วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569

พรรคโอกาสใหม่ ชู "แก้จนพอเพียงยุค AI" ดัน "ดร.มหานิยม" สกลนครเขต 2 เบอร์ 6 เสนอโมเดลแบบแม่นยำ


การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย ท่ามกลางวิกฤตซ้อนวิกฤตทั้งเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน สังคมสูงวัย และแรงกระแทกจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พรรคโอกาสใหม่ (New Opportunity Party) ได้เปิดตัวนโยบายหาเสียงที่มุ่งแก้ปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบแนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในยุค AI” หรือ SEP 5.0 โดยใช้พื้นที่จังหวัดสกลนคร เขต 2 เป็นกรณีศึกษาหลัก ผ่านการรณรงค์ของ ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 หมายเลข 6



บทวิเคราะห์เชิงนโยบายระบุว่า พรรคโอกาสใหม่ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ วางจุดยืนเป็น “พรรคของคนทำงาน” ที่ผสานความเป็นอนุรักษนิยมใหม่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสให้กลุ่มที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย สโลแกน “โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน” ถูกแปลงเป็นชุดนโยบายที่เน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการเยียวยาระยะสั้น



สำหรับ สกลนคร เขต 2 ซึ่งครอบคลุมอำเภอกุสุมาลย์ โพนนาแก้ว โคกศรีสุพรรณ เต่างอย และบางส่วนของอำเภอเมือง ถือเป็นพื้นที่ที่เผชิญปัญหาซับซ้อน ทั้งหนี้สินเกษตรกร วิกฤตดินเค็ม ภัยแล้งซ้ำซาก ครัวเรือนแหว่งกลาง และปัญหาสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็มีทุนทางสังคมและวัฒนธรรมเข้มแข็ง เช่น ผ้าย้อมคราม ข้าวฮางงอก เนื้อโคขุน และการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา

นโยบายของพรรคโอกาสใหม่ถูกถอดเป็น 4 เสาหลัก สำหรับการหาเสียงของ ดร.นิยม เวชกามา ได้แก่

ปลดล็อกหนี้สิน ด้วยนโยบายแช่แข็งหนี้ 3 ปีควบคู่การยกระดับทักษะเกษตรกร และการใช้ AI Credit Scoring แทนหลักทรัพย์ เพื่อเปิดโอกาสเข้าถึงสินเชื่ออย่างเป็นธรรม

เกษตรอัจฉริยะวิถีพอเพียง แก้ปัญหาดินเค็มและน้ำด้วยเซนเซอร์ IoT โดรนชุมชน และระบบธนาคารน้ำใต้ดินอัจฉริยะ

เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power สกลนคร ตั้งแต่การใช้ Generative AI ออกแบบผ้าคราม ไปจนถึง Blockchain ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าโคขุน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่

รัฐสวัสดิการแม่นยำ ใช้ Big Data และ AI ปรับปรุงระบบ TPMAP พร้อมยกระดับสาธารณสุขชนบทด้วย Telemedicine

บทวิเคราะห์ยังชี้ว่า จุดเด่นของ ดร.นิยม เวชกามา คือภาพลักษณ์ “ผู้ผนวกธรรมะเข้ากับเทคโนโลยี” ด้วยพื้นฐานพุทธจิตวิทยาและประสบการณ์การเมืองในพื้นที่ ทำให้สามารถสื่อสารแนวคิด “ใช้ AI อย่างมีสติ ใช้เทคโนโลยีอย่างพอเพียง” ให้เข้าถึงชาวบ้านได้ง่าย แตกต่างจากคู่แข่งที่เน้นบารมีพรรคหรืออุดมการณ์เชิงโครงสร้างเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ ทั้งช่องว่างทางดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต และคำถามด้านวินัยการคลัง พรรคโอกาสใหม่จึงเสนอแนวทางเสริม เช่น การสร้างอาสาสมัครดิจิทัลในชุมชน และการตั้งพื้นที่นำร่อง “แซนด์บ็อกซ์แก้จน” เพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์เชิงประจักษ์

บทสรุปของรายงานระบุว่า หาก ดร.นิยม เวชกามา สามารถสื่อสารให้ประชาชนเห็นภาพชัดว่า AI และเศรษฐกิจพอเพียงจะเข้ามา “เปลี่ยนชีวิตจริง” ได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรม โอกาสที่พรรคโอกาสใหม่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองในสกลนคร เขต 2 ก็มีไม่น้อย และอาจกลายเป็นต้นแบบใหม่ของการพัฒนาชนบทไทยในทศวรรษหน้า ที่ความทันสมัยและความยั่งยืนเดินไปพร้อมกันอย่างสมดุล.


วิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคโอกาสใหม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยุคเอไอ ประยุกต์ใช้กับการหาเสียงของ ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร เขต 2 เบอร์ 6 พรรคโอกาสใหม่

บทคัดย่อ

รายงานการวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปในปี พุทธศักราช 2569 ของ "พรรคโอกาสใหม่" (New Opportunity Party) โดยมุ่งเน้นที่นโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน ผ่านกรอบแนวคิด "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในยุคปัญญาประดิษฐ์" (Sufficiency Economy Philosophy in AI Era: SEP 5.0) การศึกษานี้เจาะจงกรณีศึกษาของ ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต 2 หมายเลข 6 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพลวัตความท้าทายสูง ทั้งในด้านความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ปัญหาหนี้สินภาคเกษตร และปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ภาวะดินเค็มและภัยแล้งซ้ำซาก

ผลการศึกษาพบว่า การผนวกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มิใช่เป็นเพียงการนำเครื่องมือสมัยใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต แต่เป็นการสร้าง "ระบบภูมิคุ้มกันอัจฉริยะ" ที่ช่วยให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยสามารถตัดสินใจได้อย่าง "มีเหตุผล" และ "พอประมาณ" บนฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) นโยบายหลักของพรรคโอกาสใหม่ อาทิ การแช่แข็งหนี้สิน การสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า และการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล ถูกนำมาสังเคราะห์ร่วมกับทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของจังหวัดสกลนคร เพื่อนำเสนอเป็น "โมเดลแก้จนแบบแม่นยำ" (Precision Poverty Alleviation Model) สำหรับการรณรงค์หาเสียงของ ดร.นิยม เวชกามา โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมดั้งเดิมสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) การยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วย AI และการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกันระหว่างเทคโนโลยีและจริยธรรมทางศาสนา

1. บทนำ: ภูมิทัศน์การเมืองไทยและบริบทความท้าทายในปี 2569

1.1 พลวัตการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจสังคมไทยสู่ปี 2569

การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2569 นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" (Polycrisis) ที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนแปลงประกอบด้วยความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ปัญหาหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงแตะระดับวิกฤต รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) อย่างสมบูรณ์ ซึ่งกดดันระบบสวัสดิการของรัฐและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้สร้างแรงกระเพื่อมที่เรียกว่า "AI Disruption" ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานและวิถีการผลิตในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรมไปจนถึงภาคเกษตรกรรม

ในบริบททางการเมือง พรรคการเมืองต่างๆ พยายามปรับตัวเพื่อนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนที่ซับซ้อนขึ้น พรรคเพื่อไทยยังคงเน้นนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและการแก้ไขปัญหาปากท้องพื้นฐาน ภายใต้แคมเปญ "สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน" 1 ในขณะที่พรรคประชาชน (อดีตพรรคก้าวไกล) มุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างและสิทธิมนุษยชน 2 อย่างไรก็ตาม ช่องว่างทางการเมืองได้เปิดโอกาสให้เกิดพรรคทางเลือกใหม่ที่พยายามก้าวข้ามความขัดแย้งเดิม และนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่เน้นผลลัพธ์ (Pragmatism) ผสมผสานกับการอนุรักษ์รากฐานวัฒนธรรมไทย

1.2 การกำเนิดและจุดยืนทางยุทธศาสตร์ของ "พรรคโอกาสใหม่"

"พรรคโอกาสใหม่" (New Opportunity Party) ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้ประกาศตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง 2569 ด้วยอัตลักษณ์ที่ชัดเจนในการเป็น "พรรคของคนทำงาน" (Action-Oriented Party) ที่รวบรวมบุคลากรจากหลากหลายเจเนอเรชัน ทั้งข้าราชการผู้มากประสบการณ์ นักธุรกิจ และคนรุ่นใหม่ 3 อุดมการณ์ของพรรคถูกนิยามว่าเป็น "อนุรักษนิยมใหม่ที่ก้าวหน้า" (Progressive Neo-Conservatism) หรือ "พิพัฒนาการนิยม" ซึ่งยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่เปิดกว้างต่อการใช้กลไกตลาดเสรีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศ 3

สโลแกนหลัก "โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน" สะท้อนถึงพันธกิจในการลดความเหลื่อมล้ำและเปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (Left Behind) โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย นโยบายของพรรคมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของความยากจน เช่น การแช่แข็งหนี้ (Debt Freeze) เพื่อหยุดเลือดไหลทางเศรษฐกิจ และการเติมเงินทุนใหม่เข้าสู่ระบบ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์เข้าสู่ยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัล 5 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ได้เน้นย้ำวิสัยทัศน์ในการนำพาประเทศไทยกลับมามีศักดิ์ศรีบนเวทีโลกอีกครั้ง ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส

1.3 ดร.นิยม เวชกามา: ตัวแทนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่สกลนคร เขต 2

ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต 2 หมายเลข 6 ถือเป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในพื้นที่ ด้วยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านพุทธจิตวิทยา และประสบการณ์การเป็น ส.ส. หลายสมัย สังกัดพรรคเพื่อไทยมาก่อนที่จะย้ายมาสังกัดพรรคโอกาสใหม่ 7 การย้ายพรรคของ ดร.นิยม ในครั้งนี้ มิใช่เพียงการเปลี่ยนสังกัด แต่เป็นการประกาศจุดยืนในการนำ "โอกาสใหม่" มาสู่พี่น้องชาวสกลนคร โดยผสมผสานรากฐานความศรัทธาในพุทธศาสนาเข้ากับวิสัยทัศน์สมัยใหม่ของการแก้จน

พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดสกลนคร ซึ่งครอบคลุมอำเภอกุสุมาลย์ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย และบางส่วนของอำเภอเมือง เป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายเฉพาะตัว ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและกลไกราคาตลาดโลก 9 การนำเสนอนโยบายของ ดร.นิยม เวชกามา ในครั้งนี้ จึงเป็นการทดสอบสมมติฐานสำคัญว่า แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่ผสานกับเทคโนโลยี AI จะสามารถหยั่งรากและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ชนบทของไทยได้หรือไม่

2. กรอบแนวคิดทฤษฎี: ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในยุคเอไอ (SEP 5.0)

การวิเคราะห์นโยบายในครั้งนี้จำเป็นต้องวางอยู่บนฐานคิดที่เข้มแข็ง การบูรณาการ "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" (Sufficiency Economy Philosophy - SEP) เข้ากับ "เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์" (Artificial Intelligence - AI) ไม่ใช่เรื่องขัดแย้ง แต่เป็นการเสริมพลัง (Synergy) ซึ่งกันและกัน ภายใต้บริบทของโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวน (VUCA World)

2.1 การตีความ SEP ในบริบทดิจิทัล

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย 3 ห่วง (ความพอประมาณ, ความมีเหตุผล, การมีภูมิคุ้มกัน) และ 2 เงื่อนไข (ความรู้, คุณธรรม) 11 เมื่อนำมาจับคู่กับศักยภาพของ AI จะเกิดมิติใหม่ของการพัฒนา ดังนี้:

ตารางที่ 1: การสังเคราะห์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับเทคโนโลยี AI

องค์ประกอบ SEPนิยามดั้งเดิมการประยุกต์ใช้ในยุค AI (AI Application)ผลลัพธ์เชิงนโยบาย
ความพอประมาณ (Moderation)การผลิตและบริโภคที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นใช้ AI Analytics วิเคราะห์ Demand-Supply เพื่อกำหนดปริมาณการผลิตที่เหมาะสม (Precision Production) ลดขยะและการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็นเกษตรกรผลิตสินค้าตรงตามความต้องการตลาด ลดปัญหาราคาตกต่ำจากการล้นตลาด
ความมีเหตุผล (Reasonableness)การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงโดยพิจารณาจากเหตุผลและปัจจัยที่เกี่ยวข้องใช้ Big Data และ Machine Learning ประมวลผลข้อมูลรอบด้าน (สภาพอากาศ, ราคาตลาด, ต้นทุน) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ (Data-Driven Decision Making)การวางแผนเพาะปลูกและการลงทุนมีความแม่นยำสูง ลดความเสี่ยงจากการคาดเดา
การมีภูมิคุ้มกัน (Self-Immunity)การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงต่างๆใช้ Predictive AI และ Early Warning Systems เตือนภัยล่วงหน้า (น้ำท่วม, แล้ง, โรคระบาด) และวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงินเกษตรกรและชุมชนรู้ล่วงหน้า สามารถปรับตัวและลดความเสียหายจากภัยพิบัติได้ทันท่วงที
เงื่อนไขความรู้ (Knowledge)ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องการเข้าถึงคลังความรู้ผ่าน Generative AI (เช่น Chatbot การเกษตร) ที่แปลภาษาถิ่นและตอบคำถามเทคนิคได้ทันทีลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ (Knowledge Gap) เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลกได้ง่ายขึ้น
เงื่อนไขคุณธรรม (Morality)ความตระหนักในคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริตใช้ Blockchain และ AI Governance ตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการรัฐและการจัดสรรสวัสดิการลดการทุจริตคอร์รัปชัน สร้างความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมในสังคม

2.2 จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ: เกษตรอัจฉริยะวิถีพอเพียง (Smart SEP Farming)

งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ "Smart SEP Farmers" ชี้ให้เห็นว่า การนำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ในการประเมินสถานะความพอเพียงของเกษตรกร ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนพัฒนาตนเองจากระดับ "ปฏิบัติ" (Action) สู่ระดับ "บรรลุผล" (Achieved) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยพบว่าเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดค่าใช้จ่ายทางการเกษตรได้ถึง 21.44% และลดหนี้สินได้ 19.74% 13 ข้อมูลเชิงประจักษ์นี้ยืนยันว่า เทคโนโลยีไม่ได้ทำให้เกษตรกรฟุ้งเฟ้อ แต่กลับเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การ "พึ่งพาตนเอง" มีประสิทธิภาพมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของพรรคโอกาสใหม่ที่ต้องการสร้างโอกาสให้คนไทยยืนหยัดได้ด้วยตนเอง

3. การวิเคราะห์บริบทพื้นที่และสภาพปัญหา: สกลนคร เขต 2

เพื่อให้การออกแบบนโยบายมีความ "แม่นยำ" และ "เข้าถึงปัญหา" การวิเคราะห์เชิงลึกในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสกลนคร จึงเป็นสิ่งจำเป็น พื้นที่นี้มีลักษณะทางกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคมที่หลากหลาย ซึ่งต้องการการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน (Tailor-made Policy)

3.1 โครงสร้างประชากรและเขตการปกครอง

เขตเลือกตั้งที่ 2 (ตามแนวโน้มการแบ่งเขตปี 2566-2569) ประกอบด้วยอำเภอที่มีบริบทแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 9:

  1. อำเภอกุสุมาลย์: พื้นที่เกษตรกรรมหนาแน่น ประชากรส่วนใหญ่ทำนาและเลี้ยงสัตว์ แต่ประสบปัญหาดินเค็มและแหล่งน้ำ

  2. อำเภอโพนนาแก้ว: พื้นที่ราบลุ่มติดทะเลสาบหนองหาร มีศักยภาพด้านประมงและเกษตรริมน้ำ แต่เผชิญปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง

  3. อำเภอโคกศรีสุพรรณ: พื้นที่กึ่งภูเขา มีศักยภาพด้านป่าไม้และสมุนไพร

  4. อำเภอเต่างอย: แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง (พญาเต่างอย) และพื้นที่เกษตรกรรมเชิงวัฒนธรรม

  5. อำเภอเมืองสกลนคร (บางส่วน): เขตตำบลรอบนอก (ต.โคกก่อง, ต.โนนหอม, ต.ดงชน) ซึ่งมีความเป็นกึ่งเมืองกึ่งชนบท (Peri-urban) รองรับการขยายตัวของเมือง

3.2 สภาพปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ (Pain Points)

จากการวิเคราะห์ข้อมูล TPMAP และรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำปี 2568 พบประเด็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ ดังนี้:

  • กับดักหนี้สินเกษตรกร: เกษตรกรในพื้นที่ติดอยู่ในวงจรหนี้สินเรื้อรัง ทั้งหนี้ในระบบ (ธ.ก.ส., กองทุนหมู่บ้าน) และหนี้นอกระบบ สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น (ปุ๋ย, ยา, ค่าแรง) ขณะที่ราคาพืชผลผันผวนและผลผลิตต่อไร่ต่ำเนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศ 16

  • วิกฤตดินเค็มและน้ำ (Salinity & Drought Crisis): อำเภอกุสุมาลย์เป็นพื้นที่วิกฤตดินเค็ม (Saline Soil) พื้นที่กว่า 47.24% ของจังหวัดประสบปัญหานี้ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิลดลงอย่างมาก สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล 18 ในขณะที่อำเภอโพนนาแก้ว แม้จะอยู่ติดหนองหาร แต่ระบบชลประทานยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง ทำให้เกิดภาวะ "ท่วมซ้ำซาก แล้งซ้ำซาก"

  • ปรากฏการณ์ครัวเรือนแหว่งกลาง (Skipped Generation Households): เนื่องจากโอกาสงานในพื้นที่น้อย แรงงานวัยหนุ่มสาวจึงย้ายถิ่นฐานไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือเขตอุตสาหกรรม ทิ้งบุตรหลานให้อยู่กับปู่ย่าตายาย ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของเด็ก (ขาดการดูแลใกล้ชิด) และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ (ภาระเลี้ยงหลาน, รายได้ไม่พอ) 18

  • ปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม: ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 จากการเผาตอซังอ้อยและนาข้าวในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว เป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชน 20

3.3 ทุนทางสังคมและศักยภาพ (Potentials)

แม้จะมีปัญหา แต่สกลนคร เขต 2 มีต้นทุนที่แข็งแกร่ง:

  • สินค้า GI และภูมิปัญญา: เนื้อโคขุนโพนยางคำ (ผลิตในพื้นที่รอยต่อเมือง-โคกศรีสุพรรณ), ผ้าย้อมครามธรรมชาติ (ภูมิปัญญาที่เข้มแข็งในทุกอำเภอ), และข้าวฮางงอก 22

  • แหล่งท่องเที่ยวศักยภาพ: พญาเต่างอย เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวสายมูและสายวัฒนธรรม สามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางวัดป่าในพื้นที่ภูพานใกล้เคียง

4. วิเคราะห์นโยบายพรรคโอกาสใหม่: ยุทธศาสตร์ระดับชาติสู่การปฏิบัติระดับท้องถิ่น

พรรคโอกาสใหม่ได้วางยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจและสังคมไว้อย่างครอบคลุม โดยเน้นการแก้ปัญหาที่โครงสร้างและการสร้างโอกาสใหม่ 5 เมื่อนำมาถอดบทเรียนสู่บริบทของ ดร.นิยม เวชกามา สามารถจำแนกเป็น 4 เสาหลักนโยบายหาเสียง ดังนี้:

4.1 เสาหลักที่ 1: "ปลดล็อกหนี้สิน พลิกฟื้นชีวิตเกษตรกร" (Debt Liberation & Recapitalization)

นโยบาย "แช่แข็งหนี้" ของพรรคโอกาสใหม่ ไม่ใช่เพียงการพักชำระหนี้แบบเดิม แต่เป็นการ "ซื้อเวลาเพื่อสร้างโอกาส"

  • กลไกนโยบาย: พรรคเสนอให้พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี สำหรับเกษตรกรและ SMEs รายย่อย 5

  • การประยุกต์ใช้ของ ดร.นิยม (No. 6):

    • Conditional Freeze (พักหนี้มีเงื่อนไข): เสนอโมเดลที่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการพักหนี้ ต้อง เข้าร่วมหลักสูตร "เกษตรแม่นยำ" (Smart Farming Upskill) หรือการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อครบ 3 ปี จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจริงจนสามารถชำระหนี้ได้ ไม่ใช่วนกลับมาเป็นหนี้ซ้ำ

    • AI Credit Scoring แทนหลักทรัพย์: เกษตรกรจำนวนมากในเขต 2 (เช่น ในเขตป่าสงวนหรือ ส.ป.ก.) ไม่มีโฉนดที่ดินเพื่อค้ำประกันเงินกู้ ดร.นิยม จะผลักดันให้สถาบันการเงินรัฐใช้ระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรม (Alternative Data) เช่น ประวัติการจ่ายค่าน้ำไฟ, ประวัติการขายพืชผล, และความสม่ำเสมอในการทำบัญชีครัวเรือน เพื่ออนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Microfinance) สำหรับการลงทุนปัจจัยการผลิต 23 นี่คือการมอบ "โอกาสใหม่" ในการเข้าถึงทุนอย่างเท่าเทียม

4.2 เสาหลักที่ 2: "เกษตรอัจฉริยะกู้วิกฤตดินเค็ม" (Smart Salinity Solutions)

การแก้ปัญหาดินเค็มในกุสุมาลย์และน้ำในโพนนาแก้ว ต้องใช้วิทยาศาสตร์นำทาง ไม่ใช่การแก้ตามยถากรรม

  • กลไกนโยบาย: ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรและเครื่องจักรทันสมัย 5

  • การประยุกต์ใช้ของ ดร.นิยม (No. 6):

    • IoT Salinity Sensors Network: เสนอโครงการนำร่องติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดความเค็มและความชื้นในดินแบบเรียลไทม์ในพื้นที่เสี่ยงภัยอำเภอกุสุมาลย์ ข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอปพลิเคชันบนมือถือของเกษตรกร แจ้งเตือนเมื่อความเค็มเกินพิกัด พร้อมคำแนะนำจาก AI ว่าควรใส่ปูนขาวหรืออินทรียวัตถุปริมาณเท่าใด (Precision Soil Treatment) ช่วยลดต้นทุนการหว่านสารปรับปรุงดินแบบเหวี่ยงแห และฟื้นฟูสภาพดินได้เร็วกว่า 24

    • Drone-as-a-Service (DaaS): สนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนในตำบลนาแก้วและตำบลโพนงาม จัดตั้ง "หน่วยบริการโดรนชุมชน" โดยรัฐอุดหนุนโดรนพ่นปุ๋ย/ยา และฝึกอบรมเยาวชนในพื้นที่ให้เป็นนักบินโดรน ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ลดการสัมผัสสารเคมี และลดต้นทุนการจ้างเหมาเอกชนภายนอก 26

    • ธนาคารน้ำใต้ดินอัจฉริยะ: ในพื้นที่แล้งซ้ำซาก ใช้ข้อมูลดาวเทียมและ AI วิเคราะห์จุดที่เหมาะสมที่สุดในการทำธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Banking) เพื่อกักเก็บน้ำในฤดูฝนไว้ใช้ในฤดูแล้งอย่างเป็นระบบ

4.3 เสาหลักที่ 3: "เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power วิถีสกล" (Creative Economy & Soft Power)

สกลนครมีต้นทุนทางวัฒนธรรมสูง แต่ขาดการต่อยอดด้านนวัตกรรมและการตลาด

  • กลไกนโยบาย: ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว 6

  • การประยุกต์ใช้ของ ดร.นิยม (No. 6):

    • Indigo Generative AI: สร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยกลุ่มทอผ้าคราม (เช่น กลุ่มแม่บ้านบ้านหนองบัวใต้, บ้านท่าสาวเอ้) ออกแบบลวดลายผ้าใหม่ๆ ด้วย Generative AI ที่ผสมผสานลายอัตลักษณ์ดั้งเดิมกับเทรนด์แฟชั่นโลก ช่วยลดเวลาในการออกแบบและสร้างสินค้าที่มีมูลค่าสูง (High Value Product) เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ 28

    • Blockchain Traceability สำหรับโคขุน: สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยระบบตรวจสอบย้อนกลับผ่าน Blockchain สำหรับ "เนื้อโคขุนโพนยางคำ" และโคขุนกุสุมาลย์ ผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code เพื่อดูข้อมูลตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยง อาหารที่ใช้ จนถึงโรงเชือด ซึ่งจะช่วยยกระดับราคาเนื้อโคขุนเกรดพรีเมียม แก้ปัญหาราคาตกต่ำ 22

    • การท่องเที่ยวสายมู Metaverse: ยกระดับการท่องเที่ยวอำเภอเต่างอย ด้วยเทคโนโลยี AR/VR สร้างประสบการณ์เสมือนจริงเล่าตำนานพญาเต่างอยและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Digital Nomad และ Gen Z

4.4 เสาหลักที่ 4: "รัฐสวัสดิการแม่นยำและสังคมสูงวัย" (Precision Welfare & Aging Society)

ปัญหาสังคมสูงวัยและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ห่างไกล ต้องการการดูแลที่มากกว่าเบี้ยยังชีพ

  • กลไกนโยบาย: รัฐสวัสดิการดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย, ตรวจสุขภาพฟรี 5

  • การประยุกต์ใช้ของ ดร.นิยม (No. 6):

    • AI-Powered TPMAP: ใช้ AI ปรับปรุงระบบ TPMAP ให้เป็น Real-time Dynamic Data เพื่อให้การจ่ายเบี้ยยังชีพและสวัสดิการต่างๆ พุ่งเป้าไปที่คนจนจริงๆ อย่างแม่นยำ ตัดปัญหาความซ้ำซ้อนและการตกหล่น 16

    • Telemedicine รพ.สต.: ยกระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ห่างไกล (เช่น ต.หนองบัวสิม, ต.คูสะคาม) ให้มีระบบแพทย์ทางไกล เชื่อมต่อกับแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร อสม. จะได้รับ "Smart Tablet" ที่มีระบบ AI คัดกรองโรคเบื้องต้น ช่วยให้ผู้สูงอายุไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อมาพบแพทย์ในเมือง ลดค่าใช้จ่ายและลดความแออัดในโรงพยาบาล

5. การวิเคราะห์ยุทธศาสตร์รณรงค์หาเสียงของ ดร.นิยม เวชกามา (เบอร์ 6)

ในการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันสูง ดร.นิยม จำเป็นต้องสร้างความแตกต่าง (Differentiation) จากคู่แข่ง ทั้งพรรคเพื่อไทย (เจ้าของพื้นที่เดิม) และพรรคประชาชน (กระแสคนรุ่นใหม่) ยุทธศาสตร์ "เบอร์ 6... พลิกโฉมสกลนคร" ควรสื่อสารผ่านอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของท่าน

5.1 การสร้างแบรนด์บุคคล: "ดร.นิยม... ผู้ผนวกธรรมะเข้ากับเทคโนโลยี" (The Tech-Savvy Dharma Practitioner)

จุดแข็งของ ดร.นิยม คือความเป็นปราชญ์ท้องถิ่นและผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธจิตวิทยา 8 ท่านสามารถนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ที่เป็น "สะพานเชื่อม" ระหว่างโลกเก่า (ศรัทธา, วัฒนธรรม) และโลกใหม่ (AI, เทคโนโลยี)

  • Message: "ใช้ AI อย่างมีสติ ใช้เทคโนโลยีอย่างพอเพียง" (Mindful Tech Utilization) สื่อสารว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือน่ากลัว แต่เป็นเครื่องมือช่วยให้เราพ้นทุกข์จากความยากจน หากใช้อย่างมีปัญญาและคุณธรรม

  • Action: จัดเวทีปราศรัยที่นำเสนอ "ธรรมะจัดสรร...เทคโนโลยีจัดให้" สาธิตการใช้โดรนหรือแอปพลิเคชันแก้จนให้ชาวบ้านเห็นภาพจริง บนเวทีปราศรัย

5.2 ยุทธศาสตร์เจาะกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Strategy)

  • กลุ่มเกษตรกร (Gen X, Baby Boomers): เน้นนโยบาย "แช่แข็งหนี้ 3 ปี" และ "แก้ดินเค็มด้วยเซนเซอร์" เพราะเป็น Pain Point ใหญ่ที่สุด สื่อสารด้วยภาษาถิ่นที่เข้าใจง่าย เช่น "เซนเซอร์ชิมดิน" (Soil Tasting Sensor) หรือ "โดรนคนขยัน"

  • กลุ่มคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงาน (Gen Y, Z): เน้นนโยบาย "งานในบ้านเกิด" (Local Jobs) ผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Digital OTOP สื่อสารว่าพวกเขาสามารถกลับมาดูแลพ่อแม่ที่สกลนครได้ โดยยังทำงานที่มีรายได้ดีผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

  • กลุ่มผู้สูงอายุ: เน้นนโยบาย "หมอทางไกล ใกล้บ้าน" และเบี้ยยังชีพที่ปรับเพิ่มตามค่าครองชีพจริง

5.3 เปรียบเทียบจุดยืนกับคู่แข่ง

ตารางที่ 2: การเปรียบเทียบจุดยืนทางนโยบายของผู้สมัครหลักในเขต 2

ประเด็นนโยบายพรรคเพื่อไทย (แชมป์เก่า)พรรคประชาชน (คนรุ่นใหม่)พรรคโอกาสใหม่ (ดร.นิยม เบอร์ 6)
การแก้หนี้

"พักหนี้เกษตรกร" (เน้นมาตรการการเงินดั้งเดิม) 32

"ปลดล็อกท้องถิ่น" (เน้นกระจายอำนาจ)"แช่แข็งหนี้ + เติมทุนใหม่ + AI Scoring" (เน้นสร้างโอกาสเข้าถึงทุนด้วยเทคโนโลยี)
การเกษตร"ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม" (เน้นราคาพืชผล)"เกษตรก้าวหน้า" (เน้นปฏิรูปที่ดิน/สุราก้าวหน้า)"เกษตรอัจฉริยะพอเพียง" (เน้นลดต้นทุนด้วย AI และแก้ปัญหาดินเค็ม/น้ำอย่างแม่นยำ)
สวัสดิการ"30 บาทรักษาทุกที่" (ยกระดับบัตรทอง)"สวัสดิการถ้วนหน้า" (เน้นความเท่าเทียม)"สวัสดิการแม่นยำ" (ใช้ Big Data คัดกรองและส่งมอบความช่วยเหลือตรงจุด ไม่ตกหล่น)
จุดขายผู้สมัครบารมีพรรค/ผลงานเก่าอุดมการณ์/การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประสบการณ์ท้องถิ่น + วิสัยทัศน์อนาคต (AI+SEP)

6. ความท้าทายและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์

6.1 ความท้าทาย (Challenges)

  • ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide): เกษตรกรผู้สูงอายุอาจไม่สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนหรือแอปพลิเคชันที่ซับซ้อนได้ ซึ่งอาจทำให้นโยบาย Smart Farming ล้มเหลวในทางปฏิบัติ

  • ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน: พื้นที่ห่างไกลในกุสุมาลย์และเต่างอยบางส่วน อาจยังมีปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อระบบ IoT Real-time

  • งบประมาณและความยั่งยืน: นโยบายแช่แข็งหนี้และสวัสดิการถ้วนหน้า ใช้งบประมาณมหาศาล อาจถูกโจมตีเรื่องวินัยการคลัง 33

6.2 ข้อเสนอแนะเพื่อปิดช่องว่าง (Recommendations)

  1. สร้าง "อาสาสมัครดิจิทัลประชารัฐ" (Digital Volunteers): ดร.นิยม ควรเสนอนโยบายจ้างงานเยาวชนในพื้นที่ ให้ทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยงดิจิทัล" (Digital Buddy) คอยสอนและช่วยเหลือผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยี เป็นการสร้างงานและลดช่องว่างระหว่างวัยไปพร้อมกัน

  2. จัดตั้ง "พื้นที่นวัตกรรมแก้จน" (Poverty Alleviation Sandbox): ประกาศให้ อำเภอกุสุมาลย์ เป็นพื้นที่นำร่องพิเศษในการแก้ปัญหาดินเค็มด้วย AI และ อำเภอโพนนาแก้ว เป็นพื้นที่นำร่องการจัดการน้ำอัจฉริยะ เพื่อดึงงบประมาณวิจัยและพัฒนาลงสู่พื้นที่โดยตรง

  3. เน้นย้ำ "ความพอเพียง" เพื่อความยั่งยืนทางการคลัง: สื่อสารว่าการลงทุนในเทคโนโลยี AI วันนี้ คือการลดต้นทุนระยะยาวของรัฐ (เช่น ลดงบเยียวยาภัยแล้ง/น้ำท่วมปีละหลายหมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณอย่าง "คุ้มค่า" และ "มีเหตุผล" ตามหลัก SEP

7. บทสรุป

การเลือกตั้งปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของจังหวัดสกลนคร พรรคโอกาสใหม่และ ดร.นิยม เวชกามา (เบอร์ 6) ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญในการผสาน "ภูมิปัญญาแห่งความพอเพียง" เข้ากับ "พลานุภาพแห่งปัญญาประดิษฐ์" เพื่อแก้ปัญหาความยากจนที่ฝังรากลึก นโยบายที่นำเสนอไม่ใช่เพียงวาทกรรมหาเสียง แต่เป็นชุดปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการสร้าง "ภูมิคุ้มกัน" ทางเศรษฐกิจด้วยข้อมูล การตัดสินใจอย่าง "มีเหตุผล" ด้วย AI Analytics และการดำเนินชีวิตอย่าง "พอประมาณ" ด้วยเทคโนโลยี Precision Farming

หาก ดร.นิยม สามารถสื่อสารให้ประชาชนเห็นภาพว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามา "เปลี่ยนชีวิต" ของพวกเขาให้ดีขึ้นได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรมและศรัทธา โอกาสที่จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวสกลนคร เขต 2 ย่อมเปิดกว้าง และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโมเดลการพัฒนาชนบทไทยในทศวรรษหน้า ที่ความทันสมัยและความยั่งยืนสามารถเดินไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถอดรหัสวิสัยทัศน์ "ณัฐพงษ์" ชู "12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน" ยุคเอไอ เดิมพันพรรคประชาชนกับการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่รัฐนวัตกรรม

11 มกราคม 2569 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทย เมื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (People’s Party) เปิดตัววิสัยทั...