ดร.สำราญจับมือ AI วิเคราะห์โครงการ “ปชาบดีโคตมี วิถีธรรมทูตคฤหัสถ์” ชี้เป็นหมุดหมายยกระดับบทบาทสตรี–พุทธบริษัทยุคใหม่
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ดร.สำราญ สมพงษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส นักวิชาการอิสระด้านพุทธสันติวิธี และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเกษตรเสรี เปิดเผยผลการวิเคราะห์ร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เกี่ยวกับ “การส่งเสริมศักยภาพพุทธบริษัทด้วยโครงการปชาบดีโคตมีวิถีธรรมทูตคฤหัสถ์” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย โดยระบุว่าโครงการนี้เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาบทบาทสตรีในพระพุทธศาสนาไทย และเป็นตัวอย่างของ “งานธรรมทูตคฤหัสถ์ยุคใหม่” ที่ผสานหลักพุทธธรรมกับภูมิปัญญาไทยอย่างสมดุล
ดร.สำราญระบุว่า การวิเคราะห์ครั้งนี้ใช้กรอบหลักไตรสิกขา สติปัฏฐาน 4 ภูมิปัญญาเถรวาท และแนวคิดพุทธสันติวิธีร่วมสมัย พบว่าโครงการสามารถเสริมสร้างทักษะจิตใจ ความรู้เชิงจริยธรรม ภาวะผู้นำชุมชน และสร้างเครือข่ายพุทธบริษัทระดับชาติเกี่ยวเนื่องถึงระดับนานาชาติ ซึ่งสอดรับความจำเป็นของสังคมไทยในปัจจุบัน
พิธีบวชสุภาพสตรีครั้งแรกของไทย — หมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไทย
โครงการ “ปชาบดีโคตมี วิถีธรรมทูตคฤหัสถ์” จัดขึ้นวันที่ 8 ตุลาคม – 22 พฤศจิกายน 2568 ณ สถานปฏิบัติธรรมสวนธรรมิกราช จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พระราชวชิรศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เป็นประธานในพิธีบวช ซึ่งถือเป็น ครั้งแรกในประเทศไทยที่สุภาพสตรีได้รับการบวชในรูปแบบธรรมทูตคฤหัสถ์ตามประเพณีไทย
บรรยากาศพิธีเต็มไปด้วยพลังศรัทธา ตั้งแต่การปลงผม ขอบวช ไปจนถึงการเข้าพิธีกรรมตามหลักพระพุทธศาสนา โดยมีพระสงฆ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) และพุทธศาสนิกชนร่วมงานจำนวนมาก
กรอบคิด 4 มิติสู่การเสริมสร้างศักยภาพพุทธบริษัท
ดร.สำราญและ AI ชี้ว่าโครงการมีความโดดเด่นตามหลักพุทธธรรมและภูมิปัญญาไทยใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่
1. ไตรสิกขา (ศีล–สมาธิ–ปัญญา)
ผู้เข้ารับการอบรมได้รับการฝึกวินัยสิกขาอย่างเข้มข้น ตั้งมั่นจิตด้วยสมาธิ และพัฒนาปัญญาในการเห็นความจริงตามหลักธรรม ซึ่งเป็นแกนหลักของหลักสูตร โดยพระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มจร เป็นผู้บรรยายพิเศษ
2. สติปัฏฐาน 4
การเจริญสติในกาย เวทนา จิต และธรรม ช่วยยกระดับความมั่นคงทางใจ ทำให้ผู้เข้าบวชมีศักยภาพเป็นผู้นำกิจกรรมทางศาสนาและเป็นธรรมทูตคฤหัสถ์ได้จริง
3. ต้นแบบ “พระมหาปชาบดีโคตมี”
โครงการใช้ชื่อจากภิกษุณีองค์แรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดพื้นที่ให้สตรีเข้าถึงการศึกษาธรรมะเชิงลึกและอุทิศตนเพื่อพระศาสนา
4. พุทธสันติวิธีและภูมิปัญญาไทย
กิจกรรมต่าง ๆ เน้นสาราณียธรรม ความสามัคคี และเมตตากรุณา เป็นรากฐานร่วมของพุทธธรรมและวัฒนธรรมไทย ช่วยสร้างความกลมกลืนในการอยู่ร่วมกันของพุทธบริษัท
ความร่วมมือเชิงสถาบันเข้มแข็ง – วางรากฐานคุณภาพระดับชาติและนานาชาติ
โครงการจัดโดย
-
วิทยาลัยพระธรรมทูต
-
กองวิเทศสัมพันธ์
-
ศูนย์อาเซียนศึกษา มจร
-
สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
มีวัตถุประสงค์สำคัญตั้งแต่การทูลเกล้าฯ ถวายพระราชกุศล การถวายพระพรชัยมงคล การพัฒนาศักยภาพสตรี ไปจนถึงการเสริมสร้างสาราณียธรรมในพุทธบริษัท ถือเป็นการบูรณาการพิธีกรรม วิชาการ และการเผยแผ่ธรรมะอย่างสมบูรณ์
ความร่วมมือของพระสงฆ์จากภูฏานและวัดไทยในยุโรป ช่วยให้โครงการมีมิติระหว่างประเทศอย่างเด่นชัด
ผลการวิเคราะห์: ยกระดับพุทธบริษัทให้เข้มแข็งใน 4 ด้าน
1. ยกระดับบทบาทสตรีในพระศาสนาไทย
เปิดพื้นที่ให้สุภาพสตรีบวชตามประเพณีไทยและฝึกศีลถึงระดับภิกษุณี เป็นการพัฒนาเชิงโครงสร้างที่สะท้อนความเท่าเทียมทางศาสนาวัฒนธรรม
2. สร้างผู้นำจิตวิญญาณระดับชุมชน
ผู้เข้ารับอบรมมีความมั่นคงทางใจ มีความรู้ธรรมะอย่างเป็นระบบ สามารถนำกิจกรรมทางศาสนาในชุมชนได้
3. ขยายเครือข่ายพุทธบริษัทสู่สากล
การมีส่วนร่วมจากพระสงฆ์ในภูฏานและเครือข่ายยุโรป ส่งผลให้เกิดช่องทางเผยแผ่ธรรมะเชิงนานาชาติ
4. ส่งเสริมสันติวิธีและสามัคคีธรรมในสังคมไทย
กิจกรรมตั้งแต่การขอขมา ปลงผม ไปจนถึงการภาวนา เสริมสร้างวัฒนธรรมสันติร่วมกันในพุทธบริษัท
สรุปและข้อเสนอแนะจากการวิเคราะห์ร่วม AI
โครงการ “ปชาบดีโคตมี วิถีธรรมทูตคฤหัสถ์” เป็นนวัตกรรมศาสนศึกษาและธรรมทูตคฤหัสถ์ที่สำคัญของศตวรรษที่ 21 สามารถผสานหลักธรรมเถรวาทกับภูมิปัญญาไทย สร้างพลังทางสังคม จิตใจ และจริยธรรมแก่สตรีและพุทธบริษัททั้งไทยและนานาชาติ
ข้อเสนอแนะ
-
ขยายโครงการไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ
-
จัดหลักสูตรธรรมทูตคฤหัสถ์สตรีร่วมกับ มจร
-
พัฒนาเครือข่ายธรรมทูตสตรีในระดับอาเซียนและยุโรป
-
เพิ่มเนื้อหาสมัยใหม่ เช่น พุทธจิตวิทยา–สันติวิธี–ทักษะสื่อสารยุคดิจิทัล
-
ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อยืนยันผลกระทบทางสังคมและศาสนาในระยะยาว
วิเคราะห์การส่งเสริมศักยภาพพุทธบริษัทด้วยโครงการปชาบดีโคตมีวิถีธรรมทูตคฤหัสถ์
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การเสริมสร้างศักยภาพพุทธบริษัท โดยเฉพาะสตรี ตามแนวทางโครงการ “ปชาบดีโคตมี วิถีธรรมทูตคฤหัสถ์” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือของวิทยาลัยพระธรรมทูต กองวิเทศสัมพันธ์ ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) และสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป โดยใช้กรอบคิดจากหลักไตรสิกขา สติปัฏฐาน ภูมิปัญญาเถรวาท และแนวคิดพุทธสันติวิธีร่วมสมัย ผลการวิเคราะห์พบว่าโครงการดังกล่าวช่วยยกระดับบทบาทสตรีในพุทธบริษัท เสริมสร้างทักษะจิตใจ การเรียนรู้เชิงจริยธรรม และสร้างเครือข่ายพุทธบริษัทฐานชุมชนและนานาชาติ เป็นรูปธรรมของการพัฒนาธรรมทูตคฤหัสถ์ยุคใหม่ที่ตั้งอยู่บนภูมิปัญญาดั้งเดิมและความจำเป็นทางสังคมร่วมสมัย
1. บทนำ
บทบาทของพุทธบริษัท โดยเฉพาะฝ่ายคฤหัสถ์ ถือเป็นฐานสำคัญในการธำรงพระพุทธศาสนาในระดับชุมชนและระดับโลก การส่งเสริมศักยภาพฝ่ายสตรีถือเป็นประเด็นสำคัญในหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อการบวชภิกษุณียังคงเป็นประเด็นอภิปรายในบริบทไทย การริเริ่มโครงการ “ปชาบดีโคตมี วิถีธรรมทูตคฤหัสถ์” จึงเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการพัฒนาศักยภาพสตรีภายใต้กรอบพระพุทธศาสนาไทย
พิธีบวชสุภาพสตรีครั้งแรกในประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม – 22 พฤศจิกายน 2568 ณ สถานปฏิบัติธรรมสวนธรรมิกราช จังหวัดพิษณุโลก โดยมีพระราชวชิรศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ เป็นประธานในพิธี นับเป็นหมุดหมายทางสังคม-ศาสนาที่ชี้ให้เห็นการพัฒนา “ธรรมทูตคฤหัสถ์” ที่ครอบคลุมมิติศาสนา วัฒนธรรม และบทบาทสตรีในพุทธศาสนาไทยร่วมสมัย
2. กรอบแนวคิดและภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้อง
2.1 หลักไตรสิกขา
โครงการอาศัยกรอบไตรสิกขา ได้แก่
-
ศีล – การฝึกวินัยและการควบคุมตน
-
สมาธิ – การฝึกสติและการตั้งมั่นของจิต
-
ปัญญา – การเห็นความจริงตามหลักพุทธธรรม
พระสิทธิวัชรบัณฑิตได้บรรยายหัวข้อ “ไตรสิกขา : ปชาบดีโคตมี วิถีธรรมทูตคฤหัสถ์” เพื่อเป็นแกนการพัฒนาผู้เข้าอบรมให้เติบโตทั้งจิตใจ ความรู้ และพฤติกรรม
2.2 สติปัฏฐาน 4
เป็นฐานการปฏิบัติธรรมที่ผู้เข้าบวชได้รับการฝึกอย่างเข้มข้น ช่วยให้เกิดการรู้เท่าทันกาย เวทนา จิต และธรรม เป็นภูมิปัญญาพื้นฐานของการฝึกอบรมธรรมทูต
2.3 มหาปชาบดีโคตมีในฐานะต้นแบบ
“ปชาบดีโคตมี” คือภิกษุณีองค์แรกในพระพุทธศาสนา เป็นสัญลักษณ์ของการเปิดพื้นที่ให้สตรีได้ศึกษาธรรมะและอุทิศตนเพื่อพระศาสนา ต้นแบบนี้กลายเป็นกรอบคิดในการขับเคลื่อนบทบาทสตรีในโครงการ
2.4 พุทธสันติวิธีและภูมิปัญญาไทย
การอบรมเน้นความสามัคคี สาราณียธรรม เมตตากรุณา และการอยู่ร่วมอย่างสันติ ซึ่งเป็นคุณค่าร่วมของภูมิปัญญาไทยและหลักธรรมเถรวาท
3. รายละเอียดโครงการและความร่วมมือเชิงสถาบัน
โครงการ “ปชาบดีโคตมี วิถีธรรมทูตคฤหัสถ์” ดำเนินงานโดย
-
วิทยาลัยพระธรรมทูต
-
กองวิเทศสัมพันธ์
-
ศูนย์อาเซียนศึกษา มจร
-
สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
มีวัตถุประสงค์สำคัญ 5 ประการ คือ
-
ทูลเกล้าฯ ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
-
ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าฯ
-
พัฒนาศักยภาพสตรีให้มีความรู้และทักษะปฏิบัติธรรม
-
สนองนโยบายบริการวิชาการแก่สังคมของ มจร
-
สร้างสามัคคีธรรมในพุทธบริษัท
ความร่วมมือนี้ทำให้โครงการมีทั้งความถูกต้องทางพิธีกรรม ความเข้มแข็งทางวิชาการ และการยอมรับในระดับนานาชาติ
4. การวิเคราะห์ผลต่อการพัฒนาศักยภาพพุทธบริษัท
4.1 การยกระดับบทบาทสตรีในพระพุทธศาสนาไทย
โครงการเป็นการเปิดพื้นที่ให้สตรีบวชตามประเพณีไทยอย่างมีเกียรติ และสามารถฝึกศีลได้ถึงระดับภิกษุณี ส่งผลให้
-
สตรีเข้าถึงการศึกษาและการปฏิบัติธรรมเชิงลึก
-
สร้างต้นแบบธรรมทูตสตรีที่มีศรัทธาและความรู้
-
ส่งเสริมความเท่าเทียมทางศาสนาวัฒนธรรมในสังคม
4.2 การพัฒนาศักยภาพด้านจิตวิญญาณและการเป็นผู้นำชุมชน
การฝึกสติปัฏฐานและไตรสิกขาทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมี
-
ความมั่นคงทางจิตใจ
-
ความสามารถในการเป็นผู้นำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในชุมชน
-
ศักยภาพในการเผยแผ่ธรรมะในรูปแบบคฤหัสถ์
4.3 การสร้างเครือข่ายพุทธบริษัทระดับนานาชาติ
การเข้าร่วมของพระสงฆ์จากภูฏานและพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ ทำให้โครงการมีลักษณะ
-
เครือข่ายพหุวัฒนธรรม
-
ช่องทางเผยแผ่ธรรมะนอกประเทศ
-
ความร่วมมือระหว่างวัดไทยในยุโรปและสถาบันการศึกษาของไทย
4.4 การเสริมสร้างสาราณียธรรมและสันติวิธีในสังคมไทย
กิจกรรมตลอดโครงการ เช่น การปลงผม การขอขมา การบรรยายธรรม และการปฏิบัติภาวนา เสริมสร้าง
-
ความสามัคคีในพุทธบริษัท
-
ความเคารพซึ่งกันและกัน
-
การอยู่ร่วมกันอย่างสันติในชุมชน
5. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
บทสรุป
โครงการ “ปชาบดีโคตมี วิถีธรรมทูตคฤหัสถ์” เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการส่งเสริมศักยภาพพุทธบริษัทสตรี โดยใช้หลักพุทธธรรมร่วมกับภูมิปัญญาไทยอย่างสมดุล สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงจิตวิญญาณ การศึกษา และสังคม ทำให้พุทธบริษัทมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ถือเป็นนวัตกรรมทางศาสนศึกษาและงานธรรมทูตคฤหัสถ์ในศตวรรษที่ 21
ข้อเสนอแนะ
-
ขยายผลโครงการ สู่ระดับภูมิภาคเพื่อให้สตรีในชุมชนต่าง ๆ เข้าถึงโอกาสในการบวชและฝึกปฏิบัติ
-
จัดทำหลักสูตรธรรมทูตคฤหัสถ์สตรี ระดับประกาศนียบัตรร่วมกับ มจร เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ระยะยาว
-
สร้างเครือข่ายธรรมทูตสตรีนานาชาติ ระหว่างวัดไทยในยุโรป เอเชีย และอาเซียน
-
พัฒนาพิธีกรรมและการอบรมให้สอดคล้องสังคมยุคใหม่ เช่น เพิ่มทักษะสันติวิธี พุทธจิตวิทยา และการสื่อสารทางสังคมออนไลน์อย่างถูกต้องตามหลักธรรม
-
สนับสนุนงานวิจัยเชิงวิชาการ เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบต่อพุทธบริษัทและการพัฒนาสตรีในพระพุทธศาสนา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น