วิเคราะห์ดร.นิยม เวชกามากับการส่งเสริมวัฒนธรรมมอญ: พลวัตอำนาจ ทุนสัญลักษณ์ และการสื่อสารทางการเมืองผ่านศาสนพิธีพหุวัฒนธรรม
การศึกษากระบวนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเมืองและสถาบันทางศาสนาในสังคมไทยเป็นหัวข้อที่มีความซับซ้อนและเปี่ยมไปด้วยนัยสำคัญทางสังคมวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาผ่านบทบาทของนักการเมืองที่มีภูมิหลังทางพุทธศาสตร์อย่างลึกซึ้ง
กรณีศึกษาของดร.นิยม เวชกามา ในการเข้าร่วมพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและยกฉัตรเจดีย์มอญ ณ วัดหาดงิ้ว จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569 ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงการบูรณาการทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) และทุนทางสัญลักษณ์ (Symbolic Capital) เข้ากับยุทธศาสตร์การสื่อสารทางการเมืองในยุคพหุวัฒนธรรม บทวิเคราะห์นี้มุ่งสำรวจบทบาทของดร.นิยม ในฐานะตัวแสดงทางการเมืองที่ใช้ศาสนพิธีเป็นพื้นที่ในการสร้างความชอบธรรม การสื่อสารนโยบายของพรรคโอกาสใหม่ และการเชื่อมโยงอัตลักษณ์กลุ่มชาติพันธุ์มอญเข้ากับกระแสหลักของพุทธศาสนาในประเทศไทย
1. อัตลักษณ์และภูมิหลังของดร.นิยม เวชกามา: การหลอมรวมนักวิชาการพุทธศาสตร์สู่นักการเมืองอาชีพ
การทำความเข้าใจบทบาทของดร.นิยม เวชกามา จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปูมหลังทางการศึกษาและวิชาชีพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอม "ฮาบิตุส" (Habitus) หรือความคุ้นชินในทางจริยธรรมและการปฏิบัติของท่าน ดร.นิยมมิได้ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองในฐานะนักธุรกิจหรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นในรูปแบบดั้งเดิม แต่ท่านมีภาพลักษณ์ของ "นักวิชาการสายธรรม" ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านกฎหมายและพุทธจิตวิทยา
1.1 รากฐานทางการศึกษาและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ดร.นิยม เวชกามา สำเร็จการศึกษาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพุทธจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางสงฆ์ระดับสูง
| รายการ | รายละเอียดและนัยสำคัญ |
| วุฒิการศึกษาสูงสุด | พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พุทธจิตวิทยา) มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย |
| ความเชี่ยวชาญรอง | นิติศาสตรบัณฑิต และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต |
| ประสบการณ์วิชาชีพเดิม | นิติกร, ครู, หัวหน้าสำนักงานประกันภัยจังหวัด |
| บทบาททางนิติบัญญัติ | สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร (หลายสมัย) |
| สถานะปัจจุบัน | ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคโอกาสใหม่ |
1.2 วิวัฒนาการทางการเมืองและการรักษาพื้นที่ทางจริยธรรม
ตลอดระยะเวลากว่า 17 ปี ในการสังกัดพรรคการเมืองใหญ่ เช่น พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย ดร.นิยมได้สร้างตัวตนในฐานะ "องครักษ์พิทักษ์พุทธศาสนา" ในรัฐสภาไทย
2. บริบททางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนมอญในอำเภอไทรโยค
การที่ดร.นิยมเลือกเข้าร่วมพิธี ณ วัดหาดงิ้ว ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มิใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมมอญและมีประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อรักษาอัตลักษณ์ที่น่าสนใจ ชุมชนมอญในพื้นที่นี้สะท้อนถึงภาพจำลองของสังคมพหุวัฒนธรรมที่พยายามผสานความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับบริบทของสังคมไทยสมัยใหม่
2.1 การตั้งถิ่นฐานและรากเหง้าของชาวมอญไทรโยค
ชาวมอญในจังหวัดกาญจนบุรีมีประวัติการอพยพหลายระลอก โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแควน้อยในอำเภอไทรโยค ซึ่งอพยพหนีภัยสงครามและความไม่สงบมาจากประเทศพม่า
วัดหาดงิ้วซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2482 จึงเป็นเสมือน "ป้อมปราการทางจิตวิญญาณ" ของชุมชน
| มิติความสำคัญ | รายละเอียดเชิงลึก |
| เชิงประวัติศาสตร์ | เป็นพื้นที่อพยพและที่ตั้งเจดีย์เก่าแก่ที่เรียกว่า "บ้านวังด้ง" (เมืองที่มีเจดีย์) |
| เชิงสถาปัตยกรรม | มีเจดีย์มอญ 3 องค์ (พระพุทธ 3 พี่น้อง) และพระพุทธรูป 5 สี |
| เชิงการท่องเที่ยว | เป็นจุดแวะพักของกลุ่มนักปั่นจักรยานและนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศริมแม่น้ำแควน้อย |
| เชิงศาสนา | เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2510 |
2.2 สัญญะและความหมายของเจดีย์มอญและฉัตร
ในวัฒนธรรมมอญ เจดีย์มิได้เป็นเพียงสถูปบรรจุอัฏฐิ แต่เป็น "ธาตุเจดีย์" ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเป็นตัวแทนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
นอกจากนี้ การ "ยกฉัตร" ยังมีนัยสำคัญยิ่ง ฉัตรเปรียบเสมือนเครื่องสูงที่แสดงถึงความรุ่งเรืองและอำนาจแห่งธรรม การยกฉัตรขึ้นสู่ยอดเจดีย์เป็นการประกาศความสำเร็จในการสถาปนาพุทธศาสนาในพื้นที่นั้นๆ
3. พลวัตของอำนาจในศาสนพิธี: การรวมตัวของฝ่ายสงฆ์ ฝ่ายฆราวาส และนักการเมือง
พิธีบุญใหญ่ที่วัดหาดงิ้วครั้งนี้แสดงให้เห็นถึง "ไตรภาคีแห่งอำนาจ" ในสังคมไทย ได้แก่ สถาบันสงฆ์ ข้าราชการระดับสูง และนักการเมือง ซึ่งแต่ละส่วนมีบทบาทในการเกื้อหนุนซึ่งกันและกันเพื่อสร้างระเบียบทางสังคมและความมั่นคงทางจิตใจ
3.1 บารมีของพระพรหมสิทธิ: ผู้นำคณะสงฆ์ภาค 14
การที่ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และเจ้าคณะภาค 14 ให้ความเมตตามาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ [User Query] มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของคณะสงฆ์ในพื้นที่ภาคตะวันตก หลังจากท่านได้รับพระบรมราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์คืนในปี พ.ศ. 2567 โดยให้ถือว่าไม่เคยถูกถอดถอนมาก่อน
3.2 บทบาทของอดีตปลัดมหาดไทยและการพัฒนาชุมชนยั่งยืน
ในส่วนของฝ่ายฆราวาส การนำโดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ [User Query] สะท้อนถึงการผสานพลังระหว่างการบริหารราชการแผ่นดินกับงานวัฒนธรรมท้องถิ่น นายสุทธิพงษ์ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้เคยมีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อน "หมู่บ้านยั่งยืน" และการเสริมสร้างบทบาทของผู้นำในระดับพื้นที่
3.3 ดร.นิยม เวชกามา: พื้นที่กลางระหว่างการเมืองและศาสนา
ดร.นิยม ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคโอกาสใหม่ [User Query] ได้ใช้พื้นที่นี้ในการ "ย้ำถึงความสำคัญของการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในฐานะรากฐานทางจิตใจ" การกระทำของท่านสามารถวิเคราะห์ผ่านเลนส์ของการสื่อสารทางการเมืองได้ว่าเป็นการสร้าง "เมตตากายกรรม" หรือการกระทำดีต่อกันตามหลักสาราณียธรรม 6
4. ทฤษฎีทุนสัญลักษณ์และการสื่อสารทางการเมืองผ่านพหุวัฒนธรรมมอญ
การเข้าร่วมงานของดร.นิยม มิได้เป็นเพียงกิจกรรมส่วนตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสื่อสารทางการเมืองที่ซับซ้อน ซึ่งสามารถอธิบายได้ด้วยกรอบแนวคิดทางวิชาการดังนี้
4.1 การสร้างทุนทางวัฒนธรรมในระดับพื้นที่
ดร.นิยมมีความเข้าใจในเรื่อง "ฮาบิตุส" (Habitus) หรือวิถีปฏิบัติของชาวพุทธเป็นอย่างดี ท่านรู้ว่าการเข้าไปมีส่วนร่วมใน "พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ" คือการเข้าถึงจุดสูงสุดของความรู้สึกร่วม (Collective Effervescence) ของคนในชุมชน
| รูปแบบของทุน | การประยุกต์ใช้โดยดร.นิยม ในงานวัดหาดงิ้ว |
| ทุนที่เป็นสภาวะทางจิต (Habitus) | การเข้าร่วมพิธีกรรมอย่างถูกหลักการและมีความสำรวม สร้างความเลื่อมใสแก่พุทธศาสนิกชน |
| ทุนที่เป็นรูปธรรม (Objectified) | การมีส่วนร่วมใน "เจดีย์" และ "ฉัตร" ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่จับต้องได้และยั่งยืน |
| ทุนที่เป็นสถาบัน (Institutionalized) | การใช้สมญานาม "ดร." และตำแหน่ง "ผู้สมัคร ส.ส." เพื่อสร้างน้ำหนักทางการเมืองในพื้นที่ศาสนา |
4.2 การสื่อสารทางการเมืองเพื่อความสมานฉันท์
ในบริบทของพรรคโอกาสใหม่ที่มุ่งเน้นการ "ไม่ปล่อยให้ประเทศติดอยู่กับความขัดแย้ง"
5. การวิเคราะห์นโยบายพรรคโอกาสใหม่กับมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม
พรรคโอกาสใหม่ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ที่ดร.นิยมสังกัด มีนโยบายหลักที่เน้นความ "ก้าวหน้า โปร่งใส และยั่งยืน"
5.1 การสร้างความเท่าเทียมผ่านศรัทธา
หนึ่งในอุดมการณ์ของพรรคคือ "ความรู้ทำให้มนุษย์เท่าเทียมกัน"
5.2 การปกป้องพระพุทธศาสนาในระดับสากล
ดร.นิยมเคยมีผลงานโดดเด่นในการร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเดินทางไปพุทธสังเวชนียสถาน
6. บทสรุปและนัยสำคัญต่ออนาคตของการเมืองไทยเชิงวัฒนธรรม
ปรากฏการณ์ที่ดร.นิยม เวชกามา เข้าร่วมพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและยกฉัตรเจดีย์มอญ ณ วัดหาดงิ้ว เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569 มิใช่เพียงเหตุการณ์งานบุญตามประเพณี แต่เป็นหมุดหมายที่สำคัญของการปรับตัวของนักการเมืองไทยในยุคที่ศรัทธาและความเชื่อยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดในการสร้างมวลชน
บทวิเคราะห์สรุปนัยสำคัญได้ดังนี้:
การบูรณาการชาติพันธุ์: การที่นักการเมืองจากภาคอีสาน (ดร.นิยม) มาทำกิจกรรมในพื้นที่มอญ (ภาคตะวันตก) ร่วมกับผู้นำสงฆ์ส่วนกลาง (พระพรหมสิทธิ) เป็นการแสดงถึงพลังแห่งความสามัคคีที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์และชาติพันธุ์ โดยมีศาสนาเป็นจุดเกาะเกี่ยว [User Query]
การปฏิรูปการสื่อสารทางการเมือง: การใช้ "ศาสนพิธี" เป็นช่องทาง (Channel) ในการสื่อสารนโยบายพรรคโอกาสใหม่ ช่วยลดกำแพงแห่งความหวาดระแวงระหว่างประชาชนกับนักการเมือง เพราะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนมีความรู้สึกร่วมในทางบวก (Positive Collective Emotion)
20 ความมั่นคงทางจิตใจสู่ความยั่งยืนของสังคม: การย้ำว่าพุทธศาสนาคือ "รากฐานทางจิตใจ" ของดร.นิยม สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนของนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความเข้มแข็งของหมู่บ้านจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดเสาหลักทางจริยธรรม
18 ความสืบเนื่องของเจตนารมณ์นิติบัญญัติ: การปรากฏตัวของดร.นิยมในงานนี้เป็นการยืนยันว่า แม้ท่านจะไม่ได้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ในขณะนั้น แต่ความมุ่งมั่นในการผลักดันกฎหมายอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนายังคงเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง
3
ในอนาคต การเมืองไทยเชิงวัฒนธรรมจะมีความสำคัญยิ่งขึ้น การที่นักการเมืองสามารถสื่อสารกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความหลากหลาย เช่น ชาวมอญ ผ่านสัญญะทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเจดีย์และพระบรมสารีริกธาตุ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์และความมั่นคงให้แก่ราชอาณาจักรไทยอย่างยั่งยืนสืบไป




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น