วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566

กรมประมงหนุนเลี้ยง "กะพงทอง ปลิงทะเล ปูทะเล" ดันเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจเกรดพรีเมี่ยมป้อนตลาดโรงแรม-ร้านอาหาร กระตุ้นการท่องเที่ยว



เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2566 นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่าล่าสุดกรมประมงนำร่องสนับสนุนเลี้ยงปลากะพงทอง ปลิงทะเล ปูทะเล เพื่อเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่ โดยตั้งเป้าสร้างแหล่งผลิตวัตถุดิบคุณภาพด้วยมาตรฐานระดับสากล เสริมรายได้ให้เกษตรกรไทยด้วยการผลิตสินค้าสัตว์น้ำมูลค่าสูง เจาะตลาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร - โรงแรม เป็นหลัก ด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเสิร์ฟเป็นเมนูที่เพิ่มมูลค่าด้วยรสชาติที่โดดเด่นให้กับอาหารไทยจากวัตถุดิบในแระเทศเป็นหลัก



ทั้งนี้ กรมประมงหนึ่งในหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำควบคู่ไปกับการส่งเสริมอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้เกษตรกรไทย มีความมุ่งมั่นดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างอาชีพเสริมรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวประมง โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานสินค้าประมงด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ในผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สามารถจำหน่ายได้ราคาสูงเข้าสู่ตลาดที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปี 2567 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เข้าประเทศ 3 ล้านล้านบาท ด้วยการดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าไทย 35 ล้านคน

ในช่องทางดังกล่าว จึงได้สำรวจความต้องการของตลาดทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จากทั้งในและต่างประเทศ และดำเนินการคัดเลือกสัตว์น้ำเศรษฐกิจนำร่อง 3 ชนิด ได้แก่ “ปลากะพงทอง ปลิงทะเล ปูทะเล” มาดำเนินการส่งเสริมและต่อยอดเป็นวัตถุดิบคุณภาพ สำหรับปรุงเป็นเมนูอาหารที่มีความโดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์  รสชาติ กลิ่น และสีสัน ซึ่งจะช่วยยกระดับวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่าเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากยิ่งขึ้น โดยได้ส่งเสริมความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำดังกล่าว ให้คำแนะนำและติดตามผลการเลี้ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างผลผลิตให้ได้ปริมาณรองรับความต้องการของตลาด พร้อมผลักดันให้เข้าสู่มาตรฐานเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น 

@siampongnews กาแฟดำจินดา 1 แถม 1 [กาแฟดำ 1 + โกโก้ 1] ลดราคาเหลือเพียง ฿390.00! #คนจนมีสิทธิไหมคะ ♬ Cooking Time - Lux-Inspira

นอกจากนี้กรมประมงได้พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหาร อาทิ การร่วมกับสถาบันศิลปะการอาหาร The V School กรุงเทพฯ วางแนวทางการพัฒนาเมนูอาหารเพื่อยกระดับคุณภาพอาหารทะเลของไทย ด้วยการสร้างเมนูอาหารที่ดึงดูดคุณค่าของวัตถุดิบออกมาผ่านเมนูแปลกใหม่เพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค สำหรับสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนี้  

ปลากะพงทอง หรือ อังเกย : ปลาทะเลที่พบได้ในทะเลฝั่งอันดามัน บริเวณภูเก็ต กระบี่ และพังงา  ที่มีมีโปรตีนและกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 สูง อีกทั้งมีเนื้อที่แน่น รสชาติดี ปรุงเมนูไหนก็อร่อย  ปลิงขาว ปลิงทะเลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีนและคอลลาเจน คนจึงนิยมนำมาบริโภค และใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยาและอาหารเสริม ราคาขายปลิงสด กิโลกรัมละ 250 – 500 บาท และแบบตากแห้งราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,500 – 5,000 บาท 

ปูขาว หรือ ปูทองหลาง เป็นปูทะเลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีปู” ถือเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญ ลักษณะเด่น คือ ตัวใหญ่ ก้ามโต เนื้อแน่น รสชาติหวานมัน ไม่มีกลิ่นโคลน สามารถนำไป แปรรูปเป็นเมนูได้หลากหลาย อาทิ ปูนึ่ง ปูผัดผงกะหรี่ หลนปู ฯลฯ ส่งผลให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยราคาขายปูไข่ในตลาดขนาด 300 - 500 กรัมราคา 500 - 800 บาท ต่อกิโลกรัม ส่วนปูเนื้อขนาด 400 - 700 กรัม ราคา 300 - 600 บาท ต่อกิโลกรัม 

นายประพันธ์ บอกด้วยว่าในอนาคตกรมประมงยังมุ่งมั่นที่จะผลักดันการพัฒนาสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่ เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดรองรับความต้องการของผู้บริโภคต่อไปสำหรับผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ


@siampongnews มุ้งคอกเลี้ยง#ตั๊กแตน ♬ Tere Baad Nazar Nhi Aati Koi Manjil - Deepak Kurai

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...