วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2561
"มมร-มจร"จับมือพัฒนาคณาจารย์ด้านพุทธ บริการสังคมภาวะโลก"disruption"
วันที่ 8 กันยายน 2561 ที่ประชุมห้องสมุด สมเด็จพระญาณวโรดม มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร) พระเทพบัณฑิต อธิการบดี มมร เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาอาจารย์เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ โดยมีคณาจารย์ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคประมาณ 100 รูป/คน เข้าร่วม และได้กล่าวว่า เอกสารประกอบการสอนนั้นจัดเป็นคู่มือสำคัญในฐานะเป็นสิ่งชี้ทิศนำทางให้การสอนมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น เพราะจะทำให้ผู้เรียนได้เข้าใจแกนหลักของประเด็นในการศึกษาแต่ละรายวิชา
จากนั้นพระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,รศ.ดร. ผู้อำนายการหลักสูตรสันติศึกษาและวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มจร บรรยาย เรื่อง "เทคนิคและแนวทางการเขียนเอกสารประกอบการสอน" ความว่า มมร และ มจร เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย มีบทบาทสำคัญในการชี้นำสังคม โดยการนำหลักพระพุทธศาสนาเข้าไปร่วมตอบโจทย์สังคมที่กำลังเผชิญหน้ากับการท้าทายภายใต้กระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป (disruption) การจับมือกันเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการร่วมผลิตผลงานทางวิชาการทางพระพุทธศาสนาเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมโลกต่อไป
"มหาวิทยาลัยแปลว่า #สถานที่เป็นอยู่อาศัยและผลิตความรู้ที่ยิ่งใหญ่ #หัวใจของมหาวิทยาลัยจึงเป็นอื่นไปไม่ได้หากมิใช่วิชาการ แล้วนำวิชาการลงไปสู่การปฏิบัติ เพราะมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ในการเสริมสร้างความสว่างไสวทางสติปัญญาให้แก่ชีวิตและสังคม ในบรรดาการบริหารจัดการทั้งหมดของมหาวิทยาลัย จึงไปจบลงที่วิชาการ การพัฒนาองค์ความรู้วิชาการ และเอื้อต่อการเสริมสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการให้แก่นิสืต คณาจารย์ และบุคคลทั่วไปที่เข้ามารับบริการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงความรู้ ตื่น และเบิกบานตามความมุ่งหมายของพระพุทธศาสนา"พระมหาหรรษา กล่าวและว่า
การเขียนนั้นเกิดการ 2 สร้าง คือ สร้างภาพในสมองออกมาเป็นภาพในกระดาษแล้วสร้างภาพในกระดาษมาเป็นตัวหนังสือ ถือว่าเป็นภาวนามยปัญญา การเขียนทำให้เราต้องอ่านและคิด คิดและอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าพึงตระหนักว่า "โลกจดจำนักเขียนนานมากกว่านักพูด" ถอดจากพระไตรปิฏก อยากให้โลกจำว่าเราเป็นใครต้องเขียนหนังสือ เช่น จากหนังสือวิมุตติมรรคพัฒนาเป็นสุทธิมรรคโดยมีกรอบของ ไตรสิกขา จากนั้นเขียนพุทธธรรมโดยมีกรอบอริยสัจ คนจะจำเราได้เพราะงานเขียนของเรา ด้วยการมา "สร้างตัวหนังสือเป็นภูมิธรรมของชีวิต" ทั้งพระพุทธศาสนาและศาสตร์สมัยใหม่ ด้วยคำว่า บูรณาการศาสตร์สมัยใหม่
นักเขียนจึงต้องมีต้นแบบของนักเขียน ซึ่งสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต ) ถือว่าเป็นต้นแบบของนักเขียน งานเขียนจึงต้องดูที่ 3 M คือ 1)Mindset ดูระบบวิธีคิดของการเขียน 2)Mindfulness กลับมานั่งเงียบๆ ทบทวบการเขียน 3)Mindmap ดูระบบการเชื่อมโยงของงานเขียน ด้วยการจากสารบัญ งานเขียนจึงต้องทำให้เกิด สารัตถภาพ เป็นสาระของงานที่เราเขียน สัมพันธภาพ การเชื่อมโยงของงานที่เขียน เอกภาพ มีความเป็นหนึ่งเดียว ภาษามีความคงเส้นคงวาของภาษา
"ดังนั้น การพัฒนาตนอย่างต่อเนื่องในด้านวิชาการจะทำให้เราคมขึ้นทางด้านการคิดการเขียน จึงต้องพัฒนาอย่างสม่ำเสมอในการฝึกเขียนโดยเฉพาะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการการอ่าน ทักษะการเขียนมีความสำคัญมากในการเป็นอาจารย์ในยุค 4.0" พระมหาหรรษา กล่าว
...........
(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Hansa DhammahasoและPramote OD Pantapat)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
เพลง: เดินทางไม่หวั่นไหว หลักธรรมจากขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต ตติยวรรค
เพลง: เดินทางไม่หวั่นไหว หลักธรรมจากขุททกนิกาย เถรคาถา เอกกนิบาต ตติยวรรค [Verse 1] ทางข้างหน้าอาจมีภัย แต่หัวใจอย่าหวั่นไหว เมื่อมีธรรมเป็น...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จัดรายการ “กู๊ด มันเดย์” (Good Monday) ประจำทุกวันจันทร์ โดยจันทร์นี้ หัวข้อเรื...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น