วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2568

พุทธสันติวิธีคลี่คลายปมชายแดนไทย–กัมพูชา: จากปะทะสู่ความร่วมมือ


สันติศึกษา ขัดแย้ง รุนแรง สงคราม สันติวิธี สันติภาพ พุทธสันติวิธี: กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา โดยดร.สำราญ สมพงษ์ นักข่าวอาวุโส นักพุทธสันติวิธีสื่อสารมวลชน(AI) 

สถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความท้าทายในการบริหารจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management) ทั้งในเชิงการทูต ความมั่นคง และกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน กรณีนี้ยังเปิดพื้นที่ให้พิจารณาถึงบทบาทของ สันติศึกษา (Peace Studies) และ พุทธสันติวิธี (Buddhist Peace Method) ในการแสวงหาทางออกโดยไม่ใช้ความรุนแรง

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

วิเคราะห์ความหมายและความสัมพันธ์ระหว่าง ขัดแย้ง–รุนแรง–สงคราม–สันติวิธี–สันติภาพ ในกรอบสันติศึกษา

พิจารณาสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาในมิติทางกฎหมายและการตีความกรณี "สงคราม" และ "ความขัดแย้ง"

เสนอแนวทางการประยุกต์ใช้พุทธสันติวิธีเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด

1. กรอบแนวคิด: สันติศึกษาและความหมายของคำสำคัญ

1.1 ความขัดแย้ง (Conflict)

ความขัดแย้งคือสถานการณ์ที่คู่ขัดแย้งมีผลประโยชน์หรือเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกัน ไม่จำเป็นต้องมีความรุนแรงประกอบเสมอ แต่หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม ความขัดแย้งอาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงได้

1.2 ความรุนแรง (Violence)

ความรุนแรงในกรอบสันติศึกษาแบ่งเป็น ความรุนแรงโดยตรง (Direct Violence) เช่น การใช้กำลังอาวุธ และ ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง (Structural Violence) เช่น การกดขี่ทางเศรษฐกิจหรือการละเมิดสิทธิ ซึ่งมักซ่อนอยู่ในระบบ

1.3 สงคราม (War)

ตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 สงครามหมายถึงสถานการณ์ที่มีการประกาศหรือมีการใช้กำลังอย่างต่อเนื่องและมีความรุนแรงสูงจนได้รับการยอมรับว่าเป็น “สงคราม” ในระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม กรณีชายแดนไทย–กัมพูชา สำนักงาน คปภ. และนักวิชาการต่างชาติชี้ว่ายังไม่ถึงระดับสงคราม แต่จัดเป็นความขัดแย้งทางอาวุธ (Armed Conflict) ที่มีการปะทะทวีความรุนแรง

1.4 สันติวิธี (Nonviolent Means)

สันติวิธีคือการจัดการความขัดแย้งโดยปราศจากการใช้กำลังอาวุธ เช่น การเจรจา การไกล่เกลี่ย การประนีประนอม การใช้กฎหมายระหว่างประเทศ หรือการอนุญาโตตุลาการ

1.5 สันติภาพ (Peace)

สันติภาพตามแนวคิดของ Johan Galtung แบ่งเป็น

สันติภาพเชิงลบ (Negative Peace): การไม่มีความรุนแรงโดยตรง

สันติภาพเชิงบวก (Positive Peace): การสร้างโครงสร้างสังคมที่เป็นธรรมและปราศจากการกดขี่

1.6 พุทธสันติวิธี (Buddhist Peace Method)

พุทธสันติวิธีเน้นการคลี่คลายความขัดแย้งด้วยหลักธรรม เช่น อริยสัจ 4 (การมองปัญหาอย่างเข้าใจเหตุและการดับเหตุ) มรรคมีองค์ 8 (แนวทางการปฏิบัติ) และพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) เพื่อสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์

2. กรณีชายแดนไทย–กัมพูชา: มุมมองทางกฎหมายและข้อถกเถียงเรื่อง “สงคราม”

กรณีการปะทะชายแดนไทย–กัมพูชามีข้อถกเถียงในเชิงกฎหมาย โดยเฉพาะการตีความว่าเข้าข่าย “สงคราม” หรือไม่ ตามความเห็นของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และนักวิชาการต่างชาติ เห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวแม้มีลักษณะเป็นความขัดแย้งทางอาวุธ แต่ยังไม่ครบองค์ประกอบของสงคราม เนื่องจากขาดปัจจัยเรื่อง ความต่อเนื่อง (duration) และ ความรุนแรงสูงสุด (intensity)

องค์การสหประชาชาติใช้คำว่า "intensifying border clashes" หรือ “การปะทะตามแนวชายแดนที่ทวีความรุนแรงขึ้น” ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงการยกระดับคำเรียกว่า “สงคราม” ที่อาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ

3. ประเด็นการตีความในระบบประกันภัย: “War Risks Exclusion” และการจ่าย Ex-gratia Payment

ในมิติทางเศรษฐกิจและกฎหมายภายใน กรณีชายแดนไทย–กัมพูชายังเชื่อมโยงกับข้อยกเว้นภัยสงครามในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งมักรวมถึงการก่อการร้าย การจลาจล และการรุกราน การตีความข้อยกเว้นเหล่านี้ต้องเคร่งครัดและอ้างอิงข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี

Ex-gratia Payment หรือ “การจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรุณา” เป็นกลไกที่บริษัทประกันสามารถใช้เพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยในกรณีที่ความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ยังไม่ชัดเจน แนวปฏิบัตินี้สอดคล้องกับแนวคิดสันติวิธีในมิติทางธุรกิจ เพราะช่วยลดข้อพิพาทและรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญา

4. การประยุกต์ใช้พุทธสันติวิธีในกรณีชายแดนไทย–กัมพูชา

4.1 หลักการ

เมตตา (Loving-kindness): มองคู่กรณีเป็นเพื่อนมนุษย์ มีศักดิ์ศรีความเป็นคนเท่าเทียม

กรุณา (Compassion): ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสองฝ่าย ไม่เลือกเชื้อชาติ

มุทิตา (Sympathetic Joy): ร่วมยินดีกับความสำเร็จของอีกฝ่ายในการคลี่คลายปัญหา

อุเบกขา (Equanimity): วางใจเป็นกลางในการเจรจา

4.2 วิธีการ

การเจรจาแบบสติและปัญญา: ฟังกันด้วยความเข้าใจ ไม่เพียงแค่รอจังหวะตอบโต้

การใช้บุคคลหรือองค์กรกลางที่ได้รับความไว้วางใจ เช่น อาเซียน หรือองค์การสหประชาชาติ

การบรรเทาความเดือดร้อนทันที ผ่านกลไกด้านมนุษยธรรม เช่น ความร่วมมือกาชาดไทย–กัมพูชา

การสร้างสันติภาพเชิงบวก: ส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดน การศึกษา และความร่วมมือทางวัฒนธรรม

5. สรุปและข้อเสนอ

กรณีชายแดนไทย–กัมพูชาเป็นตัวอย่างชัดเจนของความขัดแย้งที่ยังไม่ถึงขั้นสงคราม แต่มีศักยภาพที่จะทวีความรุนแรงได้ หากขาดการจัดการอย่างรอบคอบ การผสาน กรอบสันติศึกษา เข้ากับ พุทธสันติวิธี สามารถเป็นแนวทางลดความตึงเครียด โดยเน้นการเจรจา ความเข้าใจ และความร่วมมือ พร้อมทั้งเสริมด้วยมาตรการกฎหมายและเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น เช่น การใช้ Ex-gratia Payment เพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะไม่แน่นอน การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงการหยุดยิง แต่ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ความร่วมมือ และความเป็นธรรมในเชิงโครงสร้าง เพื่อป้องกันมิให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกในอนาคต


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

วันครูไทย2569! ส่องนโยบายการศึกษา–สวัสดิการครู กลายเป็นหัวใจสมรภูมิการเมือง ทำได้จริงหรือแค่ความฝัน

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 กำลังถูกจับตามองในฐานะ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของการเมืองไทยร่วมสมัย...