วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

"ดร.สำราญ" ร่วมกับ AI วิเคราะห์ยุทธวิธีพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


ดร.สำราญ สมพงษ์ ร่วมกับ AI วิเคราะห์ยุทธวิธีพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดอบรม ณ วัดประยุรวงศาวาส กรุงเทพมหานคร 12–14 พฤศจิกายน 2568

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ที่อาคารสิริภักดีธรรม วัดประยุรวงศาวาส แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

ดร.สำราญ สมพงษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเกษตรเสรี
ได้ร่วมกับ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำการ วิเคราะห์ยุทธวิธีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์
ในโครงการ “พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (AI)”
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (เหลือจ่าย) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–14 พฤศจิกายน 2568


บทคัดย่อการวิเคราะห์

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ ยุทธวิธีและแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของศูนย์พระปริยัตินิเทศก์
ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Artificial Intelligence: AI) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมดิจิทัล
โดยผลการวิเคราะห์พบว่า การบูรณาการ “ภูมิปัญญาพระธรรม” เข้ากับ “พลังแห่งเทคโนโลยี AI
จะช่วยเสริมศักยภาพของคณะสงฆ์ไทยให้สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และทันสมัย


สาระสำคัญของการวิเคราะห์

ดร.สำราญ ระบุว่า การพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ของศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์มีเป้าหมายเพื่อ

  1. เสริมสร้างความรู้ด้านเทคโนโลยีและ AI ให้แก่พระนิเทศก์ทั่วประเทศ

  2. พัฒนาทักษะการสื่อสารทางศาสนาในยุคดิจิทัล

  3. สร้างเครือข่ายนิเทศสงฆ์ระดับชาติ

  4. วางรากฐานระบบข้อมูลกลางของคณะสงฆ์ที่มีความโปร่งใสและยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้อธิบายยุทธวิธีหลัก 4 ด้าน ได้แก่

  • ยุทธวิธีที่ 1: การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม “พระสอนพระ” เน้นกระบวนการเรียนรู้เชิงกัลยาณมิตร

  • ยุทธวิธีที่ 2: การบูรณาการ AI กับภารกิจสงฆ์ เช่น การเผยแผ่ออนไลน์ การสร้างสื่อธรรมะอัตโนมัติ และระบบบริหารข้อมูล

  • ยุทธวิธีที่ 3: การเสริมสมรรถนะเชิงดิจิทัล เพื่อให้พระนิเทศก์ใช้เครื่องมือดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่ว

  • ยุทธวิธีที่ 4: การสร้างเครือข่ายนิเทศสงฆ์ดิจิทัลทั่วประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง


ผลการดำเนินโครงการ

จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า

  • พระนิเทศก์มีความเข้าใจการใช้ AI มากขึ้น ร้อยละ 85

  • เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน “ธรรมะออนไลน์” อย่างเป็นระบบ

  • บุคลากรสามารถผลิตสื่อธรรมะดิจิทัล เช่น คลิปเสียง อินโฟกราฟิก และบทความข่าว

  • ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์สามารถจัดตั้ง ฐานข้อมูลกลาง (Information Hub) สำหรับการบริหารข้อมูลทางศาสนาได้จริง

การพัฒนาในลักษณะนี้ถือเป็น “พุทธ–ดิจิทัลยุทธศาสตร์” (Buddhist–Digital Adaptation)
ที่มุ่งให้คณะสงฆ์ไทยก้าวทันเทคโนโลยี พร้อมคงไว้ซึ่งคุณธรรมและปัญญา


ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

  1. จัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลกลางด้าน AI เพื่อพระพุทธศาสนา

  2. พัฒนาหลักสูตร “นิเทศสงฆ์ดิจิทัล (Digital Buddhist Communication)” ระดับอุดมศึกษา

  3. สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างวัด มหาวิทยาลัย และภาครัฐ

  4. จัดอบรมต่อเนื่องเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของพระสงฆ์อย่างยั่งยืน


สรุปผลการวิเคราะห์

ยุทธวิธีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ AI
สะท้อนการปรับตัวของคณะสงฆ์ในยุคใหม่อย่างมีสติและวิสัยทัศน์
โดยเน้นการบูรณาการภูมิปัญญาพระธรรมเข้ากับนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบการสื่อสารทางศาสนาที่มีคุณธรรม โปร่งใส และยั่งยืน
อันเป็นไปตามเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือ “ความรู้แจ้ง ความเข้าใจ และการพ้นทุกข์

วิเคราะห์ยุทธวิธีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (AI)

บทคัดย่อ (Abstract)

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ยุทธวิธีและแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Artificial Intelligence: AI) ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ เหลือจ่าย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ณ อาคารสิริภักดีธรรม วัดประยุรวงศาวาส กรุงเทพมหานคร
ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาเชิงยุทธวิธีดังกล่าวมีความสำคัญต่อการปรับบทบาทของคณะสงฆ์ให้สอดคล้องกับสังคมดิจิทัล ทั้งในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา การจัดการศึกษา และการสื่อสารทางศาสนา โดยการบูรณาการระหว่าง “ภูมิปัญญาพระธรรม” กับ “พลังแห่งเทคโนโลยี AI” เพื่อสร้างระบบสื่อธรรมะอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และทันสมัย


๑. บทนำ

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในศตวรรษที่ ๒๑ ได้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อทุกภาคส่วนของสังคม รวมทั้งคณะสงฆ์ไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการศึกษา การเผยแผ่ และการบริหารศาสนกิจ ภายใต้แนวคิด “พุทธศาสนาในยุคดิจิทัล” การปรับตัวด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงมิใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็นยุทธศาสตร์แห่งการพัฒนา

ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ซึ่งทำหน้าที่ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ของคณะสงฆ์ทั่วประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เข้าใจและใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจัดโครงการ “พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (AI)” ขึ้น ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ อาคารสิริภักดีธรรม วัดประยุรวงศาวาส กรุงเทพมหานคร


๒. วัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการ

๑. เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ (AI) แก่บุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์
๒. เพื่อพัฒนาทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารทางพระพุทธศาสนาอย่างมีประสิทธิภาพ
๓. เพื่อสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพระนิเทศก์ในส่วนกลางและภูมิภาค
๔. เพื่อวางรากฐานระบบการสื่อสารของคณะสงฆ์ที่ทันสมัย โปร่งใส และเชื่อมโยงกับสังคมโลก


๓. กรอบแนวคิดทางทฤษฎี

การพัฒนาศักยภาพบุคลากรคณะสงฆ์ด้านเทคโนโลยีสามารถอธิบายผ่าน ๓ กรอบแนวคิดสำคัญ คือ

  1. แนวคิดพุทธปรัชญาเชิงพัฒนา (Buddhist Development Philosophy)
    เน้นหลัก “โยนิโสมนสิการ” (การคิดโดยแยบคาย) และ “สัปปุริสธรรม ๗” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยปัญญาและความเข้าใจอันถูกต้อง

  2. แนวคิดการบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงสมรรถนะ (Competency-Based Development)
    มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ ทักษะ และทัศนคติของบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจขององค์กรศาสนา

  3. แนวคิดเทคโนโลยีเพื่อสังคม (Technology for Social Empowerment)
    เน้นการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร การเผยแผ่ธรรมะ และการบริหารข้อมูลเชิงศาสนา


๔. ยุทธวิธีการพัฒนาและดำเนินการ (Strategic Approaches)

๔.๑ ยุทธวิธีที่ ๑: การเรียนรู้ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม

ใช้แนวทาง “พระสอนพระ” โดยให้พระนิเทศก์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเป็นผู้นำอบรม ถ่ายทอดประสบการณ์จริง และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบกัลยาณมิตร

๔.๒ ยุทธวิธีที่ ๒: การบูรณาการเทคโนโลยี AI กับภารกิจคณะสงฆ์

สอนให้บุคลากรเข้าใจการใช้ AI ในงานด้าน

  • การเผยแผ่ธรรมะออนไลน์

  • การสร้างเนื้อหาธรรมะอัตโนมัติ (AI-assisted Content Creation)

  • การวิเคราะห์สื่อและฐานข้อมูลกิจกรรมสงฆ์

  • การบริหารจัดการข่าวสารภายในองค์กรสงฆ์อย่างโปร่งใส

๔.๓ ยุทธวิธีที่ ๓: การเสริมสร้างสมรรถนะเชิงดิจิทัล (Digital Literacy)

จัดอบรมการใช้เครื่องมือดิจิทัล เช่น ระบบฐานข้อมูลกลาง เว็บไซต์คณะสงฆ์ ระบบคลาวด์ และแพลตฟอร์มสื่อสังคม

๔.๔ ยุทธวิธีที่ ๔: การสร้างเครือข่ายนิเทศสงฆ์ดิจิทัล

จัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ระหว่างพระนิเทศก์จากภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ข่าวสาร และองค์ความรู้ผ่านเครือข่ายออนไลน์


๕. ผลการดำเนินการและการวิเคราะห์ผล

จากการสังเกตและประเมินผลเบื้องต้นของโครงการ พบว่า

  1. พระนิเทศก์มีความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีและ AI มากขึ้นร้อยละ ๘๕

  2. เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเผยแผ่ธรรมะออนไลน์อย่างเป็นระบบ

  3. บุคลากรสามารถผลิตสื่อธรรมะด้วยตนเอง เช่น คลิปเสียงธรรมะ อินโฟกราฟิก และบทความข่าวสาร

  4. ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์สามารถวางโครงสร้างฐานข้อมูลกลาง (Information Hub) เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสารทางศาสนาได้จริง

การวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์จึงชี้ว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้วยเทคโนโลยีและ AI ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเทคนิค แต่ยังสร้างพลังทางจิตวิญญาณในยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ธรรมะดิจิทัลเพื่อสังคมสันติสุข”


๖. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

  1. คณะสงฆ์ควรจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลกลางด้าน AI เพื่อพระพุทธศาสนา เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานสงฆ์ทั่วประเทศ

  2. สนับสนุนการสร้าง หลักสูตรนิเทศสงฆ์ดิจิทัล (Digital Buddhist Communication) ในระดับปริญญา

  3. จัดตั้ง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างวัด มหาวิทยาลัย และภาครัฐ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเชิงศาสนา

  4. ส่งเสริมให้มี โครงการอบรมต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรคณะสงฆ์สามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี


๗. สรุปผลการวิเคราะห์

ยุทธวิธีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ AI เป็นการปรับตัวเชิงพุทธ–ดิจิทัล (Buddhist–Digital Adaptation) ที่มุ่งให้คณะสงฆ์ก้าวทันสังคมยุคใหม่อย่างมีคุณธรรมและปัญญา
การบูรณาการภูมิปัญญาพระธรรมกับเทคโนโลยี ทำให้เกิดระบบการสื่อสารศาสนาแบบยั่งยืน เป็นแบบอย่างของการพัฒนาเชิงสังคมจิตวิญญาณที่สอดคล้องกับเป้าหมายของพุทธศาสนา คือ “ความรู้แจ้ง ความเข้าใจ และการพ้นทุกข์”


บรรณานุกรม (References)

  • พระไตรปิฎกฉบับหลวง. (๒๕๔๖). มหามกุฏราชวิทยาลัย.

  • พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช). (๒๕๖๖). เทคโนโลยีกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มจร.

  • สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (๒๕๖๗). รายงานการพัฒนาการศึกษาพระปริยัติธรรม.

  • กรมส่งเสริมการเรียนรู้. (๒๕๖๕). การพัฒนาทักษะดิจิทัลในภาครัฐและศาสนา. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หากนักปรัชญากรีกลงสมัครเลือกตั้ง 2569 คนไทยกำลังเลือกไม่ใช่แค่พรรค แต่คือระบอบความจริงยุคเอไอ

รายงานการวิจัยถึง การวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์และปรัชญานโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยใช้กรอบการวิเคราะห์เชิงจิน...