วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ยุทธศาสตร์เลือกตั้ง 2569 ของพรรคเพื่อไทย


ดร.สำราญ จับมือ AI วิเคราะห์ยุทธศาสตร์เลือกตั้ง 2569 ของพรรคเพื่อไทย ชี้โจทย์ใหญ่ “รักษาฐานเดิม–บุกคนรุ่นใหม่” ท่ามกลางสมรภูมิการเมืองเปลี่ยนแปลงเร็ว

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ดร.สำราญ สมพงษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำการวิเคราะห์แผนปฏิบัติการเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งกำลังเร่งเดินเครื่องวางยุทธศาสตร์เพื่อกลับมาทวงความเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล หลังจากต้องปรับบทบาทมาเป็นฝ่ายค้านในปัจจุบัน

การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ถูกมองว่าเป็นสนามสำคัญสำหรับทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ต้องรักษาฐานเสียงในภาคเหนือ–อีสาน ขณะเดียวกันก็ต้องขยายฐานสู่กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ (Gen Y และ Gen Z) ซึ่งปัจจุบันเป็น “เสียงส่วนใหญ่” ในระบบการเมืองไทย


ยกเครื่องภายในพรรค–เปิดตัวผู้สมัครเร็ว เพื่อโชว์ความพร้อม

การวิเคราะห์ชี้ว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการภายใน (Internal Management Strategy) เน้นการ “ยกเครื่ององค์กร” และฟื้นฟูภาพลักษณ์พรรค

  • ปรับโครงสร้างผู้นำและผู้บริหาร: การแต่งตั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง ถือเป็นการดึงผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์พื้นที่เข้ามาขับเคลื่อน

  • เร่งเปิดตัวผู้สมัคร: พรรคได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครชุดแรกอย่างรวดเร็ว พร้อมเดินหน้าจัดอบรมทั่วประเทศ เพื่อเน้น “DNA พรรคเพื่อไทย” ที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้อง

  • แก้ปัญหาเลือดไหลออก – ดึงเลือดใหม่: แม้มีสมาชิกบางส่วนย้ายพรรค แต่พยายามดึงคนรุ่นใหม่และเครือข่ายตระกูลการเมืองเดิม “กลับบ้าน” เพื่อรักษาฐานเสียงในพื้นที่เสี่ยง


ขับเคลื่อนนโยบายต่อเนื่อง โชว์ผลงานก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง

ในฐานะพรรครัฐบาล พรรคเพื่อไทยใช้นโยบายเป็น “อาวุธหลัก” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนเข้าสู่ฤดูกาลหาเสียงอย่างเป็นทางการ

  • ผลักดันงบประมาณปี 2569: มุ่งให้ผ่านอย่างรวดเร็ว เพื่ออัดฉีดโครงการที่อ้างว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่น 20 บาทตลอดสาย และมาตรการฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว

  • เร่งนโยบายเร่งด่วน: เช่น “30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงการแก้ปัญหายาเสพติดและการพนันออนไลน์

  • เป้าหมายคือ “สร้างผลงานเชิงประจักษ์” ให้ทันก่อนการเลือกตั้ง


วิเคราะห์จุดแข็ง–จุดอ่อน พรรคเพื่อไทย

ในการวิเคราะห์ร่วมระหว่าง ดร.สำราญ และระบบปัญญาประดิษฐ์ ได้สรุปสาระสำคัญดังนี้

จุดแข็ง

  • ฐานเสียงเหนียวแน่นในภาคเหนือ–อีสาน

  • ประสบการณ์จัดตั้งรัฐบาลยาวนาน

  • เป้าหมายชัดเจน เช่น 200 ที่นั่ง บวก/ลบ 10%

  • นโยบายด้านเศรษฐกิจและปากท้องที่จับต้องได้จริง

จุดอ่อน/ความท้าทาย

  • การไหลออกของสมาชิกบางส่วน

  • การแข่งขันสูงกับพรรคคู่แข่ง เช่น พรรคประชาชน ในเขตเมืองและกลุ่มคนรุ่นใหม่

  • ความเสี่ยงจากนโยบายที่อาจดำเนินการไม่ทันหรือไม่เห็นผลชัดเจน

  • ความต้องการใหม่ของคน Gen Y/Gen Z ที่ให้ความสำคัญต่อประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และความโปร่งใส มากกว่านโยบายเศรษฐกิจแบบเดิม


บทสรุป: โจทย์ใหญ่คือ “คนรุ่นใหม่” และการสื่อสารจุดยืนทางการเมือง

ดร.สำราญและ AI สรุปตรงกันว่า พรรคเพื่อไทยมี “จุดแข็งเชิงโครงสร้าง” และ “ผลงานเชิงนโยบาย” ในฐานะรัฐบาล แต่โจทย์ใหญ่คือการทำให้คนรุ่นใหม่เชื่อมั่นและเห็นจุดยืนของพรรคในประเด็นประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นวาระสำคัญของสังคมยุคใหม่

ยิ่งใกล้ปี 2569 การสื่อสารและการปรับตัวของพรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวกำหนดว่า พรรคจะรักษาความเป็นพรรคขนาดใหญ่ไว้ได้ หรือจะถูกคู่แข่งในเมืองและในโลกออนไลน์แย่งฐานเสียงไป

พรรคเพื่อไทยจึงต้องพัฒนา “ยุทธศาสตร์เข้มแข็ง” ในการตอบโจทย์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกช่วงวัยอย่างสมดุล เพื่อเตรียมพร้อมสู่ศึกเลือกตั้งใหญ่ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบทศวรรษ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

"พุทธ–พราหมณ์ผสานศรัทธา" "ณพลเดช" ร่วมพิธีมงคลวัดอรุณฯ อธิษฐานเส้นทางชีวิตใหม่ "ดร.อวิรุทธ์"

"ณพลเดช มณีลังกา" ร่วมอนุโมทนาในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และบวงสรวงพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม เนื่องในโอกาสที่ "ดร.อวิรุทธ์ ชาญชัยก...