสติสมาธิภาวนาเป็นฐานของสันติภาพ
พร้อมกันนี้พระมหาวุฒิชัยได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พระพุทธศาสนา กับ ปัญญาประดิษฐ์”ในการประชุมยุวพุทธิกสัมพันธ์แห่งโลก ครั้งที่ 8 จำนวนกว่า 1,000 คน ที่จัดขึ้นโดยสมาคมยุวพุทธิกสัมพันธ์แห่งโลก (World Youth Buddhist Society) โดยพิธีเปิดจัดขึ้นที่ห้องประชุมสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 และจัดกิจกรรมที่สถาบันวิมุตตยาลัย
ดังนั้น AI กับพระพุทธศาสนาจะมาบรรจบกันเพื่อสร้างสังคมสันติสุขให้เกิดขึ้นชาวโลกได้อย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น