"ณพลเดช มณีลังกา" เสนอไทยควรใช้พุทธศาสนาและประวัติศาสตร์เป็นนโยบายเชิงรุก เปิดพื้นที่ให้ชาวต่างชาติศึกษาวัฒนธรรมและฝึกสมาธิ ตอบโจทย์กระแสท่องเที่ยวเชิงความหมายและสุขภาพจิต พร้อมยกระดับเป็นเทรนด์ระดับโลก
เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 นายณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษากรรมการต่างประเทศ และอดีตอนุกรรมาธิการฯพุทธศาสนา เปิดเผยว่า แนวโน้มของชาวต่างชาติในปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต ความสงบภายใน และการท่องเที่ยวเชิงความหมายมากขึ้น ประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ควรใช้จุดแข็งนี้พัฒนาเป็นนโยบายเชิงรุก เปิดพื้นที่ให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์ไทย ควบคู่กับการฝึกนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรม จนสามารถยกระดับเป็นเทรนด์ระดับโลกได้
สำหรับการเผยแพร่พุทธศาสนาในยุคใหม่ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการสอนศาสนาในเชิงพิธีกรรม แต่ควรเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตสากล โดยเฉพาะในประเทศตะวันตกที่มีกฎหมายแรงงานชัดเจน มีวันลาพักร้อนประจำปี หากรัฐบาลไทยออกแบบโครงการเชิญชวนให้ชาวต่างชาติใช้ช่วงวันหยุดมาพำนักระยะยาว ผ่านกิจกรรมนั่งสมาธิฟรีหรือโครงการปฏิบัติธรรมที่เปิดให้จองล่วงหน้าข้ามปี จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้ และขยายบทบาทพุทธศาสนาในเวทีโลก เรื่องนี้มีตัวอย่างในอเมริกา และยุโรป เป็นจำนวนมากนะครับ
สำหรับประเทศไทยมีศักยภาพทั้งด้านวัด โบราณสถาน พระสงฆ์ และครูสมาธิที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ หากรัฐเข้าไปสนับสนุนงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ โครงสร้างพื้นฐาน และการประสานงานกับวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำให้การปฏิบัติธรรมไม่ถูกมองเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพอย่างเป็นระบบ
นายณพลเดชยังเสนอว่า กลุ่มผู้สูงอายุจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีฤดูหนาวยาวนานและอากาศรุนแรง ควรถูกวางเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศอบอุ่น เหมาะต่อการฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ หากมีโครงการสมาธิควบคู่การดูแลสุขภาพ การแพทย์แผนไทย และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ไทยในฐานะประเทศแห่งสันติสุขและการเยียวยาจิตใจ
จากที่ทราบจากในพื้นที่ โดยวันนี้ซึ่ง จ.อยุธยา วันนี้ตรงกับวันศุกร์มีพี่น้องชาวโปแลนด์ ยูเครน รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ ไต้ไหวัน เม็กซิโก สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ศรีลังกา แคนาดา เบลเยี่ยม เกาหลีใต้ บราซิล และอิตาลี ร่วมนั่งสมาธิ ปล่อยวาง และทำใจให้สงบ นั่งสมาธิ ขณะที่พี่น้องชาวไทย เปรู เยอรมนี อินเดีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อาเซอร์ไบจาน และสหรัฐอเมริกา ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างอบอุ่น เสมือนครอบครัวเดียวกัน กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการ Ayutthaya Monk Chat ครั้งที่ 54 เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ณ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยพระมหาทองเพียร สิริทตฺโต ป.ธ.4 ฝ คณะสงฆ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับพุทธบริษัท 4 ศูนย์พุทธศาสตร์ศึกษา DCI และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร
ในครั้งนี้มีนักท่องเที่ยวจาก 26 ประเทศ จำนวน 220 ท่าน เข้าร่วมนั่งสมาธิและสนทนาธรรม และเมื่อรวมตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 54 มีผู้เข้าร่วมแล้วทั้งสิ้น 5,911 ท่าน จากกว่า 69 ประเทศ ใช้เวลานั่งสมาธิรวมกว่า 29,555 นาที หรือมากกว่า 492 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นว่าพลังแห่งสันติสุขจากการปฏิบัติธรรมในประเทศไทย กำลังแผ่ขยายไปสู่จิตใจของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติอย่างต่อเนื่อง
"ทั้งนี้ หากรัฐบาลนำบทเรียนจากกิจกรรมลักษณะนี้ไปต่อยอดเชิงนโยบาย จะไม่เพียงสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ยังทำให้พุทธศาสนาไทยกลายเป็นพลังทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก เข้าด้วยกันด้วยความสงบ เมตตา และความเข้าใจซึ่งกันและกัน สร้างภาพที่ดี ไปสู่ทั่วโลก สร้างสังคมที่ดี" นายณพลเดช กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น