วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ปี 2568 จุดเปลี่ยนคณะสงฆ์ไทย ศรัทธาปะทะวิกฤต ปรับโครงสร้าง–รุก Soft Power สู่เวทีโลก


ท่ามกลางกระแสข่าวลบและโลกดิจิทัล รายงานวิเคราะห์ชี้ปี 2568 คือหัวเลี้ยวหัวต่อของคณะสงฆ์ไทย ที่ขับเคลื่อนพร้อมกันทั้งศรัทธามหาชน การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และการรุกเวทีโลกผ่านพลัง Soft Power


ปีพุทธศักราช 2568 ถูกมองว่าเป็น “ปีหัวเลี้ยวหัวต่อ” ของคณะสงฆ์ไทย ท่ามกลางกระแสสังคมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข่าวเชิงลบที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของพุทธศาสนิกชน จากการวิเคราะห์เชิงลึกว่าด้วย พลวัตคณะสงฆ์ไทยและพระสงฆ์ผู้ทรงอิทธิพล ระบุว่า สถาบันสงฆ์กำลังเกิด “ปฏิกิริยาย้อนกลับ” เพื่อรับมือกับวิกฤต โดยขับเคลื่อนพร้อมกันทั้งมิติศรัทธา การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และการรุกคืบสู่เวทีโลก

วิกฤตศรัทธาที่เกิดจากข่าวปัญหาความไม่โปร่งใส พฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระบางรูป และอิทธิพลนอกระบบ ได้กระตุ้นให้คณะสงฆ์ต้องปรับตัวอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันกลับเกิดปรากฏการณ์ “ศรัทธามหาชน” ที่รวมศูนย์ไปยังพระสงฆ์ผู้มีวัตรปฏิบัติงดงาม ทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางใจของสังคม

หนึ่งในกรณีเด่นคือ หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งกลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาระดับประเทศ ทั้งจากวัตรปฏิบัติ บารมีธรรม และการพัฒนาวัดพระธาตุหมื่นหินให้เป็นศาสนสถานสำคัญ รายงานระบุว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่เพียงตอบสนองความต้องการทางจิตวิญญาณ แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน ในมิติการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง พระสงฆ์สายวิชาการและนักบริหารได้ก้าวขึ้นมาเป็น “เสาหลักทางปัญญา” เพื่อยกระดับธรรมาภิบาล โดย พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เดินหน้าบูรณาการการเรียนปริยัติกับการปฏิบัติวิปัสสนา เพื่อสร้างพระสงฆ์ที่มีทั้งความรู้และประสบการณ์ทางธรรม ขณะที่ พระธรรมวชิรจินดาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ประกาศนโยบาย “No Gift Policy” สร้างมาตรฐานความโปร่งใส และนิยามใหม่ของศาสนศึกษาให้เชื่อมโยงกับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ในเวทีนานาชาติ รายงานระบุว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งการรุกคืบด้าน Buddhist Soft Power ภายใต้การนำของ พระพรหมบัณฑิต ซึ่งขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก ทั้งผ่านการจัดงานวันวิสาขบูชานานาชาติ (UN Vesak Day 2025) ร่วมกับประเทศเวียดนาม และการพัฒนานวัตกรรม “Digital Dhamma” นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้เป็นเครื่องมือเผยแผ่ธรรมะสู่คนรุ่นใหม่


อีกมิติสำคัญคือบทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ โดย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ผลักดันความร่วมมือเชิงโครงสร้างระหว่างคณะสงฆ์ รัฐ และกองทัพ ผ่านการลงนาม MOU กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยกระดับ “วัด” ให้เป็นศูนย์กลางสวัสดิการชุมชน พร้อมโครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยผู้ยากไร้ และการช่วยเหลือผู้เสียสละเพื่อชาติ

ปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงปีแห่งวิกฤตศรัทธา หากแต่เป็นปีแห่ง “โอกาสและการตื่นรู้” ของคณะสงฆ์ไทย ที่กำลังปรับสมดุลครั้งใหญ่ โดยผสานพลังศรัทธา ปัญญาทางวิชาการ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความเมตตาทางสังคม เพื่อธำรงพระพุทธศาสนาให้ยังคงเป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณและสังคมไทยในโลกยุคใหม่อย่างยั่งยืน

บทวิเคราะห์เชิงลึก: พลวัตคณะสงฆ์ไทยและพระสงฆ์ผู้ทรงอิทธิพล ประจำปีพุทธศักราช 2568: ศรัทธา ภูมิปัญญา และการปรับตัวทางสังคมในบริบทโลกใหม่

บทสรุปผู้บริหาร

รายงานการวิจัยฉบับนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์สถานการณ์และบทบาทของพระสงฆ์ไทยในปีพุทธศักราช 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของสถาบันศาสนา ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และวิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นจากการรายงานข่าวเชิงลบเกี่ยวกับวงการสงฆ์ จากการสังเคราะห์ข้อมูลเชิงประจักษ์และการวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง พบว่าปี 2568 เป็นปีแห่ง "ปฏิกิริยาย้อนกลับ" (Counter-Reaction) ของสถาบันสงฆ์ในสองมิติหลัก คือ 1) การพุ่งขึ้นของกระแสศรัทธาในเชิงปาฏิหาริย์และบารมีธรรมผ่านตัวบุคคลอย่าง หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจในยามวิกฤต และ 2) การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการบริหารจัดการผ่านพระสงฆ์สายวิชาการและนักบริหารระดับสูง เช่น พระพรหมวัชรธีราจารย์ และ พระธรรมวชิรจินดาภรณ์ ที่เน้นความโปร่งใสและมาตรฐานทางวิชาการ ควบคู่ไปกับการรุกคืบในเวทีโลกด้วยยุทธศาสตร์ Soft Power ภายใต้การนำของ พระพรหมบัณฑิต และการทำงานสาธารณสงเคราะห์เชิงโครงสร้างของ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ รายงานฉบับนี้จะเจาะลึกในรายละเอียดของแต่ละปรากฏการณ์ เพื่อฉายภาพอนาคตของพุทธศาสนาไทยที่กำลังปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและความยั่งยืน


บทนำ: ภูมิทัศน์พุทธศาสนาไทยในศักราชแห่งความเปลี่ยนแปลง

ปีพุทธศักราช 2568 นับเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์สังคมที่สำคัญยิ่งของประเทศไทย ในขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต สถาบันสงฆ์ไทยกลับต้องเผชิญกับสภาวะคู่ขนาน (Dual State) ที่น่าสนใจและท้าทายยิ่ง

ประการแรก คือการเผชิญหน้ากับ "วิกฤตศรัทธา" (Crisis of Faith) ซึ่งเป็นผลพวงจากข่าวสารเชิงลบที่ปรากฏในสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีความไม่โปร่งใสในการจัดการทรัพย์สินของวัด พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของสมณะบางรูป หรือกรณี "สีกา" ที่มีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของพระสงฆ์ ซึ่งสร้างความสั่นคลอนต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนเป็นวงกว้าง 1 สถิติและกรณีศึกษาในปีที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของศรัทธาเมื่อถูกทดสอบด้วยความคาดหวังทางจริยธรรมของสังคมสมัยใหม่

อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางวิกฤตดังกล่าว กลับเกิดปรากฏการณ์ "กระแสศรัทธามหาชน" (Mass Faith Phenomenon) ที่ทรงพลังและสวนทางกับกระแสข่าวลบ โดยมีการรวมศูนย์ศรัทธาไปที่พระเกจิอาจารย์ผู้มีวัตรปฏิบัติงดงามและมีบารมีธรรมสูงส่ง ปรากฏการณ์นี้มิใช่เพียงการแสวงหาที่พึ่งทางใจแบบดั้งเดิม แต่เป็นการตอบสนองทางจิตวิทยาของสังคมที่ต้องการ "เสาหลัก" ที่มั่นคงท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ ในระดับโครงสร้างบริหาร คณะสงฆ์ไทยได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านการศึกษา การบริหารจัดการองค์กร และการเผยแผ่ศาสนาเชิงรุก เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์และสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับสังคมโลก

รายงานฉบับนี้จึงมุ่งวิเคราะห์บทบาทของ "พระสงฆ์ไทยที่มีผลงานโดดเด่น" ในปี 2568 โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 4 มิติหลัก ได้แก่:

  1. มิติแห่งศรัทธาและบารมีธรรม: กรณีศึกษาปรากฏการณ์หลวงปู่ศิลา สิริจันโท

  2. มิติแห่งปัญญาและการปฏิรูป: บทบาทของพระสงฆ์สายวิชาการในการยกระดับการศึกษาและธรรมาภิบาล

  3. มิติแห่งการเผยแผ่เชิงรุก: ยุทธศาสตร์ Soft Power และนวัตกรรมดิจิทัลในเวทีโลก

  4. มิติแห่งการเกื้อกูลสังคม: งานสาธารณสงเคราะห์และความมั่นคงของมนุษย์


บทที่ 1: ปรากฏการณ์ "ศิลาแห่งศรัทธา": หลวงปู่ศิลา สิริจันโท และนิเวศวิทยาแห่งความเชื่อใหม่

ในปี 2568 นามของ พระราชวัชรธรรมโสภณ (ศิลา สิริจันโท) หรือ "หลวงปู่ศิลา" แห่งวัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กลายเป็นศูนย์กลางของปรากฏการณ์ทางสังคมและศาสนาที่ทรงอิทธิพลที่สุด ท่านมิได้เป็นเพียงพระเกจิอาจารย์ที่มีผู้คนเคารพนับถือ แต่เป็น "ปรากฏการณ์" (Phenomenon) ที่สะท้อนพลวัตความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนาพื้นถิ่น (Folk Buddhism) กับความต้องการทางจิตวิญญาณของคนไทยในยุคปัจจุบัน

1.1 ชีวประวัติและนัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน

หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2488 ปัจจุบันมีอายุ 80 ปี เส้นทางธรรมของท่านมีความน่าสนใจในแง่ของพัฒนาการทางสังกัดนิกาย เดิมท่านอุปสมบทและสังกัดมหานิกายมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 จนถึง พ.ศ. 2564 ก่อนที่จะมีการญัตติทัฬหีกรรม (การบวชซ้ำเพื่อเปลี่ยนนิกายหรือเพื่อความบริสุทธิ์แห่งสังฆกรรม) เข้าสู่ธรรมยุติกนิกายในปี พ.ศ. 2564 โดยมีพระพรหมวชิรโสภณ (ศรีจันทร์ ปุญฺญรโต) เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย เป็นพระอุปัชฌาย์ 4

การเปลี่ยนแปลงสังกัดนิกายในช่วงปัจฉิมวัยและการได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ "พระราชวัชรธรรมโสภณ" ในเวลาต่อมา มิได้เป็นเพียงเรื่องของยศตำแหน่ง แต่สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในวัตรปฏิบัติและภูมิธรรมของท่านจากทั้งสองนิกายหลักของไทย ซึ่งเป็นการเชื่อมรอยต่อทางประวัติศาสตร์และสร้างความเป็นปึกแผ่นในวงการสงฆ์ นอกจากนี้ ในปี 2568 ท่านยังได้รับการยอมรับในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบัน ทั้งในสาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค วิปัสสนาภาวนา และพัฒนาสังคม 4 ซึ่งยืนยันถึงบทบาทของท่านที่ครอบคลุมทั้งมิติทางธรรมและทางโลก

1.2 สถาปัตยกรรมแห่งศรัทธา: วัดพระธาตุหมื่นหินและการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

ผลงานที่เป็นรูปธรรมและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของหลวงปู่ศิลาในปี 2568 คือการสถาปนาและพัฒนา วัดพระธาตุหมื่นหิน ณ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ การก่อสร้างวัดแห่งนี้มิใช่เพียงการสร้างอาคารสถานที่ แต่เป็นการกระบวนการสร้าง "พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์" (Sacred Space) ตามทฤษฎีทางศาสนวิทยา ที่เปลี่ยนพื้นที่ทางกายภาพให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อ

1.2.1 ตำนานและนิมิต (Mythology and Vision)

จุดเริ่มต้นของการสร้างวัดเกิดจาก "นิมิต" ของหลวงปู่ศิลา ที่ท่านเล็งเห็นว่าใต้พื้นดินบริเวณนั้นมี "หินหมื่นก้อนแสนก้อน" ฝังอยู่ และมีความเกี่ยวพันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตำนานท้องถิ่น 6 โดยเฉพาะเรื่องราวของ พญานาค (นาคพญาเพชรดำ) และ พระเจ้าอนันตยศ พระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 700 ปี ซึ่งมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับการบันดาลฝนฟ้าให้ตกต้องตามฤดูกาล 7 การเชื่อมโยงพื้นที่ก่อสร้างเข้ากับตำนานปรัมปราเหล่านี้ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความชอบธรรม (Legitimacy) และความขลัง (Sanctity) ให้กับสถานที่ ทำให้วัดพระธาตุหมื่นหินกลายเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับโลกแห่งจิตวิญญาณ

1.2.2 สถาปัตยกรรมล้านนาในแดนอีสาน (Lanna Architecture in Isan)

รูปแบบสถาปัตยกรรมของ "พระธาตุเจดีย์หมื่นหินวชิรโสภณญาณ" มีความโดดเด่นด้วยการนำศิลปะแบบล้านนามาประยุกต์ใช้ โดยมีการอ้างอิงรูปแบบคล้ายกับพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน 6 การเลือกใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) อาจตีความได้หลายมิติ:

  1. การสังเคราะห์ทางวัฒนธรรม: เป็นการแสดงออกถึงความเป็นสากลของพุทธศิลป์ที่ก้าวข้ามขอบเขตทางภูมิศาสตร์

  2. สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง: ศิลปะล้านนามักถูกเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาในอดีต การนำมาประดิษฐานที่กาฬสินธุ์จึงเป็นการสถาปนาศูนย์กลางความเจริญแห่งใหม่

  3. ความสวยงามและอัตลักษณ์: รูปทรงเจดีย์ล้านนามีความอ่อนช้อยและสง่างาม ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจและสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น

1.2.3 ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม (Socio-Economic Impact)

ปรากฏการณ์ความศรัทธาที่มีต่อหลวงปู่ศิลาและวัดพระธาตุหมื่นหิน ได้ส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ในปี 2568 มีพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลเดินทางมายังอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นจำนวนมาก เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานราก ทั้งธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร และการจำหน่ายสินค้าชุมชน เปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมที่เงียบสงบให้กลายเป็น "หมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา" (Spiritual Tourism Destination) ที่สำคัญระดับประเทศ 9

1.3 วัตถุมงคลกับปรัชญาแห่งความเมตตา: กรณีศึกษา "ตะกรุดปลากระป๋อง"

ในวงการวัตถุมงคลปี 2568 "ตะกรุดปลากระป๋อง" ของหลวงปู่ศิลา ได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุด ไม่ใช่ในแง่ของราคาค่างวด แต่ในแง่ของ "ที่มา" และ "ความหมาย" ที่ซ่อนอยู่

ปฐมเหตุจากความกรุณา: เรื่องราวเริ่มต้นจากสุนัขในวัดที่มีนิสัยซุกซนและมักถูกชาวบ้านทำร้าย หลวงปู่ด้วยความเมตตาสงสาร จึงนำวัสดุที่หาได้ง่ายที่สุดในขณะนั้น คือ "กระป๋องปลากระป๋อง" มาตัด ตีให้แบน จารอักขระยันต์ และคล้องคอสุนัขเพื่อเป็นสัญลักษณ์ป้องกันภัย 11 การกระทำนี้สะท้อนแก่นแท้ของพุทธธรรมเรื่อง "เมตตาธรรมค้ำจุนโลก" อย่างชัดเจนที่สุด

จากขยะสู่วัตถุมงคล: การแปรสภาพเศษวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการรื้อสร้าง (Deconstruct) ความเชื่อเรื่องมวลสารศักดิ์สิทธิ์แบบเดิมที่ต้องใช้วัสดุมีค่า (เช่น ทองคำ เงิน) หลวงปู่ศิลาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า "ความขลัง" ไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของวัตถุ แต่อยู่ที่ "เจตนา" (Intention) ของผู้สร้าง คือจิตที่เปี่ยมด้วยความปรารถนาดี

พิธีกรรมและความเชื่อดาราศาสตร์: ในการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นปี 2568 ทางวัดได้กำหนดฤกษ์ปลุกเสกในวัน "จันทรุปราคา" (จันทรคราส) ซึ่งตามคติความเชื่อโบราณถือเป็นช่วงเวลาที่พลังงานจักรวาลมีความเข้มขลังที่สุด เหมาะแก่การทำพิธีแก้เคล็ดและป้องกันภัย (ราหูอมจันทร์) 11 การผสมผสานระหว่างพุทธคุณ (เมตตา) กับโหราศาสตร์ (ฤกษ์ยาม) แสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของพุทธศาสนาแบบไทย (Thai Buddhism) ที่บูรณาการความเชื่อหลากหลายระบบเข้าด้วยกันเพื่อตอบสนองความต้องการทางจิตใจของผู้คน

โดยสรุป บทบาทของหลวงปู่ศิลาในปี 2568 คือการเป็น "ที่พึ่ง" (Refuge) ในยามยาก ท่านใช้วัตถุมงคลและศาสนสถานเป็นเครื่องมือ (Upaya) ในการดึงดูดผู้คนเข้าหาธรรมะ โดยมีแก่นสารสำคัญคือการสอนเรื่องการให้และการแบ่งปัน


บทที่ 2: เสาหลักทางปัญญา: พระสงฆ์สายวิชาการกับการปฏิรูปการศึกษาและธรรมาภิบาล

ในขณะที่สายเกจิอาจารย์ขับเคลื่อนศรัทธามวลชน พระสงฆ์สายวิชาการและนักบริหารการศึกษาได้ดำเนินภารกิจสำคัญในการวางรากฐานทางปัญญาและสร้างมาตรฐานธรรมาภิบาลให้กับองค์กรสงฆ์ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตศรัทธาในระยะยาว

2.1 พระพรหมวัชรธีราจารย์ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ): การบูรณาการปริยัติและปฏิบัติ

พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เป็นพระเถระผู้ทรงภูมิรู้ด้านบาลีศึกษา (เปรียญธรรม 9 ประโยค) และเป็นนักวิชาการระดับศาสตราจารย์ บทบาทของท่านในปี 2568 มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาความแยกส่วนระหว่าง "การเรียน" (ปริยัติ) และ "การปฏิบัติ" (ปฏิบัติ) ในระบบการศึกษาสงฆ์

การปฏิรูปหลักสูตร: ในปี 2568 ท่านได้ผลักดันโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสำหรับนิสิตอย่างเข้มข้น 12 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นิสิตสงฆ์และฆราวาสมิใช่เพียงผู้มีความรู้ทางทฤษฎี แต่ต้องมีประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติธรรม เพื่อให้สามารถนำธรรมะไปใช้และสอนผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง การเคลื่อนไหวนี้เป็นการตอบโจทย์วิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าพระสงฆ์สมัยใหม่มีความรู้ทางโลกแต่หย่อนยานทางธรรม

ผลงานทางวิชาการ: ท่านยังคงผลิตผลงานทางวิชาการ งานวิจัย และตำราอย่างต่อเนื่อง 14 เพื่อสร้างองค์ความรู้พุทธศาสนาที่ทันสมัยและสามารถอธิบายปรากฏการณ์สังคมปัจจุบันได้ ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานทางวิชาการของมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทยให้ทัดเทียมสากล

2.2 พระธรรมวชิรจินดาภรณ์ (สมคิด จินฺตามโย): ธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการสมัยใหม่

พระธรรมวชิรจินดาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการบริหารองค์กรสงฆ์ด้วยการนำหลักการบริหารจัดการสมัยใหม่ (New Public Management) มาปรับใช้เพื่อสร้างความโปร่งใส

นโยบาย No Gift Policy: ผลงานที่โดดเด่นและกล้าหาญที่สุดในปี 2568 คือการประกาศนโยบาย "งดรับของขวัญและของกำนัล" (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ 2568 ภายในมหาวิทยาลัย 15 นโยบายนี้มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์และเชิงปฏิบัติอย่างยิ่งในบริบทที่มีข่าวการทุจริตและเงินทอนวัด 3 การที่ผู้นำองค์กรการศึกษาสงฆ์ประกาศจุดยืนเรื่องความสุจริต เป็นการสร้าง "บรรทัดฐานทางจริยธรรม" (Ethical Standard) ใหม่ และเป็นการกู้คืนความศรัทธาผ่านการกระทำที่ตรวจสอบได้

ศาสนศึกษากับการเผยแผ่เชิงรุก: ท่านได้ให้นิยามใหม่ของ "ศาสนศึกษา" ว่าต้องไม่จำกัดอยู่แต่ในห้องเรียน แต่ต้องเป็นการศึกษากว้างไกลที่เชื่อมโยงกับสังคม โดยเน้นให้บัณฑิต มมร. เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเผยแผ่พระธรรมคำสอนอย่างมีระบบและยั่งยืน 16 ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของสังคมที่ต้องการพระสงฆ์ที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและสังคมอย่างแท้จริง


บทที่ 3: พุทธานุภาพละมุน (Buddhist Soft Power): การเผยแผ่เชิงรุกและนวัตกรรมดิจิทัล

ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการรุกคืบทางยุทธศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทยในเวทีโลก ภายใต้แนวคิด "Buddhist Soft Power" โดยมี พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เป็นแม่ทัพทางปัญญาในการขับเคลื่อน

3.1 ทฤษฎี Buddhist Soft Power

พระพรหมบัณฑิตได้สังเคราะห์แนวคิด Soft Power ของ Joseph Nye เข้ากับหลักพุทธธรรม โดยอธิบายในปี 2568 ว่า พุทธศาสนาเป็น Soft Power โดยธรรมชาติ เพราะใช้วิธีการ "โน้มน้าวใจ" (Persuasion) ให้ผู้คนปฏิบัติตามด้วยศรัทธาและปัญญา มิใช่การบังคับขู่เข็ญ (Hard Power) 17 ยุทธศาสตร์นี้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลไทยปี 2568 ที่ต้องการผลักดันวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์สู่เวทีโลก 18

3.2 เวทีโลก: วันวิสาขบูชานานาชาติ 2568 (UN Vesak Day 2025)

ผลงานชิ้นเอกของพระพรหมบัณฑิตและคณะสงฆ์ไทยในปีนี้ คือการบริหารจัดการงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ซึ่งเป็นเวทีที่แสดงถึงศักยภาพและบารมีของไทยในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก

ความร่วมมือข้ามชาติ: รูปแบบการจัดงานในปี 2568 มีความพิเศษคือเป็นการจัดงานร่วม (Joint Hosting) ระหว่างเวียดนามและไทย โดยกิจกรรมทางวิชาการและพิธีเฉลิมฉลองเริ่มต้นที่นครโฮจิมินห์ (6-8 พฤษภาคม) และมาสรุปจบอย่างยิ่งใหญ่ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร (10 พฤษภาคม) 19 การจัดการเช่นนี้สะท้อนถึงทักษะทางการทูตศาสนา (Religious Diplomacy) ที่สามารถประสานความร่วมมือระหว่างประเทศคอมมิวนิสต์และประเทศเสรีประชาธิปไตยผ่านมิติทางศาสนา

ภูมิรัฐศาสตร์พุทธศาสนา: ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจอย่างจีนและอินเดียที่ต่างพยายามใช้พุทธศาสนาเป็นเครื่องมือขยายอิทธิพล 20 การที่ไทยยังคงบทบาทเจ้าภาพหลักและผู้ประสานงานกลางในงาน UN Vesak Day 2568 เป็นการตอกย้ำสถานะความเป็นกลางและเป็นที่ยอมรับของไทยในประชาคมชาวพุทธโลก ภายใต้หัวข้อ "เสียงแห่งความสามัคคีเพื่อสันติภาพและการพัฒนา" (Voices of solidarity for peace, development) 22

3.3 Digital Dhamma: นวัตกรรมสู้วิกฤต

เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (Digital Disruption) พระพรหมบัณฑิตและทีมงานวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ได้พัฒนาระบบ "Digital Dhamma" อย่างต่อเนื่อง

AI กับการสอนธรรม: ในปี 2568 มีการนำเสนอแนวคิดการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยประมวลผลข้อมูลพระไตรปิฎกและสร้างเครื่องมือช่วยสอนธรรมะที่ทันสมัย 17 เพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี

สถิติแห่งความสำเร็จ: ความสำเร็จของยุทธศาสตร์นี้ยืนยันได้จากสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ของวัดประยุรวงศาวาส ซึ่งมียอดสะสมเกือบ 5 ล้านครั้ง (ข้อมูล ณ ปี 2568) 23 แสดงให้เห็นว่าวัดสามารถเป็น Content Creator ที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคสื่อในยุคดิจิทัลได้


บทที่ 4: สังฆะเพื่อสังคม: งานสาธารณสงเคราะห์และความมั่นคงของมนุษย์

มิติสุดท้ายที่สำคัญยิ่งคือบทบาทของสงฆ์ในการดูแลสังคม ซึ่ง สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ได้ปฏิรูปรูปแบบการช่วยเหลือสังคมจากการสงเคราะห์รายครั้ง เป็นการสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน

4.1 ภาคีเครือข่าย "บวร" รูปแบบใหม่ (New BVN Partnership)

ในปี 2568 สมเด็จพระมหาธีราจารย์ได้ผลักดันให้เกิดความร่วมมือเชิงโครงสร้างระหว่าง องค์กรสงฆ์ รัฐบาล และกองทัพ

MOU ประวัติศาสตร์: การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม กับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในโครงการ "เสริมพลังวัดพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง" 24 ถือเป็นการรับรองสถานะของ "วัด" ในฐานะศูนย์บริการทางสังคม (Social Welfare Hub) อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้วัดมีบทบาทเชิงรุกในการดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ยากไร้ในชุมชนอย่างเป็นระบบ

4.2 ที่อยู่อาศัยคือปัจจัยพื้นฐาน: ความร่วมมือกับกองทัพและธนาคาร

โครงการที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ ซึ่งเป็นการบูรณาการทรัพยากร 3 ฝ่าย:

  1. คณะสงฆ์ (สมเด็จพระมหาธีราจารย์): เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและระดมทุนบริจาค

  2. สถาบันการเงิน (ธอส.): สนับสนุนงบประมาณวัสดุอุปกรณ์ 25

  3. กองทัพ (กองทัพภาคที่ 1 / กองทัพไทย): สนับสนุนกำลังพลทหารช่างในการก่อสร้าง 27

ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นการสร้างความสมานฉันท์ในสังคม และลดช่องว่างระหว่างสถาบันทหารกับประชาชน โดยมีพระสงฆ์เป็นโซ่ข้อกลาง

4.3 กรณีศึกษา: ความกตัญญูและวีรชน

ตัวอย่างที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของงานสาธารณสงเคราะห์ในปีนี้ คือกรณีที่สมเด็จพระมหาธีราจารย์มอบเงิน 500,000 บาท เพื่อสร้างบ้านให้กับ "พลทหารภาณุพัฒน์" วีรบุรุษเนิน 350 ทหารเกณฑ์ผู้มีความกตัญญูแต่มีฐานะยากจน 29 การกระทำนี้เป็นการส่งสารทางจริยธรรมที่ทรงพลังว่า สังคมและศาสนาจะไม่ทอดทิ้งผู้เสียสละเพื่อชาติ และความกตัญญูเป็นคุณธรรมที่สมควรได้รับการยกย่องและตอบแทน


บทสรุป

จากการวิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีพุทธศักราช 2568 สามารถสรุปได้ว่า คณะสงฆ์ไทยกำลังอยู่ในกระบวนการ "ปรับสมดุล" (Rebalancing) ครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับความท้าทายในโลกยุคใหม่

  1. ศรัทธาที่จับต้องได้: ปรากฏการณ์ของ หลวงปู่ศิลา สิริจันโท ชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางวิกฤต ความต้องการที่พึ่งทางใจที่ศักดิ์สิทธิ์และมีเมตตาธรรมยังคงมีอยู่อย่างมหาศาล สถาบันสงฆ์ส่วนท้องถิ่นยังคงเป็นรากฐานที่มั่นคงของชุมชน

  2. ปัญญาที่ตรวจสอบได้: การปฏิรูปของพระสงฆ์สายวิชาการอย่าง พระพรหมวัชรธีราจารย์ และ พระธรรมวชิรจินดาภรณ์ สะท้อนความตื่นตัวในการสร้างมาตรฐานและความโปร่งใส ซึ่งเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดต่อวิกฤตศรัทธา

  3. การรุกคืบสู่สากล: ยุทธศาสตร์ Soft Power ของ พระพรหมบัณฑิต แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการนำพุทธศาสนาไทยไปสู่เวทีโลกและพื้นที่ดิจิทัล

  4. ความมั่นคงของสังคม: งานสาธารณสงเคราะห์ของ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ตอกย้ำว่า "วัด" คือกลไกสวัสดิการสังคมที่มีประสิทธิภาพที่สุดของไทย หากได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ

ปี 2568 จึงไม่ใช่เพียงปีแห่งวิกฤต แต่เป็นปีแห่ง "โอกาส" และ "การตื่นรู้" ของคณะสงฆ์ไทย ที่จะบูรณาการทั้ง ศรัทธา ปัญญา เทคโนโลยี และความเมตตา เข้าด้วยกัน เพื่อธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้เป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณและสังคมสืบไป


ตารางที่ 1: สรุปบทบาทและผลงานเด่นของพระสงฆ์ไทย ประจำปี 2568

พระสงฆ์ / กลุ่มตำแหน่ง / สังกัดบทบาทหลักผลงานเด่น / โครงการสำคัญ ปี 2568นัยสำคัญทางสังคม
หลวงปู่ศิลา สิริจันโทเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหินศูนย์รวมศรัทธา (Charismatic Leader)

- สร้างวัดพระธาตุหมื่นหินและพระธาตุเจดีย์ทรงล้านนา


- วัตถุมงคล "ตะกรุดปลากระป๋อง"


- กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในกาฬสินธุ์

ผสานความเชื่อท้องถิ่นเข้ากับการพัฒนาพื้นที่ เป็นที่พึ่งทางใจในยุคเศรษฐกิจผันผวน
พระพรหมบัณฑิตวัดประยุรวงศาวาส / กก.มส.นักยุทธศาสตร์ Soft Power

- ประธานจัดงาน UN Vesak Day 2025 (ไทย-เวียดนาม)


- ขับเคลื่อน Digital Dhamma และ AI


- นำเสนอทฤษฎี Buddhist Soft Power

ยกระดับบทบาทไทยในเวทีโลก และปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเท่าทัน
สมเด็จพระมหาธีราจารย์วัดพระเชตุพนฯ / ประธานสาธารณสงเคราะห์ผู้นำงานสาธารณสงเคราะห์

- MOU พม. โครงการ "เสริมพลังวัด"


- สร้างบ้านผู้ยากไร้ร่วมกับ กองทัพ/ธอส.


- ช่วยเหลือวีรชนและผู้ประสบภัยพิบัติ

สร้างระบบสวัสดิการสังคมโดยวัด บูรณาการความร่วมมือ รัฐ-ราษฎร์-ศาสนา
พระพรหมวัชรธีราจารย์อธิการบดี มจร.ผู้นำทางวิชาการ (Academic Leader)

- บูรณาการวิปัสสนากรรมฐานเข้าสู่หลักสูตรการศึกษา


- ผลิตงานวิจัยและตำราพุทธศาสนาสมัยใหม่

แก้ปัญหาความแยกส่วนระหว่างปริยัติและปฏิบัติ สร้างบุคลากรสงฆ์ที่มีคุณภาพ
พระธรรมวชิรจินดาภรณ์อธิการบดี มมร.นักบริหารจัดการ (Administrator)

- ประกาศนโยบาย No Gift Policy 2568


- ปฏิรูปแนวคิดศาสนศึกษาเพื่อการเผยแผ่เชิงรุก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ เขย่าภาพจำพุทธเถรวาทในสหรัฐฯ จากศาสนาบนหิ้งสู่ “ศรัทธาที่เดินดิน”

    การเดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ: ปรากฏการณ์ "ศาสนาที่มีชีวิต" และการประกอบสร้างภาพจำใหม่ของพุทธศาสนาเถรวาทในสหรัฐอเมริกา บทนำ: ภ...