วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569

"โอกาสใหม่" เปิดตัว "ไข่มุก พริกไทย" หลานสาวหมอทศพร ชิงสนามเมืองกรุง ท้าชนเขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา


วิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคโอกาสใหม่ ประยุกต์ใช้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา


กระบวนทัศน์ทางการเมืองไทยในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ได้ก้าวเข้าสู่ระเบียบใหม่ที่มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการนโยบายสาธารณะ (Public Policy Management) มากกว่าการใช้เพียงอุดมการณ์ทางการเมืองเชิงนามธรรม พรรคโอกาสใหม่ (New Opportunity Party) ได้รับการจับตามองในฐานะอุบัติการณ์ทางการเมืองที่พยายามนำเสนอ "การเมืองเชิงบริหาร" (Managerial Politics) โดยการหลอมรวมบุคลากรที่มีต้นทุนทางสังคมจากระบบราชการระดับสูง รัฐวิสาหกิจ และภาคธุรกิจ เข้ากับพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่
1 การเปิดตัว นางสาวปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ หรือ "ไข่มุก พริกไทย" ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขต 3 (บางคอแหลม-ยานนาวา) ถือเป็นยุทธศาสตร์การเจาะฐานเสียงที่สะท้อนถึงการออกแบบนโยบายเพื่อตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานของคนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ ผ่านมุมมองของผู้ที่คลุกคลีในงานนิติบัญญัติและงานด้านสาธารณสุข



รากฐานทางสถาบันและโครงสร้างอำนาจของพรรคโอกาสใหม่

พรรคโอกาสใหม่เริ่มต้นจากการจดทะเบียนในชื่อพรรคไทยเป็นหนึ่งเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2564 ก่อนที่จะมีการปฏิรูปโครงสร้างพรรคขนานใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมรับศึกเลือกตั้งปี 2569 โดยมีเป้าหมายในการเป็น "ทางเลือกใหม่" ที่ก้าวข้ามความขัดแย้งเชิงขั้ว 1 โครงสร้างการนำของพรรคสะท้อนถึงความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นผ่านตัวบุคคลที่มีประสบการณ์บริหารระดับสูงในกลไกของรัฐ ดังที่ปรากฏในรายชื่อคณะกรรมการบริหารและบุคลากรหลัก

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ถือเป็นตัวเลขสำคัญที่กำหนดทิศทางนโยบายของพรรค ด้วยภูมิหลังการเป็นอดีตข้าราชการระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยาวนาน และยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 5 ประสบการณ์ของนายจตุพรครอบคลุมตั้งแต่การจัดการทรัพยากรน้ำ การควบคุมมลพิษ ไปจนถึงการวางแผนยุทธศาสตร์การค้า 5 การนำโดยอดีตปลัดกระทรวงฯ ส่งผลให้พรรคโอกาสใหม่มีจุดเน้นที่การออกแบบนโยบายที่เป็นไปได้จริงในเชิงปฏิบัติราชการ (Pragmatism) และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI มาช่วยในการบริหารจัดการ 4

นอกจากนี้ การเสริมทัพโดย นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังเป็นการตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม 3 เมื่อพิจารณาควบคู่กับ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในด้านสาธารณสุขและการเมืองภาคประชาชน 3 จะเห็นได้ว่าพรรคโอกาสใหม่พยายามสร้าง "Dream Team" ที่มีคำตอบให้กับปัญหาหลักของกรุงเทพมหานคร ทั้งเรื่องการเดินทาง สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม 3

การวิเคราะห์ตัวผู้สมัครเชิงยุทธศาสตร์: ปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์

นางสาวปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ หรือ "ไข่มุก" ไม่ได้ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองในฐานะศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่เธอถูกวางตัวเป็นภาพสะท้อนของคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในกลไกทางอำนาจนิติบัญญัติ 3 ด้วยประวัติการทำงานในฐานะที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และอนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องที่เข้าสู่การพิจารณา ทำให้เธอมีพื้นฐานความรู้ด้านงบประมาณสาธารณสุขและการจัดการสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่เธอใช้หาเสียงในพื้นที่เขต 3 3

ข้อมูลคุณลักษณะรายละเอียดเชิงลึกความเชื่อมโยงเชิงนโยบาย
ภูมิหลังการศึกษา

ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เอกโอเปร่า) 3

ความเข้าใจด้าน Soft Power และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ 10

ตำแหน่งทางนิติบัญญัติ

ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข 3

ความเข้าใจในปัญหาระบบส่งต่อผู้ป่วยและงบประมาณบัตรทอง 3

ตำแหน่งทางสังคม

นางสาวไทยจังหวัดแพร่ ปี 2568 (Road to Miss Thailand 2025) 3

การสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 10

บทบาททางการเมือง

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 3 พรรคโอกาสใหม่ 3

การได้รับการยอมรับในระดับนำของพรรคเพื่อขับเคลื่อนนโยบายภาพกว้าง 3

ที่มา: รวบรวมจากประวัติและผลงานของนางสาวปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ 3

การเป็นหลานสาวของนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในแง่ของ "สายสัมพันธ์ทางการเมือง" (Political Capital) ที่เชื่อมโยงกับฐานเสียงดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญกับงานสาธารณสุข 3 อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของเธอคือการพิสูจน์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตบางคอแหลม-ยานนาวาเห็นว่า ประสบการณ์ในสภาผู้แทนราษฎรของเธอนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระดับเขตพื้นที่ได้จริง โดยเฉพาะในประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง 3

บริบทเชิงพื้นที่และประชากรศาสตร์: เขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา

เขตเลือกตั้งที่ 3 ของกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะทางกายภาพและเศรษฐกิจแบบ "ทวิลักษณ์" (Dualism) โดยฝั่งหนึ่งเป็นย่านธุรกิจริมน้ำที่มีคอนโดมิเนียมหรูและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ (Riverside CBD) ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งยังคงเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความหนาแน่นประชากรสูงและมีปัญหาความยากจนในเขตเมืองแฝงอยู่ 3 การออกแบบนโยบายจึงต้องมีความละเอียดอ่อนต่อความต้องการที่แตกต่างกันของคนสองกลุ่มนี้

สถานการณ์สังคมสูงวัยและกลุ่มเปราะบาง

กรุงเทพมหานครได้ก้าวเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์" (Aged Society) โดยกลุ่มเขตพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ซึ่งครอบคลุมเขตยานนาวาและพื้นที่ต่อเนื่อง มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 26.11 ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของหลายภูมิภาค 12 ปัญหานี้ส่งผลโดยตรงต่อ "อัตราส่วนการพึ่งพิง" (Dependency Ratio) ที่วัยแรงงานต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น 13

ตัวชี้วัดทางประชากรสถิติปี 2566 - 2567ความนัยทางนโยบาย
สัดส่วนผู้สูงอายุในเขต CBD (กทม.)

ร้อยละ 26.11 12

ความจำเป็นเร่งด่วนของนโยบายเบี้ยยังชีพและการดูแลเชิงรุก 3

จำนวนผู้สูงอายุที่ยังทำงาน (ทั่วประเทศ)

5.11 ล้านคน (ร้อยละ 37.5) 15

ความต้องการนโยบายจ้างงานผู้สูงอายุและฝึกทักษะใหม่ (Reskilling) 16

สัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว (ทั่วประเทศ)

ร้อยละ 12.9 13

ความต้องการระบบดูแลผ่านเครือข่ายชุมชนและเทคโนโลยีดิจิทัล 16

แหล่งรายได้หลักจากบุตร (แนวโน้มลดลง)

ร้อยละ 35.7 13

ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในอนาคต 18

ที่มา: รายงานการศึกษาประชากร กทม. และการสำรวจผู้สูงอายุแห่งชาติ 12

ในเขตยานนาวา ข้อมูลจากฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมระบุถึงความสำคัญของโครงการ "ชุมชนเข้มแข็งพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่นี้ยังคงต้องการงบประมาณสนับสนุนเพื่อดูแลกลุ่มคนจนเมืองและคนยากจนน้อยที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว 19 นโยบายของพรรคโอกาสใหม่ที่เน้นสวัสดิการรายได้พื้นฐาน (Basic Income) จึงเป็นการตอบโจทย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่นี้ 21

นโยบายสาธารณสุข: ปฏิรูประบบบัตรทองและการส่งต่อผู้ป่วย

หัวใจสำคัญของนโยบายหาเสียงของพรรคโอกาสใหม่ในเขต 3 คือการแก้ไข "วิกฤตใบส่งตัว" ในระบบบัตรทอง ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดสำหรับการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชนในกรุงเทพมหานคร 3 ในปัจจุบัน ระบบการรักษาพยาบาลในกรุงเทพฯ มีความซับซ้อนและแตกต่างจากต่างจังหวัด เนื่องจากหน่วยบริการปฐมภูมิ (คลินิกชุมชนอบอุ่น) มักเป็นภาคเอกชนที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่เอง (OP Refer) 22

วิกฤตใบส่งตัวกลายพันธุ์และทางออกของพรรคโอกาสใหม่

ปัญหา "ใบส่งตัวกลายพันธุ์" เป็นคำจำกัดความของสถานการณ์ที่ใบส่งตัวซึ่งควรจะเป็นสื่อกลางทางการแพทย์ กลับกลายเป็น "ใบประกันค่าใช้จ่าย" ที่คลินิกไม่ยอมออกให้ผู้ป่วยเพราะกลัวภาวะขาดทุน 22 สถานการณ์นี้รุนแรงขึ้นในปี 2567 เมื่อ สปสช. ประสบภาวะงบประมาณติดลบในพื้นที่ กทม. กว่า 1,000 ล้านบาท 22

นางสาวปัณณรัตน์ และพรรคโอกาสใหม่ เสนอนโยบาย "รักษาได้ทุกที่โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว" ซึ่งมีความเป็นไปได้เชิงบริหารผ่านข้อเสนอ 3 ระดับ:

  1. การแยกงบประมาณ OP Refer: เสนอให้แยกงบประมาณสำหรับการส่งต่อผู้ป่วยออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวของคลินิกปฐมภูมิ เพื่อให้คลินิกทำหน้าที่เป็นจุดคัดกรองที่มีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระทางการเงิน 22

  2. การใช้ระบบ DRG สำหรับผู้ป่วยนอก: การใช้ระบบกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Diagnosis-Related Group) มาควบคุมการเบิกจ่ายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้จ่ายเงิน (สปสช.) และผู้ให้บริการ (โรงพยาบาล/คลินิก) 22

  3. การยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข: พัฒนา ศบส. ทั้ง 5 แห่งในเขตพื้นที่ (ศบส. 7, 12, 14, 18, 55) ให้มีศักยภาพเทียบเท่าโรงพยาบาลชุมชน เพื่อลดภาระของโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักในพื้นที่ 23

หากนโยบายนี้ถูกนำมาใช้จริงในเขตบางคอแหลม-ยานนาวา ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนหนาแน่นจะได้รับความสะดวกในการรักษาโรคที่เกินขีดความสามารถของคลินิก เช่น โรคหัวใจหรือมะเร็ง โดยไม่ถูกปฏิเสธใบส่งตัว 26 ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์ของนางสาวปัณณรัตน์ในการทำงานร่วมกับกรรมาธิการการสาธารณสุข 3

การจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม: อากาศสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิตคนเมือง

มิติสิ่งแวดล้อมเป็นจุดแข็งที่พรรคโอกาสใหม่พยายามชูผ่านภาพลักษณ์ของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ในพื้นที่เขต 3 ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ถือเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่รุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ 28 ข้อมูลคุณภาพอากาศในพื้นที่เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก พบค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานบ่อยครั้ง ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 29

ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการมลพิษเชิงรุก

พรรคโอกาสใหม่ไม่ได้มองปัญหา PM2.5 เป็นเพียงปัญหาฤดูกาล แต่เสนอนโยบายเชิงโครงสร้างผ่าน "พ.ร.บ.อากาศสะอาด" และมาตรการที่ทำได้จริงในเขตพื้นที่:

  • หลักการผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย (Polluter Pays): การบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งริมน้ำเจ้าพระยา 21

  • การจัดการมลพิษทางน้ำและขยะ: ด้วยพื้นที่เขต 3 มีอาณาเขตติดแม่น้ำเจ้าพระยา พรรคจึงให้ความสำคัญกับการจัดการน้ำเสียและขยะในแม่น้ำ โดยใช้งบประมาณลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาทในภาพรวมประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพน้ำ 16

  • การเพิ่มพื้นที่สีเขียวอัจฉริยะ: นำแนวคิด "โอกาสใหม่เปลี่ยนอนาคต" มาใช้ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่รอยต่อระหว่างโรงงานและที่อยู่อาศัยในเขตยานนาวา เพื่อเป็นเกราะป้องกันฝุ่นละออง 2

นโยบายเหล่านี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของพรรคที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainability) และการสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่ออนาคต ซึ่งเป็นหนึ่งในอุดมการณ์หลักที่พรรคประกาศไว้ 4

วิสัยทัศน์ด้านคมนาคม: ระบบรางและการเข้าถึงที่เท่าเทียม

นายประภัสร์ จงสงวน ได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบรางมาออกแบบนโยบายการเดินทางสำหรับคนกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นที่ "การเข้าถึง" (Accessibility) มากกว่าเพียงแค่การขยายเส้นทาง 32 ในเขตพื้นที่บางคอแหลม-ยานนาวา ซึ่งไม่มีสถานีรถไฟฟ้าตั้งอยู่ใจกลางเขตโดยตรง (ยกเว้นสถานีรอยต่ออย่างสะพานตากสินหรือสุรศักดิ์) นโยบายคมนาคมจึงต้องมุ่งเน้นไปที่ระบบขนส่งรอง (Feeder System)

การประยุกต์ใช้ระบบขนส่งมวลชนเพื่อผู้สูงอายุ

พรรคโอกาสใหม่เสนอรายงานการศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้หลักการ "ยูนิเวอร์แซลดีไซน์" (Universal Design) เพื่อให้ผู้สูงอายุในเขต 3 สามารถเดินทางไปสถานพยาบาลหรือศูนย์บริการสาธารณสุขได้โดยไร้อุปสรรค 33 นโยบายนี้รวมถึง:

  • การเชื่อมต่อรถ-เรือ-ราง: พัฒนาท่าเรือในเขตบางคอแหลมและยานนาวาให้เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าและสายรถเมล์ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและลดมลพิษ 9

  • รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย (ภาพรวมการเชื่อมต่อ): แม้พรรคโอกาสใหม่จะเป็นพรรคใหม่ แต่แนวคิดการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางถือเป็นสัญญาประชาคมที่พรรคพยายามผลักดันเพื่อให้คนไทย "มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี" 9

  • การปรับปรุงระบบ BRT: พื้นที่ยานนาวามีเส้นทางรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) พรรคเล็งเห็นความสำคัญของการยกระดับระบบนี้ให้มีความถี่และเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นเพื่อรองรับคนทำงานในย่านพระราม 3 8

การนำประสบการณ์บริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของนายประภัสร์มาใช้ จะช่วยให้การจัดการงบประมาณด้านคมนาคมมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักธรรมาภิบาลที่พรรคยึดมั่น 3

เศรษฐกิจใหม่และโอกาสของคนตัวเล็ก: AI และ SMEs

ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรรคโอกาสใหม่มุ่งเน้นการสร้าง "พื้นที่แห่งโอกาส" ผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล 4 ในพื้นที่เขต 3 ซึ่งเป็นที่ตั้งของทั้งบริษัทขนาดใหญ่และร้านค้ารายย่อยในชุมชน นโยบายเศรษฐกิจของพรรคจึงแบ่งออกเป็นสองแนวทางหลัก

ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแนวทางการดำเนินงานกลุ่มเป้าหมายในเขต 3
Digital & AI Plus

ส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในธุรกิจค้าขายออนไลน์และการบริหารจัดการร้านค้า 4

SMEs และพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนเขตบางคอแหลม 16

Soft Loan & Low Interest

สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อย 16

ร้านค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา 16

Market-Led Innovation

ใช้นโยบาย "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม" เพื่อเพิ่มรายได้และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าชุมชน 16

วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มอาชีพในเขตยานนาวา 16

Life-long Education

สร้างระบบการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดเฉพาะในสถานศึกษาเพื่อค้นหาตัวตนและสร้างอาชีพใหม่ 21

วัยแรงงานและเยาวชนที่ต้องการทักษะยุคใหม่ 21

ที่มา: นโยบายเศรษฐกิจและดิจิทัล พรรคโอกาสใหม่ 4

พรรคโอกาสใหม่มองว่า "ความรู้ทำให้มนุษย์เท่าเทียมกัน" ดังนั้นการเปิดคลินิกกฎหมายเพื่อประชาชนและการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการกอบกู้ความเชื่อมั่นและสร้างโอกาสที่ยั่งยืนให้กับทุกคน 16 นโยบายเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการแจกเงินในระยะสั้น แต่เป็นการสร้าง "วินัยการคลัง" และความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก 16

การวิเคราะห์การแข่งขันทางการเมืองในปี 2569

สถานะทางการเมืองของพรรคโอกาสใหม่ในเขต 3 ถือเป็น "ผู้ท้าชิงรายใหม่" ที่มีศักยภาพในการดึงคะแนนเสียงจากทั้งกลุ่มที่เคยเลือกพรรคก้าวไกล (ต้องการการเปลี่ยนแปลงและความรู้) และกลุ่มที่เคยเลือกพรรคดั้งเดิมอย่างเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ (ต้องการประสบการณ์และความมั่นคง) 35

สถิติผลการเลือกตั้งปี 2566: พื้นฐานความท้าทาย

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2566 พื้นที่เขต 3 กทม. เป็นชัยชนะที่เด็ดขาดของพรรคก้าวไกล โดย นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ที่ได้รับคะแนนสูงถึง 35,189 คะแนน (ร้อยละ 41.75) 35 การที่พรรคโอกาสใหม่ส่ง นางสาวปัณณรัตน์ ลงสนาม ถือเป็นยุทธศาสตร์การเข้าหาฐานเสียงคนรุ่นใหม่ที่เคยเลือกก้าวไกลด้วยภาพลักษณ์ศิลปิน และดึงคะแนนกลุ่มผู้สูงอายุที่เคยมั่นใจในประสบการณ์ของคนทำงานจริง 37

พรรคการเมือง (เลือกตั้ง 2566)คะแนนเสียงที่ได้รับ (เขต 3)นัยสำหรับการเลือกตั้ง 2569
ก้าวไกล35,189

ฐานเสียงเข้มแข็งที่ต้องการนโยบายเชิงโครงสร้าง 35

รวมไทยสร้างชาติ16,233

ฐานเสียงอนุรักษนิยมที่พรรคโอกาสใหม่อาจดึงมาได้ด้วยภาพลักษณ์อดีตข้าราชการระดับสูง 7

เพื่อไทย14,833

ฐานเสียงที่ให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจและสาธารณสุข 35

ประชาธิปัตย์10,515

ฐานเสียงเดิมที่มีความผูกพันกับพื้นที่มายาวนาน 35

ที่มา: ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. เขต 3 ปี 2566 35

พรรคโอกาสใหม่พยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็น "พรรคของคนทำงานจริง" ที่ไม่ใช่ประชานิยมสุดโต่ง 2 แต่เน้นการแก้ปัญหาที่รากเหง้าด้วยประสบการณ์บริหารจัดการ ยุทธศาสตร์ "รถขนโอกาสใหม่" ที่ตระเวนออกหาเสียงทั่วกรุงเทพฯ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเข้าถึงทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม 37

บทสรุปเชิงวิเคราะห์และข้อเสนอแนะนโยบายประยุกต์

จากการวิเคราะห์นโยบายหาเสียงของพรรคโอกาสใหม่สำหรับปี 2569 ในพื้นที่เขตบางคอแหลม-ยานนาวา สามารถสรุปได้ว่าพรรคกำลังพยายามสร้างโมเดล "รัฐสวัสดิการเชิงบริหาร" (Managerial Welfare State) ที่มุ่งเน้นการใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาแก้ปัญหาคอขวดของเมืองหลวง การส่ง นางสาวปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ ลงพื้นที่นี้ถือเป็นหมากสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่าง "ความสดใหม่" ของคนรุ่นใหม่กับ "ความขลัง" ของบุคลากรระดับมันสมองของประเทศ 3

นโยบายสาธารณสุขที่เน้นการแก้ปัญหาใบส่งตัวบัตรทอง และนโยบายสิ่งแวดล้อมที่มุ่งจัดการ PM2.5 อย่างยั่งยืน ถือเป็น "จุดแข็ง" ที่สุดของพรรคในพื้นที่นี้ เนื่องจากเป็นปัญหาที่ประชาชนสัมผัสได้ทุกวันและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จจากขั้วอำนาจเดิม 3 อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการสื่อสารนโยบายเหล่านี้ให้เข้าถึงประชากรแฝงและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ที่มักมีพฤติกรรมการลงคะแนนเสียงตามกระแสภาพรวมมากกว่านโยบายเฉพาะเขต 12

ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของพรรคโอกาสใหม่ในเขต 3 จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นว่า "โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน" ไม่ใช่เพียงสโลแกน แต่คือการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างที่ประชาชนสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ได้อย่างโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลที่พรรคได้ประกาศไว้ 4 หากพรรคสามารถรักษาความสมดุลระหว่างการเมืองเชิงปริมาณ (การแจกสวัสดิการ) และการเมืองเชิงคุณภาพ (การปฏิรูประบบบริหาร) พื้นที่บางคอแหลม-ยานนาวาอาจกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ส่งพรรคโอกาสใหม่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้อย่างเต็มภาคภูมิในการเลือกตั้งปี 2569

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ เขย่าภาพจำพุทธเถรวาทในสหรัฐฯ จากศาสนาบนหิ้งสู่ “ศรัทธาที่เดินดิน”

    การเดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ: ปรากฏการณ์ "ศาสนาที่มีชีวิต" และการประกอบสร้างภาพจำใหม่ของพุทธศาสนาเถรวาทในสหรัฐอเมริกา บทนำ: ภ...