"วิสาร เตชะธีราวัฒน์" ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 3 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่อำเภอแม่ลาว รับฟังความคิดเห็นประชาชน พร้อมประกาศความพร้อมนำเสนอนโยบายพรรค แปลงสู่การแก้ปัญหาปากท้อง ท่ามกลางสมรภูมิเลือกตั้งที่ถูกจับตาในฐานะจุดชี้ขาดของเพื่อไทยในภาคเหนือ
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัครสส.เชียงราย เขต 3 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 6 เปิดเผยว่า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนอำเภอแม่ลาวทุกท่านที่ให้โอกาสผมได้มาพบปะ พูดคุย และรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง พร้อมทั้งนำเสนอนโยบายดี ๆ ของพรรคเพื่อไทย ทุกคำแนะนำและทุกกำลังใจของพี่น้อง คือพลังสำคัญที่เติมเต็มความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่น ให้ผมเดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกจับตาในฐานะจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนาน แต่เริ่มเผชิญแรงท้าทายจากพรรคคู่แข่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ล่าสุด งานวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ชี้ว่า เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเชียงราย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ลาว กำลังกลายเป็น “สมรภูมิชี้ขาด” ของพรรคเพื่อไทยในภาคเหนือ
รายงานการศึกษาที่วิเคราะห์ยุทธศาสตร์และนัยทางรัฐศาสตร์ต่อนโยบายหาเสียงปี 2569 ของพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การส่ง นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงสมัครในเขตนี้ สะท้อนยุทธศาสตร์ “แม่ทัพคืนถิ่น” ของพรรค ที่หวังใช้ประสบการณ์และเครือข่ายทางการเมืองเดิม มารับมือกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เริ่มให้น้ำหนักกับอุดมการณ์และนโยบายเชิงโครงสร้างมากขึ้น
จากประชานิยมเดิม สู่ “เทคโน-ประชานิยม”
ผลการวิเคราะห์พบว่า ยุทธศาสตร์หลักของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งปีนี้ คือการขยับจากนโยบายประชานิยมแบบดั้งเดิม ไปสู่นโยบายที่ผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี หรือที่นักวิชาการเรียกว่า “Techno-Populism” ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยมีนโยบายสำคัญ เช่น การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อความโปร่งใส และการผลักดันเกษตรแม่นยำเพื่อลดต้นทุนการผลิต
ในบริบทอำเภอแม่ลาว ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ นโยบายดังกล่าวถูกมองว่าเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” โอกาสคือการตอบโจทย์ปัญหาปากท้อง หนี้สิน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่ความท้าทายคือการทำให้นโยบายระดับมหภาคเหล่านี้เข้าใจง่ายและใช้ได้จริงกับเกษตรกรรายย่อย
โจทย์ใหญ่: น้ำ ที่ดิน และคนต่างวัย
การศึกษาชี้ว่า ปัญหาโครงสร้างของแม่ลาวอยู่ที่การจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำลาว ซึ่งเผชิญทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซาก หากผู้สมัครไม่สามารถเสนอคำตอบที่เป็นรูปธรรม ยากจะสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน นอกจากนี้ ปัญหาที่ดินทำกินและหนี้สินเกษตรกรยังคงเป็น “จุดเจ็บปวด” ที่ต้องการการแก้ไขเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน พลวัตทางการเมืองในพื้นที่สะท้อนการปะทะกันระหว่าง “ความจงรักภักดีต่อแบรนด์เพื่อไทย” กับ “กระแสการเปลี่ยนแปลง” จากพรรคคู่แข่ง นายวิสารจึงต้องรับบทหนักในการเชื่อมช่องว่างระหว่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างวัย
การเมืองแห่งการรับฟัง
ถ้อยแถลงของนายวิสารเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่เน้นการ “รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน” ถูกถอดรหัสว่าเป็นความพยายามปรับภาพลักษณ์จากนักการเมืองอาวุโส สู่ผู้นำท้องถิ่นที่เข้าถึงง่ายและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม นักวิเคราะห์มองว่านี่คือกุญแจสำคัญในการรักษาฐานเสียงเดิม พร้อมขยายไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่
บททดสอบเพื่อไทยในแม่ลาว
โดยสรุป งานวิเคราะห์ชี้ว่า ชัยชนะของนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “บารมีเก่า” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับความสามารถในการแปลงนโยบายใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ให้กลายเป็นคำตอบที่จับต้องได้ต่อชีวิตจริงของคนแม่ลาว ทั้งเรื่องน้ำ การเกษตร หนี้สิน และโอกาสของคนรุ่นใหม่
การเลือกตั้งปี 2569 ในเขต 3 เชียงราย จึงไม่ใช่แค่การตัดสินแพ้ชนะของผู้สมัครรายหนึ่ง หากแต่เป็นบททดสอบสำคัญว่า พรรคเพื่อไทยจะสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่า “ประสบการณ์ผสานนวัตกรรม” ยังเป็นคำตอบของการเมืองไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน.
การวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์และนัยทางรัฐศาสตร์ต่อนโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคเพื่อไทย: กรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ในบริบทอำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โดย นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ทางการเมืองและนโยบายสาธารณะของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งทั่วไป ปีพุทธศักราช 2569 (ค.ศ. 2026) โดยมุ่งเน้นการศึกษาเชิงลึกในกรณีของ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดเชียงราย เขต 3 หมายเลข 6 การวิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารและข้อมูลทุติยภูมิ ผสมผสานกับการวิเคราะห์วาทกรรมทางการเมือง (Political Discourse Analysis) จากถ้อยแถลงของนายวิสารเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ผลการศึกษาพบว่า ยุทธศาสตร์หลักของพรรคเพื่อไทยในปี 2569 คือการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายประชานิยมแบบดั้งเดิมสู่นโยบายที่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Techno-Populism) ภายใต้แนวคิด "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้" โดยเฉพาะการนำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้ในการประกันกำไรสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในระดับพื้นที่อำเภอแม่ลาว คือการแปลงนโยบายระดับมหภาคให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเกษตรกรรายย่อยและโครงสร้างประชากรสูงวัย รวมถึงการจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำลาวที่มีความซับซ้อน บทความนี้เสนอว่า ชัยชนะของนายวิสารขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานบทบาท "นักการเมืองระดับชาติ" เข้ากับ "ผู้นำท้องถิ่นที่เข้าถึงได้" ผ่านกระบวนการสื่อสารที่เน้นการรับฟังและการมีส่วนร่วม เพื่อรักษาฐานเสียงเดิมและขยายฐานเสียงไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ท่ามกลางพลวัตการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
1. บทนำ: ภูมิทัศน์การเมืองไทยและการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ปี 2569
1.1 บริบทการเมืองมหภาคและการเปลี่ยนผ่านสู่ปี 2569
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย
พรรคเพื่อไทย ในฐานะสถาบันทางการเมืองที่มีรากฐานมายาวนานและมีประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการนำพาประเทศก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางและการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไว้ที่ร้อยละ 5 ต่อปี ตลอดระยะเวลา 4 ปีของวาระรัฐบาล
1.2 นัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย
จังหวัดเชียงราย ในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางภาคเหนือตอนบน มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อชัยชนะของพรรคเพื่อไทย ด้วยประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญ (Stronghold) มาตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งในปี 2566 ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญ เมื่อพรรคก้าวไกล (หรือพรรคประชาชนในปัจจุบัน) สามารถเจาะฐานเสียงและคว้าที่นั่งในเขตอำเภอเมืองและพื้นที่รอยต่อได้สำเร็จ
ในบริบทของการเลือกตั้งปี 2569 เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเชียงราย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ลาวและอำเภอใกล้เคียง กลายเป็นสมรภูมิที่มีความเข้มข้นสูงสุดแห่งหนึ่ง พรรคเพื่อไทยได้ตัดสินใจส่ง นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ นักการเมืองระดับอาวุโสและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงสมัครรับเลือกตั้งในหมายเลข 6
2. กรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
2.1 ทฤษฎีการสื่อสารทางการเมือง (Political Communication Theory)
การศึกษานี้ใช้กรอบแนวคิดเรื่องการสื่อสารทางการเมืองเพื่อวิเคราะห์ถ้อยแถลงและกลยุทธ์การหาเสียง โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง "การสร้างภาพลักษณ์" (Image Making) และ "การกำหนดวาระ" (Agenda Setting) ในยุคดิจิทัล การสื่อสารของนักการเมืองไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปราศรัยบนเวที แต่ครอบคลุมถึงการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์และการลงพื้นที่ปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับประชาชน (Face-to-Face Communication) ซึ่งในบริบทการเมืองท้องถิ่นไทย การสื่อสารแบบ "ปากต่อปาก" และการสร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน (Identification) ยังคงมีอิทธิพลสูง
2.2 แนวคิดนโยบายสาธารณะจากบนลงล่างและจากล่างขึ้นบน (Top-down and Bottom-up Policy Implementation)
การนำนโยบายระดับชาติ (National Policy) ของพรรคการเมืองไปประยุกต์ใช้ในระดับเขตเลือกตั้ง จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน (Translation) ให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น พรรคเพื่อไทยมักใช้นโยบายแบบประชานิยมที่คิดค้นจากส่วนกลาง (Top-down) แต่ความสำเร็จในการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สมัคร ส.ส. ในการแปลงนโยบายเหล่านั้นให้ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนในพื้นที่ (Bottom-up) เช่น ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำหรือปัญหาภัยแล้ง
3. วิเคราะห์บริบทพื้นที่: อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย (เขต 3)
การทำความเข้าใจบริบทเชิงพื้นที่อย่างลึกซึ้งเป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์ความสอดคล้องของนโยบาย อำเภอแม่ลาวไม่ได้เป็นเพียงหน่วยการปกครอง แต่เป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีลักษณะเฉพาะตัว
3.1 ภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ: เส้นเลือดใหญ่ "แม่น้ำลาว"
อำเภอแม่ลาวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มสลับกับเนินเขา โดยมี "แม่น้ำลาว" ไหลผ่านเป็นเส้นเลือดหลักหล่อเลี้ยงชีวิตและเศรษฐกิจของอำเภอ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสำคัญ เช่น ตำบลป่าตึง ตำบลแม่ลาว ตำบลดงมะดะ และตำบลจอมหมอกแก้ว
ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและเครือข่ายชุมชนรักษ์ป่าลุ่มน้ำลาว ระบุว่า การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่นี้มีความท้าทายเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการใช้ที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไป
3.2 โครงสร้างทางเศรษฐกิจและวิถีการผลิต
เศรษฐกิจของอำเภอแม่ลาวพึ่งพาภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก พืชเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่:
ข้าว: เป็นพืชหลักที่มีการปลูกทั้งนาปีและนาปรัง โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 และ กข15
15 การทำนาในพื้นที่ยังคงประสบปัญหาต้นทุนปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชที่สูงขึ้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: เป็นพืชไร่ที่นิยมปลูกในพื้นที่ดอนและพื้นที่หลังทำนา แต่ประสบปัญหาเรื่องราคาผันผวนและการเผาตอซังซึ่งนำไปสู่ปัญหา PM 2.5
10 ลำไยและไม้ผล: เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่มีความเสี่ยงด้านการตลาดและการส่งออก
16
นอกเหนือจากเกษตรกรรม อำเภอแม่ลาวยังมีโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรตั้งอยู่บ้าง เช่น โรงงานคัดบรรจุและแปรรูปผักผลไม้ ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญ
ตารางที่ 1: ข้อมูลสังเขปทางเศรษฐกิจและสังคม อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย
| หมวดหมู่ | รายละเอียดและสถิติสำคัญ | นัยสำคัญทางการเมือง |
| ประชากร | สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์ (Aged Society) ผู้สูงอายุ > 20% | ต้องการนโยบายสาธารณสุขและเบี้ยยังชีพ |
| อาชีพหลัก | เกษตรกรรม (ทำนา, สวนลำไย, ข้าวโพด) | ความอ่อนไหวต่อราคาพืชผลและต้นทุนปุ๋ย |
| แหล่งน้ำ | แม่น้ำลาว, คลองชลประทาน, ฝายแกนดินซีเมนต์ | ความต้องการงบประมาณขุดลอกและพัฒนาแหล่งน้ำ |
| ปัญหาเร่งด่วน | น้ำท่วมพื้นที่เกษตร, หนี้สินครัวเรือน, ราคาปุ๋ยแพง | ต้องการการพักหนี้และการลดต้นทุนการผลิต |
| องค์กรชุมชน | เครือข่ายชุมชนรักษ์ป่าลุ่มน้ำลาว, กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ | ฐานเสียงจัดตั้งที่สำคัญต้องเข้าถึงผ่านผู้นำกลุ่ม |
3.3 พลวัตทางการเมืองในพื้นที่
อำเภอแม่ลาวมีประวัติการเลือกตั้งที่ผูกพันกับพรรคไทยรักไทย-เพื่อไทยมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งปี 2566 คะแนนเสียงของพรรคก้าวไกลในระบบบัญชีรายชื่อและเขตเริ่มมีสัดส่วนสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนทำงานเริ่มมองหาทางเลือกใหม่
4. นโยบายพรรคเพื่อไทย ปี 2569: การวิเคราะห์เชิงลึกและการประยุกต์ใช้
พรรคเพื่อไทยเข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2569 ด้วยชุดนโยบายที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยมีการปรับปรุงจากนโยบายเดิมให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากขึ้น
4.1 นโยบายเกษตร: จาก "จำนำ" สู่ "ประกันกำไร" และ "นวัตกรรม"
หัวใจสำคัญของนโยบายพรรคเพื่อไทยในปี 2569 คือการปฏิวัติภาคการเกษตรด้วยแนวคิด "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้"
4.1.1 การประกันกำไรสินค้าเกษตร (Profit Guarantee)
พรรคเพื่อไทยนำเสนอโมเดลใหม่ในการดูแลเกษตรกร คือการ "ประกันกำไร 30%"
การประยุกต์ใช้กับนายวิสาร: ในการหาเสียงที่แม่ลาว นายวิสารสามารถชี้แจงให้ชาวนาเห็นว่า นี่คือหลักประกันความอยู่รอด ไม่ว่าราคาข้าวในตลาดโลกจะเป็นอย่างไร เกษตรกรในแม่ลาวจะมีรายได้ที่แน่นอนในการเลี้ยงชีพและชำระหนี้ สิ่งนี้จะดึงดูดใจกลุ่มเกษตรกรที่มีหนี้สินผูกพันกับ ธ.ก.ส. ได้อย่างมาก
กลไกการทำงาน: ใช้เทคโนโลยี Blockchain เข้ามาจัดการข้อมูลต้นทุนและการขาย เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
10 ซึ่งนายวิสารต้องสื่อสารให้ชาวบ้านมั่นใจว่าระบบจะไม่ยุ่งยากซับซ้อน
4.1.2 เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และคูปองปุ๋ยสั่งตัด
นโยบาย "คูปองเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย"
การประยุกต์ใช้ในเขต 3: พื้นที่นาข้าวในอำเภอแม่ลาวมีการใช้ปุ๋ยเคมีมาอย่างยาวนานจนดินเริ่มเสื่อมสภาพ นายวิสารสามารถนำเสนอนโยบายนี้ในฐานะ "หมอดิน" ที่จะช่วยฟื้นฟูที่ดินทำกินและลดค่าปุ๋ยที่แพงเกินจริงได้ทันที นอกจากนี้ การสนับสนุนเทคโนโลยี AI และโดรนเพื่อการเกษตร
10 จะช่วยดึงดูดลูกหลานเกษตรกรให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด สร้างภาพลักษณ์เกษตรทันสมัย
4.2 นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตและการกระตุ้นเศรษฐกิจ
แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่พรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าต่อนโยบาย "กระเป๋าเงินดิจิทัล" (Digital Wallet) โดยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้วย Blockchain
นัยต่อพื้นที่: สำหรับร้านค้าชุมชนและตลาดในอำเภอแม่ลาว เช่น ตลาดสดป่าก่อดำ หรือร้านโชห่วยในหมู่บ้าน นโยบายนี้หมายถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะหมุนเวียนในระบบ นายวิสารต้องเน้นย้ำว่าเงินนี้จะ "ถึงมือ" ประชาชนอย่างแน่นอนและใช้งานง่ายขึ้น
4.3 นโยบายที่ดินและหนี้สิน: ปลดล็อกพันธนาการเกษตรกร
ปัญหาที่ดินทำกินและหนี้สินเป็นปัญหาคลาสสิกของเชียงราย นโยบาย "เปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด" และ "พักหนี้เกษตรกร 3 ปี"
การประยุกต์ใช้: ในพื้นที่แม่ลาวที่มีที่ดิน ส.ป.ก. และพื้นที่ทับซ้อนเขตป่าจำนวนมาก นายวิสารต้องยืนยันกับประชาชนว่า พรรคเพื่อไทยจะเร่งพิสูจน์สิทธิ์และออกเอกสารสิทธิ์ให้ เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงและสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้
5. บทบาทและยุทธศาสตร์ของ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์
5.1 วิเคราะห์ถ้อยแถลง 22 มกราคม 2569: การสื่อสารทางการเมืองเชิงรุก
เมื่อพิจารณาข้อความที่นายวิสารกล่าวต่อประชาชนอำเภอแม่ลาว:
"ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนอำเภอแม่ลาวทุกท่านที่ให้โอกาสผมได้มาพบปะ พูดคุย และรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง พร้อมทั้งนำเสนอนโยบายดี ๆ ของพรรคเพื่อไทย ทุกคำแนะนำและทุกกำลังใจของพี่น้อง คือพลังสำคัญที่เติมเต็มความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่น ให้ผมเดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้อย่างเต็มที่"
การถอดรหัส (Decoding) และวิเคราะห์:
การเมืองแห่งการรับฟัง (Politics of Listening): นายวิสารเลือกใช้คำว่า "รับฟังความคิดเห็น" เป็นแกนหลัก ซึ่งสะท้อนยุทธศาสตร์ที่ต้องการลบภาพลักษณ์นักการเมืองแบบเก่าที่เน้นการสั่งการ (Authoritarian) มาเป็นนักการเมืองที่เข้าถึงง่ายและเป็นผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง
การเสริมพลัง (Empowerment): ประโยค "ทุกคำแนะนำ... คือพลังสำคัญ" เป็นการยกสถานะของประชาชนให้เป็น "ผู้กำหนดทิศทาง" (Stakeholder) ไม่ใช่เพียง "ผู้ลงคะแนน" (Voter) ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันทางจิตวิทยา (Psychological Bond) ที่ลึกซึ้ง
การผนวกอัตลักษณ์: การระบุถึง "อำเภอแม่ลาว" อย่างเจาะจง เป็นการตอกย้ำความใส่ใจในพื้นที่ (Localization) ซึ่งสำคัญมากในการเลือกตั้งระบบเขต
5.2 จุดแข็งและจุดอ่อนของผู้สมัคร (SWOT Analysis)
จุดแข็ง (Strengths):
บารมีและประสบการณ์: นายวิสารเป็นอดีต รมช. มหาดไทย และ ส.ส. หลายสมัย มีความเข้าใจกลไกราชการและการงบประมาณเป็นอย่างดี
5 เครือข่ายฐานเสียง: มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่เชียงรายมายาวนาน
แบรนด์พรรค: พรรคเพื่อไทยยังมีคะแนนนิยมสูงในกลุ่มผู้สูงอายุและเกษตรกรในภาคเหนือ
จุดอ่อน (Weaknesses):
ภาพลักษณ์ความเก่า: อาจถูกมองว่าเป็นนักการเมืองยุคเก่า (Old Guard) ในสายตาคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน
คู่แข่ง: การแข่งขันจากพรรคประชาชน (อดีตก้าวไกล) ที่มีกระแสแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และพรรคภูมิใจไทยที่มีทรัพยากรมาก
โอกาส (Opportunities):
วิกฤตเศรษฐกิจ: ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ประชาชนโหยหานโยบายที่ "กินได้" และเห็นผลเร็ว ซึ่งเป็นจุดแข็งของเพื่อไทย
ความผิดพลาดของคู่แข่ง: หากพรรคคู่แข่งไม่มีนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม นายวิสารสามารถใช้จุดนี้โจมตีได้
อุปสรรค (Threats):
กติกาการเลือกตั้ง: ความเข้มงวดของ กกต. และกฎหมายเลือกตั้งอาจเป็นข้อจำกัดในการหาเสียงแบบดั้งเดิม
ภัยธรรมชาติ: หากเกิดภัยแล้งหรือน้ำท่วมรุนแรงในช่วงหาเสียง อาจเกิดกระแสความไม่พอใจต่อการจัดการของภาครัฐและกระทบถึงผู้สมัครพรรครัฐบาล
6. ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์: การชนะใจคนแม่ลาว
เพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2569 นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ควรดำเนินยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้:
6.1 ยุทธศาสตร์ "แม่ลาวโมเดล": การจัดการน้ำที่ยั่งยืน
นายวิสารควรประกาศวาระ "แม่ลาวโมเดล" โดยชูประเด็นการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำลาวทั้งระบบ ร่วมกับ "เครือข่ายชุมชนรักษ์ป่าลุ่มน้ำลาว"
Action Plan: เสนอโครงการขุดลอกตะกอนแม่น้ำลาวเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ และสนับสนุนงบประมาณสร้างฝายมีชีวิตในลำน้ำสาขา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและแล้งซ้ำซาก
Communication: สื่อสารว่า "เลือกวิสาร ได้น้ำใช้ตลอดปี" เพราะมีประสบการณ์และศักยภาพในการดึงงบประมาณจากส่วนกลางได้จริง
6.2 ยุทธศาสตร์ "เกษตรกรยุคใหม่": ลดต้นทุน เพิ่มกำไร
เน้นการลงพื้นที่สาธิตการใช้ "คูปองปุ๋ยสั่งตัด" และ "โดรนเกษตร" ในแปลงนาจริง
Action Plan: จัดตั้ง "ศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมเพื่อไทย" ในชุมชน เพื่อให้เกษตรกรได้สัมผัสเทคโนโลยีจริง ไม่ใช่แค่ฟังคำโฆษณา โดยเชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ในตำบลจอมหมอกแก้วและตำบลป่าก่อดำ
22
6.3 ยุทธศาสตร์ "สะพานเชื่อมวัย": ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้าน
ใช้ศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในทีมงาน หรือสมาชิกครอบครัว (เช่น คุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์) ช่วยสื่อสารกับกลุ่ม New Voter
Action Plan: จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นกลุ่มเยาวชน (Youth Forum) เรื่องโอกาสทางธุรกิจในบ้านเกิด (Local Entrepreneurship) และ Soft Power เชียงราย เพื่อแสดงให้เห็นว่านายวิสารเข้าใจโลกยุคใหม่และพร้อมสนับสนุนความฝันของพวกเขา
6.4 การสื่อสารแบบผสมผสาน (Hybrid Campaigning)
On-Ground: ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เน้นการพูดคุยกลุ่มย่อย (Small Group Meeting) เพื่อให้เข้าถึงปัญหาที่แท้จริง
Online: ใช้โซเชียลมีเดียถ่ายทอดสดบรรยากาศการลงพื้นที่ และทำคลิปสั้นสรุปนโยบายที่เข้าใจง่าย ภาษาคำเมือง เพื่อให้เกิดการแชร์ในวงกว้าง
7. บทสรุป
การเลือกตั้งปี 2569 ในเขต 3 จังหวัดเชียงราย เป็นบททดสอบสำคัญของพรรคเพื่อไทยและนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ในการพิสูจน์ว่า "ประสบการณ์" และ "นโยบายที่ทำได้จริง" ยังคงเป็นคำตอบสำหรับประชาชน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล การประยุกต์ใช้นโยบาย "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้" ผสมผสานกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องน้ำและที่ดินทำกินในอำเภอแม่ลาว จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ
ถ้อยแถลงของนายวิสารเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ได้วางหมุดหมายที่ถูกต้องในการเริ่มต้นแคมเปญด้วยความถ่อมตนและการมีส่วนร่วม หากสามารถแปลงความมุ่งมั่นนี้ไปสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้ ผ่านนโยบายประกันกำไร เกษตรแม่นยำ และการจัดการน้ำที่ยั่งยืน นายวิสารไม่เพียงแต่จะรักษาที่นั่ง ส.ส. ได้เท่านั้น แต่ยังจะเป็นหัวหอกสำคัญในการนำพาจังหวัดเชียงรายไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในทศวรรษหน้า
ตารางสรุปข้อมูลประกอบการวิเคราะห์
ตารางที่ 2: เปรียบเทียบนโยบายพรรคเพื่อไทยกับปัญหาในพื้นที่อำเภอแม่ลาว
| ปัญหาในพื้นที่ (Pain Points) | นโยบายพรรคเพื่อไทย 2569 (Solutions) | การประยุกต์ใช้โดยนายวิสาร (Implementation) |
| หนี้สินเกษตรกร เรื้อรัง พอกพูนจากดอกเบี้ย | พักหนี้เกษตรกร 3 ปี ทั้งต้นและดอก | สื่อสารเงื่อนไขการพักหนี้ที่ชัดเจน และแผนฟื้นฟูอาชีพหลังพักหนี้เพื่อให้เกษตรกรตั้งตัวได้ |
| ราคาพืชผลตกต่ำ ข้าว/ข้าวโพด ราคาไม่แน่นอน | ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% | ใช้ข้อมูลต้นทุนจริงของแม่ลาวในการคำนวณ เพื่อให้เกษตรกรได้รับส่วนต่างกำไรที่ยุติธรรม |
| ต้นทุนการผลิตสูง ปุ๋ยแพง ดินเสื่อมโทรม | คูปองปุ๋ยสั่งตัด & เกษตรแม่นยำ | แจกคูปองตรวจดินฟรี สนับสนุนปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ลดการใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็น |
| ขาดแคลนน้ำ/น้ำท่วม ลุ่มน้ำลาวบริหารจัดการยาก | บริหารจัดการน้ำ ไม่ท่วม ไม่แล้ง | ผลักดันโครงการแก้มลิงและฝายชะลอน้ำในลุ่มน้ำลาว ร่วมกับเครือข่ายชุมชนรักษ์ป่าฯ |
| ที่ดินทำกิน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ มั่นคงต่ำ | เปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด | เร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อน เพื่อให้ที่ดินเปลี่ยนมือและค้ำประกันได้ |
ตารางที่ 3: สถิติผลการเลือกตั้ง ส.ส. เชียงราย เขต 3 ปี 2566 (เพื่อการวิเคราะห์คู่แข่ง)
| ผู้สมัคร / พรรค | คะแนนเสียง | ร้อยละ | สถานะ |
| นายวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ (เพื่อไทย) | 39,589 | N/A | (ข้อมูลอ้างอิงฐานเสียง) |
| ผู้สมัครพรรคก้าวไกล (ชิตวัน/สิริวัฒน์)* | 43,153 / 18,181 | N/A | คู่แข่งหลักที่มีคะแนนนิยมสูง |
| ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย (จิราวุฒิ) | 10,400 | N/A | ตัวแปรสำคัญในการตัดคะแนน |

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น