การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย เมื่อหลายพรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบายที่มุ่งตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและความเหลื่อมล้ำของประชาชน โดยเฉพาะในมิติ การศึกษา ซึ่งถูกยกให้เป็นหัวใจของการพัฒนาทุนมนุษย์และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว หนึ่งในนโยบายที่ได้รับความสนใจคือ “เรียนฟรี มีเงินเข้ากระเป๋านักเรียน” ของ พรรคโอกาสใหม่ ซึ่งถูกหยิบยกมาเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงในหลายพื้นที่ รวมถึงจังหวัดสกลนคร เขต 2
พรรคโอกาสใหม่เป็นพรรคการเมืองที่วางจุดยืนบนแนวคิด รัฐสวัสดิการและการบริหารนำการเมือง มุ่งสร้างระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมประชาชนทุกช่วงวัย โดยการศึกษาเป็นหนึ่งในสวัสดิการพื้นฐานที่พรรคให้ความสำคัญ แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคของนโยบาย “เรียนฟรี มีเงินเข้ากระเป๋านักเรียน” จะยังไม่ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการในเชิงตัวเลขงบประมาณ แต่ทิศทางของนโยบายสะท้อนความพยายามลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม
แหล่งข่าวจากพรรคโอกาสใหม่ระบุว่า แนวคิด “เรียนฟรี” ไม่ได้หมายถึงเพียงการยกเว้นค่าเล่าเรียน แต่ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง และค่าอาหารกลางวัน ขณะที่ “เงินเข้ากระเป๋านักเรียน” เป็นการช่วยเหลือในลักษณะเงินสนับสนุนรายหัว เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนชีวิตของนักเรียนและผู้ปกครอง โดยเฉพาะในครอบครัวรายได้น้อยและพื้นที่ชนบท
ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เขต 2 นโยบายดังกล่าวถูกนำเสนอผ่าน ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 6 ซึ่งเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์และทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ดร.นิยมมีพื้นฐานด้านการศึกษาหลากหลายสาขา ทั้งครุศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ รวมถึงเคยดำรงตำแหน่ง ส.ส. ระหว่างปี 2550–2556 ทำให้มีความคุ้นเคยกับการผลักดันนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่น
ตลอดการลงพื้นที่หาเสียง ดร.นิยมเน้นย้ำถึงปัญหาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาที่ยังเป็นภาระหนักของผู้ปกครองในสกลนคร เขต 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ และมีการย้ายถิ่นของแรงงานเยาวชนไปยังเมืองใหญ่ นโยบาย “เรียนฟรี มีเงินเข้ากระเป๋านักเรียน” จึงถูกมองว่าอาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างแรงจูงใจให้เด็กและเยาวชนอยู่ในระบบการศึกษานานขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านนโยบายสาธารณะชี้ว่า ความท้าทายสำคัญของนโยบายนี้อยู่ที่ แหล่งงบประมาณและความยั่งยืนทางการคลัง หากไม่มีการกำหนดกลไกจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจนและระบบติดตามการใช้จ่ายที่โปร่งใส อาจส่งผลต่อภาระงบประมาณทั้งในระดับส่วนกลางและท้องถิ่น
เมื่อเปรียบเทียบกับนโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งปี 2569 พบว่า บางพรรคเสนอ “เรียนฟรีจนถึงปริญญาเอก” หรือแนวคิด “บุฟเฟต์การศึกษา” ที่รวมถึงการปลดหนี้ กยศ. ขณะที่พรรคโอกาสใหม่เลือกเน้นการช่วยเหลือเชิงสวัสดิการโดยตรงแก่ครอบครัว ผ่านเงินสนับสนุนรายหัวนักเรียน ซึ่งถือเป็นจุดต่างสำคัญของนโยบาย
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากนโยบายดังกล่าวสามารถดำเนินการได้จริง จะส่งผลเชิงบวกทั้งในระดับครัวเรือนและเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยสอดคล้องกับแนวคิดทางทฤษฎีอย่าง ทฤษฎีทุนมนุษย์ และ ทฤษฎีรัฐสวัสดิการ ที่มองว่าการลงทุนด้านการศึกษาเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงานและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
ท้ายที่สุด นโยบาย “เรียนฟรี มีเงินเข้ากระเป๋านักเรียน” ของพรรคโอกาสใหม่ จึงไม่ใช่เพียงคำขวัญหาเสียง หากแต่เป็นโจทย์สำคัญที่สังคมต้องจับตาว่าจะสามารถแปลงจากแนวคิดสู่การปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในพื้นที่อย่างสกลนคร เขต 2 ภายใต้การขับเคลื่อนของ ดร.นิยม เวชกามา หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น