บทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์: นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยของพรรคเพื่อไทยในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2569 กรณีศึกษาโมเดล "ฮ่องกงเมืองไทย" และการยกระดับเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดชลบุรี (เกาะลอย-เกาะสีชัง)
บทคัดย่อบริหาร (Executive Summary)
รายงานการวิจัยฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกและสังเคราะห์ข้อเสนอนโยบายสาธารณะ (Public Policy Proposal) สำหรับพรรคเพื่อไทย ในบริบทของการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2569 โดยมุ่งเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญคือ เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดชลบุรี ภายใต้การนำของ นายษรกฤต ผลลูกอินทร์ ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารแบรนด์ทางการเมือง
แก่นสำคัญของการศึกษาคือการนำเสนอโมเดลการพัฒนา "ฮ่องกงเมืองไทย" (Thailand’s Hong Kong Model) ซึ่งเป็นการถอดบทเรียนความสำเร็จของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะที่มีข้อจำกัดทางทรัพยากร ให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (Faith-based Tourism) และการจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับ "เกาะสีชัง" และจุดเชื่อมต่อ "ท่าเรือเกาะลอย" อำเภอศรีราชา รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า การจะยกระดับเกาะสีชังให้หลุดพ้นจากกับดักการขาดแคลนสาธารณูปโภคเรื้อรัง (น้ำประปา, ไฟฟ้า, ขยะ) และก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการนโยบายระดับมหภาคของพรรคเพื่อไทย (Soft Power, Wellness Destination) เข้ากับบริบทท้องถิ่นอย่างชาญฉลาด ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ที่แข็งแกร่งของผู้สมัคร เพื่อเปลี่ยน "วิกฤตความเชื่อมั่น" ให้เป็น "โอกาสทางเศรษฐกิจ" ที่ยั่งยืน
1. บทนำ: ภูมิทัศน์การเมืองและยุทธศาสตร์สู่ปี 2569 (Introduction)
1.1 บริบททางการเมืองระดับชาติและการเลือกตั้งปี 2569
การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2569 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นช่วงเวลาที่วาระของรัฐบาลชุดปัจจุบันสิ้นสุดลง และจะเป็นบทพิสูจน์ผลงานของพรรคเพื่อไทยในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาปากท้องตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ยุทธศาสตร์ "คิดใหญ่ ทำเป็น" พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบนโยบายประชานิยมแบบเดิม สู่การสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืนผ่าน "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" (Creative Economy) และ "Soft Power" ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติและการกระจายรายได้สู่ชุมชน
บริบทปี 2569 ยังจะถูกกำหนดด้วยความท้าทายใหม่ๆ ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร (Aging Society) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่ง และการแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกที่รุนแรงขึ้น นโยบายที่จะชนะใจประชาชนจึงต้องมีความ "เฉพาะเจาะจง" (Localized) และ "ปฏิบัติได้จริง" (Actionable) มากกว่าการขายฝันระดับกว้าง
1.2 ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของจังหวัดชลบุรีและเขตเลือกตั้งที่ 7
จังหวัดชลบุรีไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวชายทะเล แต่คือ "หัวใจ" ของโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจของประเทศ ในปี 2567 ชลบุรีมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 28 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 320,000 ล้านบาท
เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอเกาะสีชังและบางส่วนของอำเภอศรีราชา มีลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นและซับซ้อน เป็นพื้นที่ที่มีการผสมผสานระหว่าง:
เมืองอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์: เป็นจุดจอดทอดสมอของเรือสินค้าขนาดใหญ่
4 แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม: เป็นที่ตั้งของพระจุฑาธุชราชฐานและศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
5 ชุมชนประมงดั้งเดิม: ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต
การแข่งขันในเขตนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญหน้ากับฐานเสียงเดิมของ "กลุ่มบ้านใหญ่" และกระแสคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง การส่ง นายษรกฤต ผลลูกอินทร์ ลงชิงชัยสะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ต้องการผสาน "ความเก๋าเกม" ของนักการเมืองท้องถิ่น (ในฐานะ ส.อบจ.) เข้ากับ "ความรู้เชิงวิชาการ" ด้านการสื่อสารแบรนด์ เพื่อเจาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีความหลากหลาย
1.3 โปรไฟล์ผู้สมัคร: นายษรกฤต ผลลูกอินทร์ และยุทธศาสตร์การสื่อสารแบรนด์
นายษรกฤต ผลลูกอินทร์ มีความโดดเด่นในฐานะนักการเมืองที่มีพื้นฐานทางวิชาการที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาสื่อสารแบรนด์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยานิพนธ์หัวข้อ "ความสัมพันธ์ระหว่างการตัดสินใจในการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกับคุณค่าแบรนด์พรรคการเมืองและนักการเมือง" (Correlating Election Decisions with Voter Perceptions of Political Parties' and Politicians' Brand Equity)
Political Brand Equity: การสร้างมูลค่าแบรนด์ทางการเมืองที่จับต้องได้
Voter Behavior: พฤติกรรมการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละช่วงวัย
Strategic Communication: การใช้นโยบายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแบรนด์
ดังนั้น นโยบาย "ฮ่องกงเมืองไทย" ที่จะนำเสนอในรายงานนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแผนพัฒนาเมือง แต่คือ "เครื่องมือสื่อสารแบรนด์" (Brand Communication Tool) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ "ผู้นำที่ทันสมัย เข้าใจปัญหา และมีวิสัยทัศน์ระดับสากล" ให้กับนายษรกฤตและพรรคเพื่อไทย
2. กรอบแนวคิดทฤษฎีและกรณีศึกษาเปรียบเทียบ (Theoretical Framework & Comparative Analysis)
การจะประยุกต์ใช้โมเดล "ฮ่องกง" กับ "เกาะสีชัง" จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงโครงสร้างเพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสในการพัฒนา โดยใช้กรอบแนวคิด "การจัดการเมืองเกาะ" (Island Urbanism) และ "เศรษฐกิจมูเตลู" (Mutelu Economy)
2.1 ถอดรหัส "ฮ่องกงโมเดล": มากกว่าแค่ตึกระฟ้า
เมื่อพูดถึงฮ่องกง คนส่วนใหญ่นึกถึงศูนย์กลางการเงิน แต่ในมุมของการจัดการท่องเที่ยว ฮ่องกงคือต้นแบบของ "การบริหารจัดการพื้นที่จำกัดให้เกิดมูลค่าสูงสุด" (High-Density Value Creation) โดยมีองค์ประกอบหลักที่เกาะสีชังสามารถเรียนรู้ได้:
2.1.1 การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่บริหารจัดการด้วยระบบ (Systematic Faith-based Tourism)
กรณีศึกษา วัดหว่องไท่ซิน (Wong Tai Sin Temple) คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยน "ความเชื่อ" ให้เป็น "รายได้" และ "Soft Power"
การเข้าถึง (Accessibility): วัดเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบขนส่งมวลชน (MTR สถานี Wong Tai Sin ทางออก B2/B3) ทำให้การเดินทางสะดวกและคาดการณ์เวลาได้
12 ต่างจากเกาะสีชังที่ต้องพึ่งพาเรือและรถสกายแลปที่มาตรฐานราคาไม่แน่นอนการจัดการฝูงชน (Visitor Flow): แม้จะมีผู้มาเยือนกว่า 10,000 คนต่อวัน
14 แต่วัดมีการจัดการโซนนิ่งที่ชัดเจน แยกพื้นที่จุดธูป พื้นที่เสี่ยงเซียมซี และพื้นที่สวนพักผ่อน (Good Wish Garden) ทำให้ไม่เกิดความแออัดจนเสียบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์การสร้างรายได้ (Monetization): โมเดลการหารายได้ไม่ได้มาจากการบริจาคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากบริการเสริม (Value-added Services) เช่น ค่าเข้าชมห้องลับ (Taisui Yuenchen Hall) ค่าบริการทำพิธีแก้ชงออนไลน์ และพื้นที่เช่าสำหรับหมอดูที่มีการควบคุมมาตรฐานและราคา
15
2.1.2 การเชื่อมต่อทางน้ำที่มีประสิทธิภาพ (Efficient Water Connectivity)
ระบบเรือเฟอร์รี่ของฮ่องกง (Star Ferry, Outlying Islands Ferry) ไม่ได้เป็นแค่พาหนะ แต่เป็น "Experience" ท่าเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งป้ายบอกทางดิจิทัล พื้นที่รอคอยปรับอากาศ และการเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า ซึ่งเกาะลอย ศรีราชา มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปในทิศทางนี้
2.2 เกาะสีชัง: เพชรเม็ดงามที่รอการเจียระไน
เกาะสีชังมีประวัติศาสตร์ยาวนานในฐานะเมืองตากอากาศของราชวงศ์และเมืองท่าสำคัญ แตกต่างจากเกาะอื่นๆ ในชลบุรีด้วย "Storytelling" ที่แข็งแกร่ง:
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ (Chao Pho Khao Yai Shrine): เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่เดินทางมาสักการะเพื่อขอพรเรื่องการค้าขายและความมั่นคง
5 ตำนานการเกิดรูปหินธรรมชาติที่เหมือนศีรษะคนตามหลักฮวงจุ้ย เป็นจุดขายที่ทรงพลังเทียบเท่าตำนานของหว่องไท่ซินพระราชวังจุฑาธุชราชฐาน: สร้างมูลค่าทางประวัติศาสตร์ที่หาไม่ได้ในพัทยาหรือบางแสน
ตารางที่ 1: การเปรียบเทียบเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง ฮ่องกง (หว่องไท่ซิน) และ เกาะสีชัง (เจ้าพ่อเขาใหญ่)
| มิติการเปรียบเทียบ (Dimension) | ฮ่องกง (Wong Tai Sin Model) | เกาะสีชัง (Current Status) | เป้าหมายโมเดล "ฮ่องกงเมืองไทย" (Goal) |
| Connectivity | รถไฟฟ้า MTR + ทางเดินเชื่อม Skywalk | เรือโดยสาร (ศรีราชา-สีชัง) + สกายแลป | ท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) + รถไฟฟ้า EV รอบเกาะ |
| Tourism Product | ไหว้พระ + ช้อปปิ้ง (Temple Mall) | ไหว้เจ้า + ชมธรรมชาติเชิงอนุรักษ์ | Spiritual Retreat + Historical Leisure |
| Target Market | Mass Market (Global) | Niche Market (Thai, Malaysia, Singapore) | High-Value Pilgrimage Market (China, East Asia) |
| Infrastructure | เสถียรภาพสูง (น้ำ/ไฟ/ขยะ 100%) | วิกฤต (น้ำจืดขาด, ขยะล้น, ไฟดับ) | Zero-Waste & Smart Utility Island |
| Digital Integration | Online Prayer, E-Donation | Offline (On-site only) | Digital Mutelu Platform (Metaverse Shrine) |
3. การวิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาในเขตเลือกตั้งที่ 7 (Situational Analysis)
ก่อนที่จะนำเสนอนโยบาย การเข้าใจปัญหาเชิงลึก (Deep-dive Problem Analysis) ของพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ "นั่งเทียน" เขียนนโยบาย แต่ลงพื้นที่จริงและเข้าใจความเจ็บปวด (Pain Points) ของประชาชน
3.1 วิกฤตโครงสร้างพื้นฐาน: คอขวดของการพัฒนา (Infrastructure Crisis)
3.1.1 วิกฤตน้ำจืด: ชีวิตที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
เกาะสีชังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำจืดมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งและเทศกาลท่องเที่ยวที่มีความต้องการใช้น้ำสูงถึง 913-3,423 ลิตรต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งห้องพักต่อวัน (ตามมาตรฐานการใช้น้ำในธุรกิจท่องเที่ยว)
สถานะโครงการ: โครงการวางท่อประปาลอดใต้ทะเลจากฝั่งศรีราชาไปยังเกาะสีชัง ระยะทาง 12 กิโลเมตร เป็นโครงการที่มีการผลักดันมาอย่างต่อเนื่องและถูกบรรจุในงบประมาณปี 2567 แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงบประมาณและกระบวนการทางเทคนิค
18 ปัญหาหน้างาน: ในระยะเร่งด่วน มีการแก้ปัญหาด้วยการต่อท่อประปามาที่ปลายสะพานเกาะลอยเพื่อเติมน้ำใส่เรือบรรทุกไปส่งที่เกาะ
18 ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นทุนสูงและไม่ยั่งยืน ส่งผลให้ค่าน้ำบนเกาะแพงกว่าฝั่งหลายเท่าตัว เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก
3.1.2 วิกฤตขยะล้นเกาะ: ระเบิดเวลาสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า มีขยะตกค้างบนเกาะสีชังสะสมกว่า 70,000-80,000 ตัน
แหล่งที่มาของขยะ: นอกจากขยะชุมชนและท่องเที่ยว ปัญหาใหญ่คือ "ขยะข้ามพรมแดน" จากเรือสินค้าต่างชาติที่มาจอดทอดสมอรอขนถ่ายสินค้าบริเวณหน้าเกาะสีชัง ปีละกว่า 10,000 ลำ
4 ซึ่งแม้ไทยจะเข้าร่วมอนุสัญญา MARPOL Annex V เพื่อควบคุมการทิ้งขยะจากเรือ แต่การบังคับใช้และการจัดเก็บขยะจากเรือยังขาดประสิทธิภาพ
3.1.3 ความไม่เสถียรของระบบไฟฟ้า
ไฟฟ้าบนเกาะสีชังพึ่งพาสายเคเบิลใต้น้ำจากฝั่งศรีราชา ซึ่งในอดีตมักเกิดเหตุการณ์สมอเรือสินค้าเกี่ยวสายเคเบิลขาด ทำให้เกาะมืดสนิทเป็นเวลานาน
3.2 เกาะลอย ศรีราชา: ประตูสู่เกาะสีชังที่ยังไม่เต็มศักยภาพ
"เกาะลอย" เป็นจุดเชื่อมต่อ (Gateway) สำคัญเพียงแห่งเดียวสู่เกาะสีชัง ในอดีตเคยถูกปล่อยปละละเลยจนมีสภาพทรุดโทรม
ปัญหา: ที่จอดรถไม่เพียงพอ ไม่มีอาคารผู้โดยสารที่ได้มาตรฐาน (Terminal Building) สำหรับนั่งรอเรือ ร้อนและเปียกเมื่อฝนตก ขาดการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ในเมืองศรีราชา
4. ข้อเสนอนโยบาย: โมเดล "ฮ่องกงเมืองไทย" (Policy Proposal)
จากปัญหาและศักยภาพข้างต้น พรรคเพื่อไทย ขอเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเลือกตั้งที่ 7 ภายใต้วิสัยทัศน์ "Smart Sichang: Spiritual & Sustainable Island 2030" หรือ "ฮ่องกงเมืองไทย" โดยมี นายษรกฤต ผลลูกอินทร์ เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ยุทธศาสตร์นี้ประกอบด้วย 4 เสาหลัก (4 Pillars):
เสาหลักที่ 1: การปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Smart Infrastructure Revolution)
เพื่อให้เกาะสีชังรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงได้ พื้นฐานต้องแน่นปึ้กเหมือนฮ่องกง
เร่งรัดโครงการ "ท่อส่งน้ำประปาใต้อ่าวไทย" (The Great Underwater Pipeline):
นโยบาย: นายษรกฤตจะผลักดันให้โครงการนี้เป็น "วาระแห่งชาติ" ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยใช้กลไกงบประมาณบูรณาการ EEC เพื่อลดขั้นตอนราชการ
ส่วนขยาย: ไม่เพียงแค่นำน้ำไปถึงเกาะ แต่จะสร้าง "อ่างเก็บน้ำแก้มลิงบนเกาะ" และระบบผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล (Desalination Plant) ขนาดเล็ก พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรอง (Backup System) การันตีว่าน้ำจะไม่หยุดไหลแม้แต่วินาทีเดียว ตอบโจทย์มาตรฐานโรงแรม 5 ดาว
25
เกาะสีชัง Zero Waste (Sichang Zero Waste Model):
นโยบาย: ยกเลิกการเผาขยะกลางแจ้ง เปลี่ยนเป็นการจัดการขยะแบบครบวงจร โดยใช้โมเดล "ขนกลับฝั่ง" (Reverse Logistics)
การดำเนินการ:
สร้างศูนย์คัดแยกและอัดก้อนขยะ (RDF Center) บนเกาะ ให้ขยะมีขนาดเล็กและไร้กลิ่น
ประสานกับเรือขนส่งสินค้าขาเปล่าที่กลับเข้าฝั่ง ให้ช่วยขนขยะกลับไปกำจัดที่โรงไฟฟ้าขยะบนฝั่งชลบุรี (Industrial Symbiosis)
บังคับใช้กฎหมาย MARPOL อย่างเข้มงวดกับเรือต่างชาติ โดยเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการขยะ (Waste Disposal Fee) จากเรือที่มาจอดทอดสมอ นำเงินเข้ากองทุนท้องถิ่น
4
ระบบไฟฟ้ามั่นคง (Energy Security):
ส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop และ Solar Farm บนเกาะ พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) เพื่อให้เกาะสามารถพึ่งพาตนเองได้บางส่วนในช่วงวิกฤต (Island Microgrid)
18
เสาหลักที่ 2: การท่องเที่ยวเชิงศรัทธามูลค่าสูง (High-Value Spiritual Tourism)
เปลี่ยนจาก "สายมูตลาดนัด" สู่ "สายมูพรีเมียม" ตามรอยวัดหว่องไท่ซิน
Rebranding "เจ้าพ่อเขาใหญ่":
นโยบาย: ยกระดับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ให้เป็น "International Spiritual Hub"
กลยุทธ์: ร่วมมือกับ ททท. สำนักงานฮ่องกงและจีน จัดทำแคมเปญ "Twin Guardians" (ผู้พิทักษ์คู่) เชื่อมโยงความเชื่อระหว่าง "หว่องไท่ซิน" (ฮ่องกง) และ "เจ้าพ่อเขาใหญ่" (ไทย) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนที่ศรัทธาในฮวงจุ้ยและเทพเจ้า
26 กิจกรรม: จัดงาน "เทศกาลโคมไฟนานาชาติเกาะสีชัง" (Sichang International Lantern Festival) ในช่วงตรุษจีนและเทศกาลไหว้พระจันทร์ สร้างอีเวนต์ระดับโลกที่ต้องมาปีละครั้ง
แพลตฟอร์ม "Mutelu 4.0":
นโยบาย: พัฒนาแอปพลิเคชัน "Sichang Merit"
ฟีเจอร์: จองคิวไหว้เจ้าออนไลน์, เสี่ยงเซียมซีดิจิทัล (E-Kau Chim) พร้อมคำแปล 5 ภาษา, บริจาคเงินทำบุญลดหย่อนภาษีได้ทันที (E-Donation), และแผนที่ AR นำเที่ยวจุดศักดิ์สิทธิ์บนเกาะ
เป้าหมาย: เจาะกลุ่ม Digital Nomad และคนรุ่นใหม่ที่ชอบความสะดวกแต่ยังศรัทธา (ศรัทธามาร์เก็ตติ้ง)
27
เสาหลักที่ 3: พลิกโฉม "เกาะลอย" สู่ "ท่าเรือระดับโลก" (World-Class Gateway)
Koh Loi International Terminal:
นโยบาย: ปรับปรุงอาคารท่าเรือเกาะลอยให้เป็นอาคารปรับอากาศทั้งหมด มีระบบเช็คอินและโหลดกระเป๋าเหมือนสนามบิน (Airport-style Check-in)
สิ่งอำนวยความสะดวก: สร้างเลานจ์รับรองผู้โดยสาร (VIP Lounge), ร้านค้าสินค้า OTOP พรีเมียม, และจุดเชื่อมต่อรถรางไฟฟ้า (Monorail Feeder) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของเมืองศรีราชา
สะพานมีชีวิต (Living Bridge):
ใช้พื้นที่สะพานเกาะลอยและสวนสาธารณะจัด "Walking Street" ริมทะเลที่มีระเบียบ สะอาด และสวยงาม ขายอาหารทะเลและสินค้าท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเดินเล่นแม้ไม่ได้ข้ามเกาะ สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้คนศรีราชา
23
เสาหลักที่ 4: เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) และคุณภาพชีวิต
กองทุนพัฒนาเกาะสีชัง (Sichang Development Fund):
นโยบาย: ผลักดันให้มีการจัดเก็บ "ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว" (Landing Fee) ในอัตราที่เหมาะสม (เช่น 50-100 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ) นำรายได้เข้ากองทุนโดยตรงเพื่อใช้ในการจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย และดูแลรักษาพยาบาลคนท้องถิ่น
Wellness & Elderly Care:
ยกระดับโรงพยาบาลเกาะสีชัง ให้มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินและนักท่องเที่ยวสูงอายุ (Silver Age Tourism) สอดคล้องกับนโยบาย Wellness Destination ของพรรคเพื่อไทย
1
5. กลยุทธ์การหาเสียงและการสื่อสารทางการเมือง (Political Campaign Strategy)
สำหรับ นายษรกฤต ผลลูกอินทร์ การนำเสนอนโยบายนี้ต้องใช้ศิลปะการสื่อสารแบรนด์ที่ชาญฉลาด เพื่อเชื่อมโยง "ปัญหาส่วนตัว" ของชาวบ้าน เข้ากับ "วิสัยทัศน์ระดับชาติ" ของพรรค
5.1 Key Message: "เปลี่ยนเกาะสีชัง...ให้ปังเหมือนฮ่องกง"
สโลแกนนี้สื่อสารง่าย เห็นภาพชัดเจน และกระตุ้นความหวัง
Sub-message 1: "น้ำต้องไหล ไฟต้องสว่าง ขยะต้องหมด" (แก้ปัญหาพื้นฐาน)
Sub-message 2: "เที่ยวสีชัง พลังมูระดับโลก" (สร้างรายได้ใหม่)
Sub-message 3: "เลือกษรกฤต เลือกคนทำจริง เลือกเพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่" (Brand Trust)
5.2 การเจาะกลุ่มเป้าหมาย (Segmentation Targeting)
กลุ่มชาวเกาะสีชัง: เน้นเรื่องการแก้ปัญหาน้ำประปาและขยะ ซึ่งเป็นความทุกข์ร้อนมากว่า 100 ปี
18 สัญญาวางระบบท่อประปาให้จบในสมัยแรกกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว: เน้นเรื่องการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกำลังซื้อสูง และการปรับปรุงท่าเรือเกาะลอยเพื่อความสะดวก
กลุ่มคนรุ่นใหม่ (New Voter): เน้นเรื่อง Digital Mutelu, Free Wi-Fi ทั่วเกาะ, และพื้นที่ Creative Space สำหรับสตาร์ทอัพสายท่องเที่ยว
5.3 การใช้สื่อ (Media Strategy)
On-Ground: จัดเวทีปราศรัยย่อยที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่และตลาดศรีราชา โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยและเศรษฐกิจมาร่วมเสวนา
Online: ใช้ Social Media นำเสนอคลิปเปรียบเทียบ "Shot per Shot" ระหว่าง ฮ่องกง และ เกาะสีชัง เพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ และใช้ Infographic อธิบายแผนการวางท่อประปาที่เข้าใจง่าย
6. บทวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม (Economic & Social Impact Assessment)
หากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจและสามารถขับเคลื่อนนโยบายนี้ได้สำเร็จ คาดว่าจะเกิดผลกระทบเชิงบวกมหาศาล:
6.1 มูลค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value)
รายได้จากการท่องเที่ยว: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีละ 800-1,000 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 โดยเน้นการเพิ่ม "ค่าใช้จ่ายต่อหัว" ของนักท่องเที่ยวกลุ่มศรัทธาและ Wellness
การลงทุน: ดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนในการพัฒนาโรงแรมบูทีค (Boutique Hotel) และร้านอาหารมาตรฐานสากล บนเกาะสีชังและรอบเกาะลอย
การจ้างงาน: สร้างงานใหม่กว่า 5,000 ตำแหน่ง ในภาคบริการ การขนส่ง และธุรกิจสร้างสรรค์
6.2 คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม (Social & Environmental Value)
ความมั่นคงทางน้ำ: ประชาชนชาวเกาะสีชังกว่า 4,500 คน
3 จะมีน้ำประปาสะอาดใช้ตลอดปี ลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนลงกว่า 50%สิ่งแวดล้อมฟื้นตัว: ปัญหาขยะสะสมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ระบบนิเวศทางทะเลรอบเกาะจะฟื้นตัว ดึงดูดนักท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง
ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น (Local Pride): การยกระดับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่สู่เวทีโลก จะสร้างความภาคภูมิใจและสำนึกรักบ้านเกิดให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่
7. บทสรุป (Conclusion)
การเลือกตั้งปี 2569 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของจังหวัดชลบุรีและประเทศไทย นโยบาย "ฮ่องกงเมืองไทย" สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 7 ไม่ใช่เพียงความฝันที่ไกลเกินเอื้อม แต่เป็นการมองเห็นเพชรในตมที่รอการเจียระไน ด้วยศักยภาพของเกาะสีชังที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมสูง (ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่) ผนวกกับความพร้อมทางโครงสร้างพื้นฐานของ EEC และวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทยที่มุ่งเน้น Soft Power และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
นายษรกฤต ผลลูกอินทร์ ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย มีความพร้อมทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ และความเข้าใจในศาสตร์แห่งการสื่อสารแบรนด์ ที่จะทำหน้าที่เป็น "สะพาน" เชื่อมโยงนโยบายระดับชาติลงสู่การปฏิบัติในระดับท้องถิ่น การผลักดันโครงการท่อส่งน้ำประปา การจัดการขยะแบบ Zero Waste และการยกระดับท่าเรือเกาะลอย จะเป็น "เรือธง" ที่นำพาชาวศรีราชาและเกาะสีชัง ฝ่าคลื่นลมเศรษฐกิจไปสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนอย่างแท้จริง
ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ได้วัดกันที่วาทกรรมทางการเมือง แต่วัดกันที่ "ใคร" มีแผนงานที่ชัดเจนที่สุดในการเปลี่ยน "วิกฤต 100 ปี" ให้เป็น "โอกาส 100 ปี" ของเกาะสีชัง และพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วที่จะรับหน้าที่นั้น
ตารางที่ 2: แผนปฏิบัติการ (Action Plan) สำหรับนโยบาย "ฮ่องกงเมืองไทย" (2569-2573)
| ระยะเวลา (Phase) | โครงการ (Projects) | เป้าหมาย (KPIs) | หน่วยงานรับผิดชอบ |
| ระยะเร่งด่วน (6 เดือนแรกหลังเลือกตั้ง) | 1. เจรจาสำนักงบฯ ปลดล็อกโครงการท่อประปา 2. บังคับใช้กฎหมายขยะ MARPOL กับเรือสินค้า 3. เปิดตัวแอปฯ "Sichang Merit" | - งบประมาณอนุมัติ 100% - ปริมาณขยะใหม่ลดลง 30% - ยอดดาวน์โหลด 10,000 ครั้ง | ส.ส.พื้นที่, กรมเจ้าท่า, อบจ.ชลบุรี |
| ระยะกลาง (1-2 ปี) | 1. ก่อสร้างท่อประปาใต้ทะเลแล้วเสร็จ 2. ปรับปรุงอาคารท่าเรือเกาะลอย 3. จัดตั้งศูนย์ RDF ขนขยะกลับฝั่ง | - น้ำประปาไหล 24 ชม. - ความพึงพอใจนักท่องเที่ยว > 85% - ขยะตกค้างลดลง 50% | กปภ., เทศบาลเมืองศรีราชา, เอกชน |
| ระยะยาว (3-4 ปี) | 1. เปิดตัวแคมเปญ "Twin Guardians" (ฮ่องกง-ไทย) 2. ติดตั้ง Smart Grid ไฟฟ้าทั่วเกาะ 3. ยกระดับ รพ.เกาะสีชัง สู่ Wellness Center | - นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 200% - ไฟฟ้าดับ 0 ครั้ง/ปี - รายได้ท่องเที่ยวแตะ 3,000 ลบ. |





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น