วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568

บทบาทสันติศึกษาในโลกสมัยใหม่


บทความนี้มุ่งศึกษาและวิเคราะห์ “สันติศึกษา” (Peace Studies) ในฐานะศาสตร์เชิงสหวิทยาการที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อปัญหาความรุนแรงและความขัดแย้งที่ซับซ้อนในระดับบุคคล ระดับสังคม และระดับระหว่างประเทศ โดยเน้นการทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของสันติภาพ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของศาสตร์สาขานี้ และบทบาทเชิงปฏิบัติของสันติศึกษาในการส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนในโลกสมัยใหม่ ซึ่งเผชิญความท้าทายจากสงคราม ข้อมูลเท็จ ความเกลียดชัง และความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึกในหลายมิติ


1. บทนำ

ในโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรงทั้งเชิงโครงสร้าง วัฒนธรรม และทางตรง สันติศึกษาได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะศาสตร์ที่มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความขัดแย้งในทุกระดับ และพัฒนาวิธีการในการแสวงหาสันติภาพอย่างยั่งยืน แตกต่างจากศาสตร์ที่เน้นการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยกำลังหรือยุทธศาสตร์ทางทหาร สันติศึกษามุ่งเน้นไปที่รากเหง้าของปัญหา การเสริมพลังให้แก่ชุมชน และการสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติภาพที่ยั่งยืน


2. แนวคิดพื้นฐานของสันติศึกษา

  • 2.1 สันติภาพในเชิงบวกและลบ (Negative & Positive Peace)
    Johan Galtung นักสันติศาสตร์ชาวนอร์เวย์ เสนอแนวคิด "สันติภาพเชิงลบ" คือการไม่มีความรุนแรงโดยตรง เช่น การยุติสงคราม และ "สันติภาพเชิงบวก" คือการขจัดโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการกดขี่

  • 2.2 ความรุนแรงในหลายมิติ
    สันติศึกษาแยกความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

    • ความรุนแรงทางตรง (Direct Violence) เช่น การฆาตกรรมหรือสงคราม

    • ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง (Structural Violence) เช่น ความยากจนที่เป็นระบบ

    • ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม (Cultural Violence) เช่น การเหมารวมชาติพันธุ์หรือศาสนา

  • 2.3 การแปลงความขัดแย้ง (Conflict Transformation)
    แนวคิดโดย John Paul Lederach มุ่งเปลี่ยนความสัมพันธ์และโครงสร้างที่เป็นปัญหา ไม่ใช่แค่การยุติความขัดแย้งในเชิงเทคนิค แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมระยะยาว


3. พัฒนาการของสันติศึกษา

  • 3.1 ยุคสงครามเย็น
    สันติศึกษาเริ่มเป็นระบบในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีองค์กรอย่าง UNESCO, SIPRI และมหาวิทยาลัยหลายแห่งในยุโรปและสหรัฐฯ เปิดหลักสูตรด้านสันติภาพ
    สถาบันอย่าง Peace Research Institute Oslo (PRIO) และ University for Peace ของ UN มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแนวคิดสันติภาพ

  • 3.2 ยุคหลังสงครามเย็น
    เกิดแนวคิด “Peacebuilding” ขึ้นเพื่อสร้างสถาบันและวัฒนธรรมที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในรัฐที่เพิ่งพ้นจากสงครามกลางเมือง เช่น รวันดา โคลอมเบีย หรือคาบสมุทรบอลข่าน

  • 3.3 สันติศึกษาในบริบทโลกสมัยใหม่
    สันติศึกษาในยุคปัจจุบันเน้นประเด็นใหม่ ๆ เช่น ความรุนแรงทางสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของมนุษย์ สันติภาพเพศภาวะ และสันติภาพทางดิจิทัล (digital peace)


4. มิติทางสหวิทยาการของสันติศึกษา

สันติศึกษาไม่ได้เป็นศาสตร์เอกเทศ แต่ผสมผสานองค์ความรู้จากหลายสาขา ได้แก่:

  • รัฐศาสตร์: วิเคราะห์โครงสร้างอำนาจและนโยบายรัฐ

  • สังคมวิทยา/มานุษยวิทยา: เข้าใจพลวัตของชุมชนและวัฒนธรรม

  • จิตวิทยา: ศึกษาความขัดแย้งในระดับปัจเจกและการบำบัดผลกระทบจากความรุนแรง

  • ปรัชญา/จริยศาสตร์: พิจารณาธรรมชาติของความดี ความยุติธรรม และศีลธรรมในภาวะขัดแย้ง

  • เศรษฐศาสตร์: วิเคราะห์โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดหรือบรรเทาความขัดแย้ง


5. บทบาทของสันติศึกษาในโลกสมัยใหม่

  • 5.1 ส่งเสริมการศึกษาเพื่อสันติภาพ (Peace Education)
    ปลูกฝังทักษะการสื่อสารที่ไม่รุนแรง การเคารพความหลากหลาย และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในโรงเรียน มหาวิทยาลัย และชุมชน

  • 5.2 การไกล่เกลี่ยและการเจรจา (Mediation & Negotiation)
    สนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับระหว่างประเทศ

  • 5.3 การสร้างวัฒนธรรมสันติภาพ
    เน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรม เช่น การส่งเสริมสื่อสร้างสรรค์ การยุติการเหมารวม และการใช้ศิลปะในกระบวนการเยียวยา

  • 5.4 การวิจัยเพื่อการปฏิบัติ (Action Research)
    เชื่อมโยงนักวิชาการกับชุมชน เช่น โครงการสันติภาพในพื้นที่ขัดแย้งชายแดน หรือในชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม


6. ความท้าทายของสันติศึกษา

  • การถูกมองว่าเป็นศาสตร์ในอุดมคติหรือไม่มีความเป็น “วิชาการแข็ง”

  • การทำงานในพื้นที่ความขัดแย้งที่มีอำนาจรัฐหรือกลุ่มติดอาวุธควบคุม

  • ความยากในการวัด “ผลลัพธ์” ของสันติภาพในเชิงปริมาณ

  • ความเสี่ยงในการตกเป็นเครื่องมือของรัฐ หรือองค์กรที่มีวาระทางการเมือง


7. ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาสันติศึกษา

  • ส่งเสริมหลักสูตร “สันติศึกษา” ในระดับอุดมศึกษาในทุกภูมิภาค

  • สร้างเครือข่ายนักสันติศาสตร์ที่เชื่อมโยงระหว่างภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาครัฐ

  • สร้างระบบสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จริง

  • เชื่อมโยงสันติศึกษากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 16: Peace, Justice and Strong Institutions


8. สรุป

สันติศึกษาเป็นศาสตร์ที่เติบโตขึ้นจากการวิพากษ์สงคราม ความไม่เป็นธรรม และการใช้กำลังในการแก้ปัญหาโลก ด้วยความหวังที่จะสร้างแนวทางสู่สันติภาพที่แท้จริง ผ่านการเข้าใจรากเหง้าของปัญหา และการสร้างเงื่อนไขทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่เอื้อต่อความสงบ สันติศึกษาในศตวรรษที่ 21 จึงเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ผสมผสานทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติ เพื่อตอบรับกับโลกที่เปราะบางและไร้สมดุล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ขอโอกาสใหม่แก้จน แบบ Ecotive นิเวศสร้างสรรค์ ปฏิรูปเศรษฐกิจฐานราก

การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของการเมืองไทย เมื่อพรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตหนี้ครัวเรือน ...