วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569

มูเตลูกับการเมืองไทย ศรัทธาสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตัวแปรตัดสินผลเลือกตั้ง 2569


วิเคราะห์นโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมืองไทย เกี่ยวกับมูเตลู: จากความศรัทธาสู่ยุทธศาสตร์เชิงนโยบายและเศรษฐกิจสร้างสรรค์


สภาวการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในช่วงรอยต่อก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำเอา "มูเตลู" หรือวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโชคลาง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือในการสื่อสารนโยบายและการสร้างความนิยมทางการเมือง ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความงมงายส่วนบุคคล แต่ได้วิวัฒนาการสู่การเป็น "เศรษฐกิจสายมู" (Mu-conomy) และกลไกเชิงอำนาจละมุน (Soft Power) ที่พรรคการเมืองทุกระดับตั้งแต่นักเสรีนิยมหัวก้าวหน้าไปจนถึงกลุ่มเทคโนแครตและกลุ่มอนุรักษนิยม ต่างหันมาให้ความสำคัญเพื่อช่วงชิงพื้นที่ในใจของประชาชนท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสังคมที่รุมเร้า

 

รากฐานและวิวัฒนาการของมูเตลูในฐานะตัวแปรทางการเมืองและเศรษฐกิจ

มูเตลูในยุคปี 2568-2569 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพิธีกรรมในวัดหรือการบูชาเครื่องรางของขลังในรูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่ได้ปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัลอย่างแนบแน่นผ่านเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์ จนเกิดเป็นพฤติกรรม "สายมูดิจิทัล" ที่เข้าถึงสินค้าและบริการด้านความเชื่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง 3 ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางทางจิตใจของผู้คนในสังคมร่วมสมัยที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นและความไม่มั่นคงในชีวิต มูเตลูจึงทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางใจและทางลัดที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการตัดสินใจ 2 ในมิติทางการเมือง การทำความเข้าใจมูเตลูจึงเท่ากับการทำความเข้าใจจิตวิทยาของมวลชนที่โหยหาความมั่นคงและที่ยึดเหนี่ยวในสภาวะวิกฤต

ความสำคัญของมูเตลูต่อเศรษฐกิจไทยสามารถพิจารณาได้จากอัตราการเติบโตของนิติบุคคลในกลุ่มธุรกิจความเชื่อ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากกิจการครัวเรือนสู่ระบบธุรกิจที่เป็นทางการมากขึ้น ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแสดงให้เห็นถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2562 ถึง 2566 ดังนี้

ปี พ.ศ.รายได้รวมของธุรกิจกลุ่มโหราศาสตร์และไสยศาสตร์ (ล้านบาท)อัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับปีฐาน 2562
256224.28-
2565152.03+526.15%
2566231.00+851.40%

นอกจากนี้ ในช่วงต้นปี 2568 มีนิติบุคคลจดทะเบียนในกลุ่มนี้ถึง 167 ราย โดยมีทุนจดทะเบียนรวม 181.75 ล้านบาท 2 ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่ามูเตลูคือธุรกิจดาวเด่นที่มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การท่องเที่ยวและการสื่อสาร สูงถึง 10,000–15,000 ล้านบาทต่อปี 2 พรรคการเมืองจึงเล็งเห็นโอกาสในการใช้มูเตลูเป็นตัวขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนท้องถิ่นผ่านการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (Faith-Based Tourism) 2

พรรคประชาชนกับการสังเคราะห์วัฒนธรรมในพื้นที่ภาคอีสาน: กรณีศึกษาการลงพื้นที่โคราช

พรรคประชาชน (People's Party) ภายใต้การนำของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ "เท้ง" หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ได้นำเสนอแนวทางการหาเสียงที่น่าสนใจในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ซึ่งเป็นสนามการเลือกตั้งที่มีความซับซ้อนและมีความเป็น "บ้านใหญ่" สูง 5 แม้พรรคจะมีภาพลักษณ์เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ที่ชูความทันสมัยและนโยบายดิจิทัล แต่ในการลงพื้นที่ปี 2569 พรรคได้แสดงให้เห็นถึงยุทธศาสตร์การปรับตัวทางวัฒนธรรม (Cultural Adaptation) ที่แยบยลเพื่อลดช่องว่างระหว่างอุดมการณ์ของพรรคกับจารีตท้องถิ่น 6

การสลายกำแพงความแปลกแยกผ่านพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์

ยุทธศาสตร์การเข้าหาชาวโคราชของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เน้นการใช้ "สัญลักษณ์ทางความเชื่อ" เพื่อสื่อสารความเป็นพวกเดียวกันและการให้เกียรติต่ออัตลักษณ์พื้นที่ กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) และการลอดประตูชุมพล ซึ่งมีความหมายทางจิตวิทยาการเมืองอย่างลึกซึ้ง

  1. การสักการะย่าโม: ย่าโมไม่ได้เป็นเพียงวีรสตรีในประวัติศาสตร์ แต่เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณและความสามัคคีของคนโคราช การที่ผู้นำพรรคประชาชนเข้าสักการะย่าโมเป็นการแสดงความกตัญญูและยอมรับในคุณค่าดั้งเดิมของพื้นที่ ซึ่งช่วยบรรเทาความรู้สึกที่ว่าพรรคต้องการทำลายจารีต (Disruption) ที่ชาวบ้านยึดถือ 6

  2. การลอดประตูชุมพล: ตามความเชื่อพื้นถิ่น การลอดประตูชุมพลคือการขออนุญาตเป็นส่วนหนึ่งของเมือง การที่แกนนำพรรคเข้าร่วมกิจกรรมนี้ถูกวิเคราะห์ว่าเป็น "การมูแบบเนียนๆ" เพื่อสร้างความรู้สึกไว้วางใจ (In-group feeling) ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับนักการเมืองที่เข้าถึงง่ายและเคารพในจิตวิญญาณท้องถิ่น 6

การปรับตัวดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการละทิ้งอุดมการณ์เสรีนิยม แต่เป็นการปรับเปลี่ยน "วิธีการสื่อสาร" โดยใช้มูเตลูเป็นสื่อกลางเพื่อเปิดทางให้พรรคสามารถนำเสนอนโยบายเชิงโครงสร้าง เช่น การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการแก้ปัญหากลุ่มทุนสีเทา ภายใต้สโลแกน "มีส้มไม่มีเทา" 6

การปะทะกันของกระบวนทัศน์: นโยบายก้าวหน้ากับอำนาจบ้านใหญ่

ในสมรภูมิอีสาน พรรคประชาชนพยายามนำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ฐานราก (Pain-points) เช่น สิทธิที่ดินทำกินและการจัดการน้ำ ซึ่งเป็นประเด็นที่บ้านใหญ่หรือกลุ่มการเมืองเดิมครองอำนาจผ่านระบบอุปถัมภ์มาอย่างยาวนาน 6 การใช้มูเตลูในการลงพื้นที่จึงเป็นส่วนหนึ่งของการทำ "สงครามทางวัฒนธรรม" เพื่อแสดงให้เห็นว่า พรรคที่ทันสมัยก็สามารถอยู่ร่วมกับความเชื่อได้ และความเชื่อเหล่านั้นควรถูกนำมาส่งเสริมคุณภาพชีวิตมากกว่าการถูกใช้เป็นเครื่องมือผูกขาดอำนาจโดยกลุ่มอิทธิพลเดิม 6

พรรคโอกาสใหม่: การบริหารจัดการมูเตลูผ่านเลนส์เทคโนแครตและนักบริหาร

ในอีกขั้วหนึ่งของสนามการเลือกตั้ง 2569 พรรคโอกาสใหม่ (New Opportunity Party) นำโดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและอดีตข้าราชการระดับสูง ได้นำเสนอแนวทางที่แตกต่างออกไป 7 พรรคโอกาสใหม่วางตำแหน่งตนเองเป็น "พรรคของนักบริหาร" ที่ต้องการนำประสบการณ์จริงมาแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศภายใต้แนวคิด "Management Leading Politics" หรือการนำการบริหารมานำการเมือง 7

นโยบายเกี่ยวกับมูเตลูของพรรคโอกาสใหม่ไม่ได้มุ่งเน้นที่ตัวบุคคลหรือพิธีกรรมเป็นหลัก แต่ถูกบูรณาการเข้ากับยุทธศาสตร์ "เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว" ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลัก 14 ด้านของพรรค 10

ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Mu-conomy ของพรรคโอกาสใหม่

พรรคโอกาสใหม่มองมูเตลูในฐานะ "ทุนทางวัฒนธรรม" ที่ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อยกระดับสู่สากล โดยมีรายละเอียดการเชื่อมโยงนโยบายดังนี้:

องค์ประกอบนโยบายแนวทางปฏิบัติและเป้าหมายของพรรคโอกาสใหม่
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและความสะดวก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว (Wellness & Faith Destination) 10

เศรษฐกิจสร้างสรรค์

สนับสนุนการสร้าง Storytelling ให้กับความเชื่อท้องถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า (Faith Fashion) และบริการให้มีราคาและคุณค่าสูงขึ้น 10

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ใช้เทคโนโลยี AI และนวัตกรรมในการส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลวัฒนธรรมและความเชื่อ เพื่อสร้างระบบนิเวศของ Soft Power ที่ตรวจสอบได้และโปร่งใส 10

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ชูจุดขายเรื่อง "โอกาสสำหรับทุกคน" โดยมองว่ามูเตลูเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการใช้จุดแข็งด้าน Service Mind ของคนไทยมาสร้างรายได้ใหม่ๆ เข้าประเทศ 7 แนวทางของพรรคโอกาสใหม่จึงเป็นการ "เปลี่ยนมูเตลูให้เป็นมูลค่า" ผ่านการจัดการที่เป็นมืออาชีพ มากกว่าการใช้ความเชื่อเป็นเพียงเครื่องมือในการขอคะแนนเสียง

การก้าวข้ามความขัดแย้งและนโยบายรัฐสวัสดิการ

พรรคโอกาสใหม่พยายามเสนอตัวเป็น "ทางออก" ของประเทศเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์เพื่อเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ 13 นโยบายสวัสดิการของพรรค เช่น "บ้านหลังที่ 2 เพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ" สะท้อนถึงการเข้าใจบริบทสังคมสูงวัยของไทย ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุเป็นฐานรากสำคัญที่ยังยึดเหนี่ยวกับความเชื่อและศาสนา การสร้างพื้นที่ที่รองรับทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต (Mental Wellness) จึงเป็นส่วนหนึ่งของการผสานมูเตลูเข้ากับนโยบายสาธารณะอย่างมีจรรยาบรรณ 9

บทวิเคราะห์เปรียบเทียบยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย

การใช้มูเตลูของพรรคการเมืองไทยในปี 2569 สามารถจำแนกตามวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการลงคะแนนเสียงของประชาชนในแต่ละกลุ่ม

จิตวิทยาการเมืองของคนแต่ละรุ่นกับสายมู

ความสำเร็จของนโยบายสายมูขึ้นอยู่กับการตอบโจทย์ความต้องการทางจิตวิทยาที่แตกต่างกันไปตามเจเนอเรชัน ซึ่งพรรคการเมืองต้องใช้การสื่อสารที่จำเพาะเจาะจง 2:

  • กลุ่ม Gen X (กลุ่มผู้รักษาจารีต): สนใจการทำบุญเพื่อสุขภาพและความมั่นคง พรรคที่แสดงออกถึงความกตัญญูต่อสถาบันและความเชื่อดั้งเดิม เช่น พรรคโอกาสใหม่ หรือกิจกรรมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพรรคประชาชน จะได้รับแต้มต่อในแง่ของความน่านับถือ 2

  • กลุ่ม Gen Y (กลุ่มสร้างตัว): เน้นมูเตลูเพื่อการเงินและการงาน พรรคที่ชูเรื่อง "เศรษฐกิจสายมู" และการสร้างอาชีพจากทุนวัฒนธรรมแบบพรรคเพื่อไทยหรือพรรคโอกาสใหม่จะดึงดูดกลุ่มนี้ได้ดี 2

  • กลุ่ม Gen Z (กลุ่มสมัยใหม่): นิยมมูเตลูที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ (Minimal Mutelu) และโลกดิจิทัล พรรคประชาชนที่มีภาพลักษณ์เป็น AI Government และการสื่อสารผ่าน Social Media ที่ทันสมัย สามารถใช้ "วอลเปเปอร์สายส้ม" หรือกิจกรรมมูที่สร้างสรรค์เพื่อเข้าถึงกลุ่มนี้ได้โดยไม่เสียความรู้สึกทันสมัย 2

กลยุทธ์การตลาดและการกำหนดราคาความศรัทธา (Muketing)

พรรคการเมืองเริ่มนำหลักการ "Muketing" มาใช้ในการหาเสียง โดยเปลี่ยนจากการประกาศนโยบายที่แห้งแล้ง เป็นการสร้าง "เรื่องราว" (Storytelling) ที่เชื่อมโยงความเชื่อเข้ากับความหวังของผู้คน เช่น การเปลี่ยนเครื่องรางให้เป็นสินค้าแฟชั่น หรือการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่แค่การชมความงามแต่คือการไป "รับพลัง" 12 ยุทธศาสตร์นี้ช่วยสร้าง "ความผูกพันเชิงอารมณ์" (Emotional Engagement) ระหว่างพรรคกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งมีผลรุนแรงกว่าการใช้เหตุผลเพียงอย่างเดียวในวันลงคะแนน 3

บทสรุป: อนาคตของมูเตลูในฐานะตัวแปรตัดสินผลการเลือกตั้ง 2569

มูเตลูได้ก้าวผ่านการเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลสู่การเป็น "ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์" ที่มีนัยสำคัญทางการเมืองและเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในการเลือกตั้งปี 2569 การลงพื้นที่ของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่โคราชเพื่อสักการะย่าโมและลอดประตูชุมพล เป็นบทเรียนที่ชัดเจนของการที่พรรคคนรุ่นใหม่ยอมรับและปรับตัวเข้าหาจิตวิญญาณท้องถิ่นเพื่อมัดใจชาวเมือง 6 ในขณะที่นโยบายของ พรรคโอกาสใหม่ ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแปลงความศรัทธาให้เป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านยุทธศาสตร์การจัดการที่เน้นผลสัมฤทธิ์ 10

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่รออยู่คือ "ความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือ" ของนโยบายเหล่านี้ พรรคการเมืองจำเป็นต้องพิสูจน์ว่ามูเตลูไม่ใช่เพียงฉากหน้าเพื่อการหาเสียง แต่คือส่วนหนึ่งของการเห็นคุณค่าในมนุษย์และการสร้างความสุขทางจิตใจควบคู่ไปกับความเจริญทางวัตถุ หากพรรคการเมืองใดสามารถบูรณาการ "ศรัทธา" เข้ากับ "นโยบายที่ทำได้จริง" ได้อย่างสมดุล พรรคนั้นย่อมมีโอกาสสูงที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และนำพาประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตสู่โอกาสใหม่ที่ยั่งยืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เลือกตั้ง 2569 กับโจทย์ใหญ่ AI–หุ่นยนต์ ถอดรหัสนโยบายหาเสียง ผ่านกระจก Elon Musk บนเวทีดาวอส

เลือกตั้ง 2569 กับโจทย์ใหญ่ AI–หุ่นยนต์ ถอดรหัสนโยบายพรรคการเมืองไทยบนคลื่น Agentic AI และระเบียบโลกใหม่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไท...