วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561

มหาจุฬาฯกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนามจับมือสร้างวิถีสันติวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง



มหาจุฬาฯกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม ร่วมมือพัฒนาการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาภาษาและวัฒนธรรม เสริมสร้างสังคมสันติสุขในวิถีสันติวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง  


เมื่อวันที่  11 ตุลาคม 2561ที่ผ่านมา ที่สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. อธิการบดี มจร ศ.ดร.เหงียน กิม เซง (Nguyen Kim Hon) อธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันสถาบันตรัง เยิง ตง และพระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,รศ.ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ ได้ร่วมกันปรึกษาหารือแนวทางกันทำงานรวมกันระหว่างสองสถาบัน ในอนาคตและร่วมกันเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือระหว่างสองสถาบัน

ทั้งนี้ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ ได้มอบหมายให้พระมหาสมพงษ์ คุณากโร,ดร. เป็นผู้แทนลงนามในนามของผู้อำนวยการ และสถาบันตรัง เยิง ตง ได้มอบหมายให้ รศ.ดร.หลาย กว๊าก ขัน (Lai Quoc Khanh) รองผู้อำนวยการลงนามในนามผู้อำนวย สาระสำคัญของบันทึกลงนามความร่วมมือ (MoU) จะเน้นการแลกเปลี่ยนการศึกษาระหว่างเถรวาทกับมหายาน การแลกเปลี่ยนทางพุทธศิลปะวัฒนธรรม การจัดวิชาการนานาชาติร่วมกัน การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ และนิสิต การทำวิจัยร่วมกันเพื่อตอบโจทย์สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับกิจกรรมครั้งแรกที่จะทำร่วมกัน คือ การจัดวิชาการนานาชาติร่วมกัน ระหว่าง 5-7 พฤศจิกายน 2561 ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม โดยเปิดพื้นที่ให้คณาจารย์และนิสิตของทั้งสองแห่งได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสังคม และวัฒนธรรมที่มีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนาในแทบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลุ่มน้ำโขง เพื่อที่จะได้เข้าใจในวิถีพหุวัฒนธรรมและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข พร้อมทั้งร่วมมือการเสริมสร้างสังคมสันติสุขในวิถีสันติวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น

พระมหาหรรษา กล่าวว่า สมเด็จพุทธโฆาจารย์เตือนสังคมไทยในประเด็น “จิตสำนึกของสังคมไทย” เอาไว้อย่างถึงแก่นว่า "ค่านิยมในการตามสังคมตะวันตก หรือตามวัฒนธรรมตะวันตกนี้ ได้ฝังลึกลงไปในจิตใจของคนไทย จนกลายเป็นสภาพจิตที่ขอเรียกว่า เป็นสภาพจิตแบบผู้ตามและผู้รับ เวลานี้คนไทยเราแทบไม่รู้ตัวเลยว่า เรานี้ #เป็นผู้ตามและ #เป็นผู้รับตลอดเวลา #สภาพจิตนี้มันฝังแน่นจนติดเป็นนิสัย”

ตลอดระยะเวลา 20 ปี ที่ผ่านมา มหาจุฬาฯ นำโดยพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อดีตอธิการบดี มจร จนมาถึงยุคของพระราชปริยัติกวี นั้น ได้นำผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตเป็นผู้นำภูมิปัญญาพระพุทธศาสนาไปสู่สังคมโลก ทั้งการจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลก การประชุมนานาชาติ ทั้งการจัดทำพระไตรปิฏกฉบับสากล รวมแก่นพระสูตรสำคัญ ทั้งจากวัชรยาน มหายาน และเถรวาท อันเป็นการทะลายกำแพงครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์โลกของการศึกษาพระพุทธศาสนา

ขณะเดียวกัน มหาจุฬาฯ กำลังเล่นบทบาทของการให้ ทั้งการให้โอกาสประเทศต่างๆ ได้จัดงานวิสาขบูชาโลก โดยให้มหาจุฬาฯ เข้าไปสนับสนุน ทั้งแนวทางและการจัดการ การให้โอกาสชาวโลกได้เข้าถึงพระพุทธศาสนา โดยนำหลักสูตรไปเปิดในสถาบันสมทบ แล้วได้รับปริญญาจากมหาจุฬาฯ ทั้งสาขาพระพุทธศาสนา สาขาสติ สาขาสันติศึกษา รวมถึงการรับนิสิตจากประเทศต่างๆ มาพัฒนาแล้วส่งกลับไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาและชี้นำสังคมอย่างแพร่หลาย

"สรุปว่า การเป็นผู้นำ และเป็นผู้ให้นั้น มหาจุฬาฯ จะเล่นบทบาทเป็นผู้นำอย่างอื่นไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ชาวโลกขาดแคลนและถวิลหา นั่นคือ “พระพุทธศาสนา” ในมิติสติ สมาธิ และสันติภาพ เพื่อนน้อมนำมิให้สังคมตกเป็นทางของอำนาจ วัตถุนิยม บริโภคนิยม รวมไปถึงการถอยห่างจากสงครามและความรุนแรง แล้วเดินหน้าสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปภายใต้กระแสแห่งยุคดิจิทัล" พระมหาหรรษา ระบุ

..............

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กHansa Dhammahaso)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

THACCA ดัน “อาหารไทใหญ่” สู่ซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ ชู “ถั่วเน่า” เทียบชั้นซูเปอร์ฟู้ดโลก

  THACCA ดัน “อาหารไทใหญ่” สู่ซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ ชู “ถั่วเน่า” เทียบชั้นซูเปอร์ฟู้ดโลก สร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์แม่ฮ่องสอน–เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอ...