วิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคโอกาสใหม่ ประยุกต์ใช้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา
กระบวนทัศน์ทางการเมืองไทยในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ได้ก้าวเข้าสู่ระเบียบใหม่ที่มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการนโยบายสาธารณะ (Public Policy Management) มากกว่าการใช้เพียงอุดมการณ์ทางการเมืองเชิงนามธรรม พรรคโอกาสใหม่ (New Opportunity Party) ได้รับการจับตามองในฐานะอุบัติการณ์ทางการเมืองที่พยายามนำเสนอ "การเมืองเชิงบริหาร" (Managerial Politics) โดยการหลอมรวมบุคลากรที่มีต้นทุนทางสังคมจากระบบราชการระดับสูง รัฐวิสาหกิจ และภาคธุรกิจ เข้ากับพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่
รากฐานทางสถาบันและโครงสร้างอำนาจของพรรคโอกาสใหม่
พรรคโอกาสใหม่เริ่มต้นจากการจดทะเบียนในชื่อพรรคไทยเป็นหนึ่งเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2564 ก่อนที่จะมีการปฏิรูปโครงสร้างพรรคขนานใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมรับศึกเลือกตั้งปี 2569 โดยมีเป้าหมายในการเป็น "ทางเลือกใหม่" ที่ก้าวข้ามความขัดแย้งเชิงขั้ว
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ถือเป็นตัวเลขสำคัญที่กำหนดทิศทางนโยบายของพรรค ด้วยภูมิหลังการเป็นอดีตข้าราชการระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยาวนาน และยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นอกจากนี้ การเสริมทัพโดย นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังเป็นการตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม
การวิเคราะห์ตัวผู้สมัครเชิงยุทธศาสตร์: ปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์
นางสาวปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ หรือ "ไข่มุก" ไม่ได้ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองในฐานะศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่เธอถูกวางตัวเป็นภาพสะท้อนของคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในกลไกทางอำนาจนิติบัญญัติ
| ข้อมูลคุณลักษณะ | รายละเอียดเชิงลึก | ความเชื่อมโยงเชิงนโยบาย |
| ภูมิหลังการศึกษา | ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เอกโอเปร่า) | ความเข้าใจด้าน Soft Power และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ |
| ตำแหน่งทางนิติบัญญัติ | ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข | ความเข้าใจในปัญหาระบบส่งต่อผู้ป่วยและงบประมาณบัตรทอง |
| ตำแหน่งทางสังคม | นางสาวไทยจังหวัดแพร่ ปี 2568 (Road to Miss Thailand 2025) | การสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม |
| บทบาททางการเมือง | แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 3 พรรคโอกาสใหม่ | การได้รับการยอมรับในระดับนำของพรรคเพื่อขับเคลื่อนนโยบายภาพกว้าง |
ที่มา: รวบรวมจากประวัติและผลงานของนางสาวปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์
การเป็นหลานสาวของนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในแง่ของ "สายสัมพันธ์ทางการเมือง" (Political Capital) ที่เชื่อมโยงกับฐานเสียงดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญกับงานสาธารณสุข
บริบทเชิงพื้นที่และประชากรศาสตร์: เขต 3 บางคอแหลม-ยานนาวา
เขตเลือกตั้งที่ 3 ของกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะทางกายภาพและเศรษฐกิจแบบ "ทวิลักษณ์" (Dualism) โดยฝั่งหนึ่งเป็นย่านธุรกิจริมน้ำที่มีคอนโดมิเนียมหรูและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ (Riverside CBD) ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งยังคงเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความหนาแน่นประชากรสูงและมีปัญหาความยากจนในเขตเมืองแฝงอยู่
สถานการณ์สังคมสูงวัยและกลุ่มเปราะบาง
กรุงเทพมหานครได้ก้าวเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์" (Aged Society) โดยกลุ่มเขตพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ซึ่งครอบคลุมเขตยานนาวาและพื้นที่ต่อเนื่อง มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 26.11 ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของหลายภูมิภาค
| ตัวชี้วัดทางประชากร | สถิติปี 2566 - 2567 | ความนัยทางนโยบาย |
| สัดส่วนผู้สูงอายุในเขต CBD (กทม.) | ร้อยละ 26.11 | ความจำเป็นเร่งด่วนของนโยบายเบี้ยยังชีพและการดูแลเชิงรุก |
| จำนวนผู้สูงอายุที่ยังทำงาน (ทั่วประเทศ) | 5.11 ล้านคน (ร้อยละ 37.5) | ความต้องการนโยบายจ้างงานผู้สูงอายุและฝึกทักษะใหม่ (Reskilling) |
| สัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว (ทั่วประเทศ) | ร้อยละ 12.9 | ความต้องการระบบดูแลผ่านเครือข่ายชุมชนและเทคโนโลยีดิจิทัล |
| แหล่งรายได้หลักจากบุตร (แนวโน้มลดลง) | ร้อยละ 35.7 | ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในอนาคต |
ที่มา: รายงานการศึกษาประชากร กทม. และการสำรวจผู้สูงอายุแห่งชาติ
ในเขตยานนาวา ข้อมูลจากฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมระบุถึงความสำคัญของโครงการ "ชุมชนเข้มแข็งพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่นี้ยังคงต้องการงบประมาณสนับสนุนเพื่อดูแลกลุ่มคนจนเมืองและคนยากจนน้อยที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
นโยบายสาธารณสุข: ปฏิรูประบบบัตรทองและการส่งต่อผู้ป่วย
หัวใจสำคัญของนโยบายหาเสียงของพรรคโอกาสใหม่ในเขต 3 คือการแก้ไข "วิกฤตใบส่งตัว" ในระบบบัตรทอง ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดสำหรับการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชนในกรุงเทพมหานคร
วิกฤตใบส่งตัวกลายพันธุ์และทางออกของพรรคโอกาสใหม่
ปัญหา "ใบส่งตัวกลายพันธุ์" เป็นคำจำกัดความของสถานการณ์ที่ใบส่งตัวซึ่งควรจะเป็นสื่อกลางทางการแพทย์ กลับกลายเป็น "ใบประกันค่าใช้จ่าย" ที่คลินิกไม่ยอมออกให้ผู้ป่วยเพราะกลัวภาวะขาดทุน
นางสาวปัณณรัตน์ และพรรคโอกาสใหม่ เสนอนโยบาย "รักษาได้ทุกที่โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว" ซึ่งมีความเป็นไปได้เชิงบริหารผ่านข้อเสนอ 3 ระดับ:
การแยกงบประมาณ OP Refer: เสนอให้แยกงบประมาณสำหรับการส่งต่อผู้ป่วยออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวของคลินิกปฐมภูมิ เพื่อให้คลินิกทำหน้าที่เป็นจุดคัดกรองที่มีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระทางการเงิน
22 การใช้ระบบ DRG สำหรับผู้ป่วยนอก: การใช้ระบบกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Diagnosis-Related Group) มาควบคุมการเบิกจ่ายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้จ่ายเงิน (สปสช.) และผู้ให้บริการ (โรงพยาบาล/คลินิก)
22 การยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข: พัฒนา ศบส. ทั้ง 5 แห่งในเขตพื้นที่ (ศบส. 7, 12, 14, 18, 55) ให้มีศักยภาพเทียบเท่าโรงพยาบาลชุมชน เพื่อลดภาระของโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักในพื้นที่
23
หากนโยบายนี้ถูกนำมาใช้จริงในเขตบางคอแหลม-ยานนาวา ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนหนาแน่นจะได้รับความสะดวกในการรักษาโรคที่เกินขีดความสามารถของคลินิก เช่น โรคหัวใจหรือมะเร็ง โดยไม่ถูกปฏิเสธใบส่งตัว
การจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม: อากาศสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิตคนเมือง
มิติสิ่งแวดล้อมเป็นจุดแข็งที่พรรคโอกาสใหม่พยายามชูผ่านภาพลักษณ์ของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ในพื้นที่เขต 3 ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ถือเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่รุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ
ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการมลพิษเชิงรุก
พรรคโอกาสใหม่ไม่ได้มองปัญหา PM2.5 เป็นเพียงปัญหาฤดูกาล แต่เสนอนโยบายเชิงโครงสร้างผ่าน "พ.ร.บ.อากาศสะอาด" และมาตรการที่ทำได้จริงในเขตพื้นที่:
หลักการผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย (Polluter Pays): การบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งริมน้ำเจ้าพระยา
21 การจัดการมลพิษทางน้ำและขยะ: ด้วยพื้นที่เขต 3 มีอาณาเขตติดแม่น้ำเจ้าพระยา พรรคจึงให้ความสำคัญกับการจัดการน้ำเสียและขยะในแม่น้ำ โดยใช้งบประมาณลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาทในภาพรวมประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพน้ำ
16 การเพิ่มพื้นที่สีเขียวอัจฉริยะ: นำแนวคิด "โอกาสใหม่เปลี่ยนอนาคต" มาใช้ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่รอยต่อระหว่างโรงงานและที่อยู่อาศัยในเขตยานนาวา เพื่อเป็นเกราะป้องกันฝุ่นละออง
2
นโยบายเหล่านี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของพรรคที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainability) และการสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่ออนาคต ซึ่งเป็นหนึ่งในอุดมการณ์หลักที่พรรคประกาศไว้
วิสัยทัศน์ด้านคมนาคม: ระบบรางและการเข้าถึงที่เท่าเทียม
นายประภัสร์ จงสงวน ได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบรางมาออกแบบนโยบายการเดินทางสำหรับคนกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นที่ "การเข้าถึง" (Accessibility) มากกว่าเพียงแค่การขยายเส้นทาง
การประยุกต์ใช้ระบบขนส่งมวลชนเพื่อผู้สูงอายุ
พรรคโอกาสใหม่เสนอรายงานการศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้หลักการ "ยูนิเวอร์แซลดีไซน์" (Universal Design) เพื่อให้ผู้สูงอายุในเขต 3 สามารถเดินทางไปสถานพยาบาลหรือศูนย์บริการสาธารณสุขได้โดยไร้อุปสรรค
การเชื่อมต่อรถ-เรือ-ราง: พัฒนาท่าเรือในเขตบางคอแหลมและยานนาวาให้เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าและสายรถเมล์ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและลดมลพิษ
9 รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย (ภาพรวมการเชื่อมต่อ): แม้พรรคโอกาสใหม่จะเป็นพรรคใหม่ แต่แนวคิดการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางถือเป็นสัญญาประชาคมที่พรรคพยายามผลักดันเพื่อให้คนไทย "มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี"
9 การปรับปรุงระบบ BRT: พื้นที่ยานนาวามีเส้นทางรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) พรรคเล็งเห็นความสำคัญของการยกระดับระบบนี้ให้มีความถี่และเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นเพื่อรองรับคนทำงานในย่านพระราม 3
8
การนำประสบการณ์บริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของนายประภัสร์มาใช้ จะช่วยให้การจัดการงบประมาณด้านคมนาคมมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักธรรมาภิบาลที่พรรคยึดมั่น
เศรษฐกิจใหม่และโอกาสของคนตัวเล็ก: AI และ SMEs
ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรรคโอกาสใหม่มุ่งเน้นการสร้าง "พื้นที่แห่งโอกาส" ผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล
| ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ | แนวทางการดำเนินงาน | กลุ่มเป้าหมายในเขต 3 |
| Digital & AI Plus | ส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในธุรกิจค้าขายออนไลน์และการบริหารจัดการร้านค้า | SMEs และพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนเขตบางคอแหลม |
| Soft Loan & Low Interest | สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อย | ร้านค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา |
| Market-Led Innovation | ใช้นโยบาย "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม" เพื่อเพิ่มรายได้และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าชุมชน | วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มอาชีพในเขตยานนาวา |
| Life-long Education | สร้างระบบการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดเฉพาะในสถานศึกษาเพื่อค้นหาตัวตนและสร้างอาชีพใหม่ | วัยแรงงานและเยาวชนที่ต้องการทักษะยุคใหม่ |
ที่มา: นโยบายเศรษฐกิจและดิจิทัล พรรคโอกาสใหม่
พรรคโอกาสใหม่มองว่า "ความรู้ทำให้มนุษย์เท่าเทียมกัน" ดังนั้นการเปิดคลินิกกฎหมายเพื่อประชาชนและการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการกอบกู้ความเชื่อมั่นและสร้างโอกาสที่ยั่งยืนให้กับทุกคน
การวิเคราะห์การแข่งขันทางการเมืองในปี 2569
สถานะทางการเมืองของพรรคโอกาสใหม่ในเขต 3 ถือเป็น "ผู้ท้าชิงรายใหม่" ที่มีศักยภาพในการดึงคะแนนเสียงจากทั้งกลุ่มที่เคยเลือกพรรคก้าวไกล (ต้องการการเปลี่ยนแปลงและความรู้) และกลุ่มที่เคยเลือกพรรคดั้งเดิมอย่างเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ (ต้องการประสบการณ์และความมั่นคง)
สถิติผลการเลือกตั้งปี 2566: พื้นฐานความท้าทาย
การเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2566 พื้นที่เขต 3 กทม. เป็นชัยชนะที่เด็ดขาดของพรรคก้าวไกล โดย นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ที่ได้รับคะแนนสูงถึง 35,189 คะแนน (ร้อยละ 41.75)
| พรรคการเมือง (เลือกตั้ง 2566) | คะแนนเสียงที่ได้รับ (เขต 3) | นัยสำหรับการเลือกตั้ง 2569 |
| ก้าวไกล | 35,189 | ฐานเสียงเข้มแข็งที่ต้องการนโยบายเชิงโครงสร้าง |
| รวมไทยสร้างชาติ | 16,233 | ฐานเสียงอนุรักษนิยมที่พรรคโอกาสใหม่อาจดึงมาได้ด้วยภาพลักษณ์อดีตข้าราชการระดับสูง |
| เพื่อไทย | 14,833 | ฐานเสียงที่ให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจและสาธารณสุข |
| ประชาธิปัตย์ | 10,515 | ฐานเสียงเดิมที่มีความผูกพันกับพื้นที่มายาวนาน |
ที่มา: ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. เขต 3 ปี 2566
พรรคโอกาสใหม่พยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็น "พรรคของคนทำงานจริง" ที่ไม่ใช่ประชานิยมสุดโต่ง
บทสรุปเชิงวิเคราะห์และข้อเสนอแนะนโยบายประยุกต์
จากการวิเคราะห์นโยบายหาเสียงของพรรคโอกาสใหม่สำหรับปี 2569 ในพื้นที่เขตบางคอแหลม-ยานนาวา สามารถสรุปได้ว่าพรรคกำลังพยายามสร้างโมเดล "รัฐสวัสดิการเชิงบริหาร" (Managerial Welfare State) ที่มุ่งเน้นการใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาแก้ปัญหาคอขวดของเมืองหลวง การส่ง นางสาวปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ ลงพื้นที่นี้ถือเป็นหมากสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่าง "ความสดใหม่" ของคนรุ่นใหม่กับ "ความขลัง" ของบุคลากรระดับมันสมองของประเทศ
นโยบายสาธารณสุขที่เน้นการแก้ปัญหาใบส่งตัวบัตรทอง และนโยบายสิ่งแวดล้อมที่มุ่งจัดการ PM2.5 อย่างยั่งยืน ถือเป็น "จุดแข็ง" ที่สุดของพรรคในพื้นที่นี้ เนื่องจากเป็นปัญหาที่ประชาชนสัมผัสได้ทุกวันและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จจากขั้วอำนาจเดิม
ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของพรรคโอกาสใหม่ในเขต 3 จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นว่า "โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน" ไม่ใช่เพียงสโลแกน แต่คือการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างที่ประชาชนสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ได้อย่างโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลที่พรรคได้ประกาศไว้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น