วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ส่องนโยบายพรรคโอกาสใหม่ สอดรับสุนทรพจน์ปีใหม่สีจิ้นผิงสี


การวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์: นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมืองไทยและพรรคโอกาสใหม่ ในบริบทวิสัยทัศน์ "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" และสุนทรพจน์ปีใหม่ 2026 ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง


1. บทนำ: ภูมิทัศน์ใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลงและจุดตัดทางประวัติศาสตร์



การเลือกตั้งทั่วไปของไทยที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย ที่มิใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านอำนาจบริหารตามวาระปกติ แต่เป็นการปะทะสังสรรค์กันระหว่างกระแสธารแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภายในประเทศ กับพลวัตของระเบียบโลกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเข้มข้น 1 ท่ามกลางบริบทของปี 2026 ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ และภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยยืนอยู่บนทางแพร่งที่ต้องเลือกระหว่างการยึดถือวิถีปฏิบัติเดิม หรือการก้าวสู่อนาคตใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืน

ในขณะที่มหาอำนาจอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนผ่านสุนทรพจน์เนื่องในวาระปีใหม่ 2026 และยุทธศาสตร์ "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" (New Quality Productive Forces) ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและการพัฒนาสีเขียว 3 การเมืองไทยกลับเต็มไปด้วยความผันผวนและการแข่งขันของพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว การเกิดขึ้นของ "พรรคโอกาสใหม่" (New Opportunity Party) ภายใต้การนำของอดีตข้าราชการระดับสูง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ได้สร้างแรงกระเพื่อมที่น่าสนใจในสนามเลือกตั้ง ด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ของ "คลังสมอง" และ "มืออาชีพ" ที่แตกต่างจากนักการเมืองอาชีพแบบดั้งเดิม 5

รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการวิเคราะห์เจาะลึกถึงนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองไทยในการเลือกตั้งปี 2569 โดยมุ่งเน้นไปที่พรรคโอกาสใหม่เป็นกรณีศึกษาหลัก เพื่อตรวจสอบระดับความสอดคล้อง (Alignment) และความขัดแย้ง (Divergence) ระหว่างแนวนโยบายของพรรคกับวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของจีน โดยเฉพาะในมิติของเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์นี้จะฉายภาพให้เห็นถึงนัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์และโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ระเบียบโลกหลายขั้ว

2. บริบทและพลวัตการเลือกตั้ง 2569: สงครามสามก๊กและตัวแปรใหม่

2.1 สภาพแวดล้อมทางการเมืองและเศรษฐกิจมหภาค

บรรยากาศก่อนการเลือกตั้งปี 2569 เต็มไปด้วยความตื่นตัวและความคาดหวังของประชาชน ภายหลังจากการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี 1 ประเทศไทยต้องเผชิญกับโจทย์เศรษฐกิจที่ซับซ้อน ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 7.4 แสนบาทต่อครัวเรือน 7 และการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อระบบสวัสดิการและการคลังของประเทศอย่างมหาศาล ข้อมูลจากสวนดุสิตโพลระบุว่า กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ (Gen Z และ Gen Y) มีความคาดหวังทางการเมืองสูงและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงคะแนนเสียงหากไม่ได้รับการตอบสนองที่น่าพอใจ 8

2.2 โครงสร้างการแข่งขัน: สามพรรคใหญ่และหนึ่งทางเลือก

สนามเลือกตั้ง 2569 ถูกมองว่าเป็นศึกชิงความเป็นผู้นำระหว่างสามขั้วอำนาจหลัก ได้แก่ "พรรคประชาชน" ที่มีฐานเสียงคนรุ่นใหม่และชูธงการปฏิรูปโครงสร้าง "พรรคเพื่อไทย" ที่เน้นนโยบายประชานิยมดิจิทัลและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ "พรรคภูมิใจไทย" ที่ครองพื้นที่ชนบทด้วยเครือข่ายอุปถัมภ์ที่เข้มแข็ง 10 อย่างไรก็ตาม ช่องว่างทางการเมืองที่เกิดจากความเบื่อหน่ายความขัดแย้งและความต้องการ "มืออาชีพ" เข้ามาบริหารประเทศ ได้เปิดโอกาสให้พรรคโอกาสใหม่ก้าวขึ้นมามีบทบาทในฐานะ "ตัวแปร" ที่สำคัญ

ตารางที่ 1: เปรียบเทียบยุทธศาสตร์หลักของพรรคการเมืองสำคัญในการเลือกตั้ง 2569

พรรคการเมืองผู้นำ/แคนดิเดตนายกฯฐานเสียงหลักยุทธศาสตร์หลัก (Grand Strategy)จุดเน้นนโยบายเศรษฐกิจ
พรรคประชาชนณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิคนรุ่นใหม่, ชนชั้นกลางในเมืองStructural Reform: ปฏิรูประบบราชการและโครงสร้างอำนาจ

รัฐแพลตฟอร์ม, ทลายทุนผูกขาด, สวัสดิการถ้วนหน้า 12

พรรคเพื่อไทยยศชนัน วงศ์สวัสดิ์รากหญ้า, ภาคธุรกิจDigital Populism: ประชานิยมดิจิทัลและ Soft Power

Digital Wallet, 30 บาทรักษาทุกที่, Soft Power 14

พรรคภูมิใจไทยอนุทิน ชาญวีรกูลเกษตรกร, ท้องถิ่นLocal Patronage: เครือข่ายอุปถัมภ์และการกระจายงบประมาณ

เศรษฐกิจ 10 Plus, พักหนี้, เพิ่มการลงทุนภาครัฐ 10

พรรคโอกาสใหม่จตุพร บุรุษพัฒน์ข้าราชการ, อนุรักษนิยมสายกลางBureaucratic Professionalism: มืออาชีพภาครัฐและการบริหารนำการเมือง

รัฐสวัสดิการครบวงจร, เศรษฐกิจสีเขียว, แช่แข็งหนี้ 5

2.3 กำเนิด "พรรคโอกาสใหม่": รัฐราชการในคราบนักบริหาร

พรรคโอกาสใหม่ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการ "เสถียรภาพ" และ "ประสิทธิภาพ" ในการบริหารงานภาครัฐ ภายใต้วาทกรรม "ไม่ใช่สุสานข้าราชการ แต่เป็นคลังสมอง" 5 พรรคได้รวบรวมอดีตข้าราชการระดับปลัดกระทรวงและนักธุรกิจที่มีประสบการณ์เข้ามาร่วมงาน โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหอกสำคัญ 18 การวางตำแหน่งของพรรค (Positioning) มุ่งเน้นไปที่การเป็น "ทางเลือกที่สาม" ที่ไม่ใช่ทั้งนักการเมืองอาชีพที่ถูกมองว่าสร้างความขัดแย้ง และไม่ใช่กลุ่มอำนาจเก่าที่ล้าหลัง แต่เป็นกลุ่ม "Technocrat" หรือข้าราชการชำนาญการที่พร้อมทำงานทันที

แนวทางการเมืองของพรรคโอกาสใหม่สะท้อนถึงอุดมการณ์ "อนุรักษนิยมก้าวหน้า" (Progressive Conservatism) ที่ยึดมั่นในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ ควบคู่ไปกับการผลักดันนโยบายสวัสดิการสังคมและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย 6 ซึ่งเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างและดึงดูดกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการความมั่นคงแต่ก็ไม่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง

3. วิเคราะห์สุนทรพจน์สี จิ้นผิง 2026: รหัสลับแห่งมหาอำนาจตะวันออก

เพื่อที่จะประเมินความสอดคล้องทางนโยบาย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องถอดรหัสวิสัยทัศน์ของผู้นำจีน ผ่านสุนทรพจน์ในวาระปีใหม่ 2026 และเอกสารยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแกนหลักในการขับเคลื่อนประเทศจีนและระเบียบโลกใหม่ใน 3 มิติสำคัญ:

3.1 กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ (New Quality Productive Forces - NQPF)

หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจจีนยุคใหม่คือแนวคิด "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตด้วยปัจจัยการผลิตแบบดั้งเดิม (แรงงานและที่ดิน) ไปสู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง 4 สุนทรพจน์ของสี จิ้นผิง เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี (Technological Self-Reliance) ในสาขาสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ควอนตัมคอมพิวติ้ง, และพลังงานใหม่ แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายใน แต่ยังเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งประเทศคู่ค้าจำเป็นต้องปรับตัวตามหากต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

3.2 การพัฒนาสีเขียวและอารยธรรมนิเวศ (Green Development & Ecological Civilization)

วาทกรรม "น้ำใสเขาเขียว คือภูเขาทองและภูเขาเงิน" (Lucid waters and lush mountains are invaluable assets) ยังคงเป็นแกนหลักในนโยบายของจีน 20 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยืนยันคำมั่นสัญญาในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้าง "โลกที่สะอาดและสวยงาม" 3 การพัฒนาเศรษฐกิจจะต้องไม่แลกมาด้วยความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และจีนพร้อมที่จะเป็นผู้นำโลกในการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียวและการเงินสีเขียว (Green Finance)

3.3 ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันและความมั่นคงโลก (Community with a Shared Future & Global Security)

ในมิติการต่างประเทศ จีนเน้นย้ำถึงการสร้างสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่ "เป็นมิตร มั่นคง และมั่งคั่ง" โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 จีนปฏิเสธแนวคิดสงครามเย็นและการแบ่งขั้ว แต่สนับสนุนพหุภาคีนิยมที่แท้จริง (True Multilateralism) ผ่านกลไกความร่วมมืออย่าง BRICS และ Shanghai Cooperation Organization (SCO) โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมืองเป็นพื้นฐานของการพัฒนา 21

4. การวิเคราะห์ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์: พรรคโอกาสใหม่ในสายตาพญามังกร

จากการวิเคราะห์เนื้อหานโยบายของพรรคโอกาสใหม่ เทียบเคียงกับวิสัยทัศน์ของสี จิ้นผิง พบประเด็นความสอดคล้องและความท้าทายที่น่าสนใจใน 4 มิติหลัก ดังนี้:

4.1 มิติสิ่งแวดล้อม: จุดบรรจบที่สมบูรณ์แบบ (Absolute Convergence)

ความสอดคล้องที่เด่นชัดที่สุดระหว่างพรรคโอกาสใหม่และวิสัยทัศน์ของจีน อยู่ในมิติของนโยบายสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศให้การรับมือกับ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" (Climate Change) เป็นวาระแห่งชาติและนโยบายหลักของพรรค 16

  • นโยบายพรรคโอกาสใหม่: เสนอแผนการรับมือภัยพิบัติแบบบูรณาการ การใช้เทคโนโลยีพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและป่าไม้ที่ยั่งยืน รวมถึงแนวคิด "เศรษฐกิจสีเขียว" เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ 5

  • ความสอดคล้องกับจีน: นโยบายนี้สอดรับโดยตรงกับแนวคิด "อารยธรรมนิเวศ" ของสี จิ้นผิง และยุทธศาสตร์ Green Silk Road ของจีน หากพรรคโอกาสใหม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล จะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมจากจีน เช่น การจัดการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Management) และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจีนเป็นผู้นำโลกในด้านนี้ การมีผู้นำพรรคที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้ ทำให้พรรคโอกาสใหม่มี "ภาษาเดียวกัน" กับจีนในการเจรจาความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่จีนให้ความสำคัญสูงสุดในเวทีโลกยุคใหม่ 20

4.2 มิติความมั่นคงและเสถียรภาพ: ภาษาของข้าราชการ (Language of Stability)

จีนให้คุณค่ากับ "เสถียรภาพ" (Stability) เป็นอย่างยิ่งในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศที่มีพรมแดนใกล้ชิด พรรคโอกาสใหม่ซึ่งมีฐานมาจากกลุ่มข้าราชการระดับสูง (Bureaucratic Elite) มีจุดแข็งในเรื่องนี้อย่างชัดเจน

  • นโยบายพรรคโอกาสใหม่: เน้นการเมืองที่ไม่สร้างความขัดแย้ง การปกป้องสถาบันหลัก และการบริหารราชการแผ่นดินที่มีความต่อเนื่อง 6 พรรคพยายามสื่อสารว่าเป็น "โซ่ข้อกลาง" ที่เชื่อมประสานทุกฝ่ายและนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคม

  • ความสอดคล้องกับจีน: จีนมักมีความสะดวกใจในการปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและคาดเดาได้ (Predictable) มากกว่ารัฐบาลที่มาจากกระแสประชานิยมสุดโต่งหรือกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างอย่างรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่ความวุ่นวายทางสังคม พรรคโอกาสใหม่จึงอาจถูกมองว่าเป็น "หุ้นส่วนที่ไว้ใจได้" (Reliable Partner) ในสายตาของปักกิ่ง ในแง่ของการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคและการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ไม่เหวี่ยงแห

4.3 มิติเศรษฐกิจและเทคโนโลยี: ความท้าทายของ "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่"

ในขณะที่มิติสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงมีความสอดคล้องสูง แต่มิติเศรษฐกิจกลับเป็นจุดที่พรรคโอกาสใหม่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐาน "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" (NQPF) ของจีน

  • ช่องว่างทางนโยบาย: นโยบายเศรษฐกิจของพรรคโอกาสใหม่เน้นหนักไปที่ "การประคอง" (Support) และ "สวัสดิการ" (Welfare) เช่น การแช่แข็งหนี้ การดูแลผู้สูงอายุ และสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตาย 5 แม้จะมีการกล่าวถึงเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI 23 แต่เนื้อหายังขาดความชัดเจนในเรื่องการสร้างนวัตกรรมเชิงลึก (Deep Tech) หรือการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมขนานใหญ่ ซึ่งต่างจากพรรคประชาชนที่มีข้อเสนอเรื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ชัดเจนกว่า 13

  • ความเสี่ยงของการตกรถ: หากพรรคโอกาสใหม่ไม่สามารถนำเสนอโรดแมปที่ชัดเจนในการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของไทย ให้สอดคล้องกับห่วงโซ่อุปทานไฮเทคของจีน (เช่น EV, แบตเตอรี่, เซมิคอนดักเตอร์) ประเทศไทยอาจเสียโอกาสในการเป็นฐานการผลิตสำคัญ และกลายเป็นเพียงตลาดรองรับสินค้าจากจีนเท่านั้น การใช้ "ระบบราชการ" นำ "นวัตกรรม" มักเป็นเรื่องยากและเชื่องช้า ซึ่งสวนทางกับความรวดเร็วของ NQPF

4.4 มิติการต่างประเทศ: การทูตสมดุลและการสนับสนุน BRICS

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการรักษาดุลยภาพทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ รวมถึงการแสดงท่าทีสนับสนุนการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ของไทย 24

  • การสนับสนุน BRICS: การที่ผู้นำพรรคแสดงท่าทีสนับสนุน BRICS ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของจีนในการสร้างระเบียบโลกใหม่ (Global South) ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ นโยบายนี้สอดคล้องกับความต้องการของจีนที่ต้องการพันธมิตรในการผลักดันวาระพหุภาคีนิยม และลดอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก 21

  • นัยสำคัญ: การสนับสนุนนี้สะท้อนว่าพรรคโอกาสใหม่อ่านเกมการเมืองโลกขาด และพร้อมที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่กระแสธารของโลกใหม่ (Global South) โดยไม่ทิ้งความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การทูตแบบ "ไผ่ลู่ลม" ที่ประยุกต์ให้ทันสมัย

5. การวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงลึก: นโยบายพรรคโอกาสใหม่ vs พรรคคู่แข่ง

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบนโยบายเฉพาะด้านระหว่างพรรคโอกาสใหม่และคู่แข่งสำคัญ จะช่วยชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อนในบริบทของการแข่งขันและการตอบสนองต่อวิสัยทัศน์โลก

ตารางที่ 2: เปรียบเทียบนโยบายรายด้านและการตอบสนองต่อวิสัยทัศน์จีน

ประเด็นนโยบาย (Policy Domain)พรรคโอกาสใหม่ (New Opportunity)พรรคประชาชน (People's Party)พรรคเพื่อไทย (Pheu Thai)การวิเคราะห์ความสอดคล้องกับจีน (Alignment Analysis)
เทคโนโลยี & AI

Bureaucratic Digitalization: เน้นเตรียมคนสู่ยุค AI, รัฐบาลดิจิทัลแบบราชการ, ใช้ Big Data เพื่อสวัสดิการ 6

Tech Reform: รัฐแพลตฟอร์ม, Open Data, AI ตรวจจับชายแดน, ปราบสแกมเมอร์ด้วย Tech 12

Digital Economy: AI แห่งชาติ, Smart City, เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ, Blockchain 14

พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาชน มีความชัดเจนและก้าวหน้ากว่าในเชิงเทคนิค ซึ่งสอดคล้องกับ NQPF ของจีนมากกว่าพรรคโอกาสใหม่ที่เน้นการตั้งรับ
สิ่งแวดล้อม (Green)

Climate Resilience: จัดการภัยพิบัติ, ทรัพยากรน้ำ, ป่าไม้, ลดความเหลื่อมล้ำด้วย Green Economy 16

Structural Green: พ.ร.บ.อากาศสะอาด, ปฏิรูปพลังงาน, ลดการผูกขาดพลังงาน 28

Carbon Market: ตลาดคาร์บอนเครดิต, เศรษฐกิจสีเขียวภาคอุตสาหกรรมพรรคโอกาสใหม่ มีจุดแข็งเรื่อง "ทรัพยากรธรรมชาติ" ที่สอดคล้องกับแนวคิด "เขาเขียว" ของจีนมากที่สุด ในขณะที่พรรคประชาชนเน้นการแก้โครงสร้างกฎหมาย
สวัสดิการสังคม

Womb to Heaven: ดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย, บูรณาการกองทุน, เบี้ยผู้สูงอายุ 5

Universal Welfare: สวัสดิการถ้วนหน้า, เงินอุดหนุนเด็กเล็ก, บำนาญพื้นฐาน 26

Opportunity Creation: สร้างโอกาสสร้างรายได้, OFOS (1 ครอบครัว 1 Soft Power), 30 บาทรักษาทุกที่ทุกพรรคเน้นสวัสดิการ แต่แนวทาง "รัฐสวัสดิการแบบอุปถัมภ์" ของพรรคโอกาสใหม่ อาจเข้ากันได้ดีกับแนวคิด "ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" (Common Prosperity) ของจีนที่เน้นบทบาทรัฐ
Soft Power

Cultural Heritage: ส่งเสริมมรดกวัฒนธรรม, อาหารหมักดอง (Probiotics) 29

Creative Freedom: เสรีภาพทางศิลปะ, ปลดล็อกกฎหมายเซ็นเซอร์

Creative Industry: THACCA, สนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 11 สาขา, กองทุนภาพยนตร์ 15

พรรคเพื่อไทย มีความโดดเด่นที่สุดในเรื่องนี้ แต่พรรคโอกาสใหม่พยายามเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche) ซึ่งอาจร่วมมือกับตลาดจีนได้ในระดับวัฒนธรรมพื้นบ้าน

บทวิเคราะห์เพิ่มเติม: กรณีศึกษา "Soft Power" และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ในขณะที่พรรคเพื่อไทยชูนโยบาย THACCA และ OFOS เป็นเรือธงในการขับเคลื่อน Soft Power 15 พรรคโอกาสใหม่เลือกที่จะนำเสนอในมุมมองที่แตกต่าง โดยเน้นไปที่ "ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม" และ "อาหารเพื่อสุขภาพ" (Wellness Food) เช่น โครงการ Thai Power Probiotics (อาหารหมักดอง) 29 แม้จะดูเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม แต่มีความสอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพของชนชั้นกลางจีน และวิสัยทัศน์เรื่องการแพทย์แผนดั้งเดิมที่จีนพยายามผลักดัน หากพรรคโอกาสใหม่สามารถยกระดับเรื่องนี้ให้เป็นมาตรฐานสากล อาจสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ที่เชื่อมโยงกับตลาดจีนได้จริง

6. ข้อสังเกตเชิงวิชาการ: กับดักความสำเร็จและทางออก

6.1 กับดัก "รัฐราชการ" ในยุคดิจิทัล

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของพรรคโอกาสใหม่ คือการก้าวข้าม "กรอบคิดแบบราชการ" (Bureaucratic Mindset) ที่มักเน้นระเบียบและขั้นตอน มากกว่าผลลัพธ์และความรวดเร็ว ในยุคที่จีนและโลกกำลังวิ่งด้วยความเร็วของ AI และควอนตัม การบริหารงานแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ พรรคต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า "คลังสมอง" ที่มีอยู่นั้น สามารถผลิตนวัตกรรมทางนโยบายที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่การผลิตเอกสารทางราชการ

6.2 ความเสี่ยงของนโยบายประชานิยมจำแลง

นโยบาย "แช่แข็งหนี้" และสวัสดิการ "เกิดจนขึ้นสวรรค์" 5 แม้จะฟังดูดี แต่มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นภาระทางการคลังระยะยาว หากไม่มีแผนการหารายได้ใหม่มารองรับ ซึ่งในจุดนี้ พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยมีข้อเสนอเรื่องการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ชัดเจนกว่า พรรคโอกาสใหม่จึงจำเป็นต้องเร่งเติมเต็มนโยบายด้านการสร้างรายได้ (Revenue Generation) ให้สมบูรณ์

7. บทสรุปและข้อเสนอแนะ

การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทนราษฎร แต่เป็นการเลือก "ทิศทางอนาคต" ของประเทศไทย ท่ามกลางกระแสธารแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลก

พรรคโอกาสใหม่ นำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเมืองไทย ด้วยการผสมผสานระหว่าง "ความเก๋าเกม" ของระบบราชการ กับ "ความตระหนักรู้" ในปัญหาสมัยใหม่ เช่น สิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณาผ่านเลนส์วิสัยทัศน์ปี 2026 ของสี จิ้นผิง พบว่าพรรคโอกาสใหม่มีความสอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญในมิติของ ความมั่นคง (Stability) และ สิ่งแวดล้อม (Green Development) ซึ่งเป็นสองเสาหลักที่จีนให้ความสำคัญ

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" (New Quality Productive Forces) อย่างแท้จริง พรรคโอกาสใหม่จำเป็นต้อง:

  1. ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์: จากการเป็นผู้กำกับดูแล (Regulator) มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ทางเทคโนโลยี

  2. บูรณาการดิจิทัล: นำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรูปแบบเอกสาร

  3. สร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์: ใช้จุดแข็งด้านความสัมพันธ์และการทูต ดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียวและเทคโนโลยีขั้นสูงจากจีน เพื่อยกระดับโครงสร้างการผลิตของไทยให้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

ในท้ายที่สุด หากพรรคโอกาสใหม่สามารถผสานจุดแข็งด้านเสถียรภาพเข้ากับวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยีได้ ก็มีโอกาสที่จะเป็น "กุญแจดอกสำคัญ" ในการไขประตูสู่ความร่วมมือยุคใหม่ระหว่างไทยและจีน สร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้กับประชาชนไทยตามที่ได้หาเสียงไว้


รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยการสังเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ข่าวสาร และเอกสารทางวิชาการที่ปรากฏต่อสาธารณะ ณ เดือนมกราคม 2026 เพื่อประโยชน์ในการศึกษาและวิเคราะห์ทิศทางการเมืองและยุทธศาสตร์ชาติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

วิเคราะห์โลกใหม่! “ณพลเดช” ชี้ศึกจีน–สหรัฐฯ แข่งจัดระเบียบโลก เสนอไทยยืนกลางสู่ ‘สวิตเซอร์แลนด์แห่ง

ที่ปรึกษากรรมาธิการต่างประเทศ วิเคราะห์การขยับของจีน–สหรัฐฯ จากรากฐานปิโตรดอลลาร์ สู่ยุค BRICS และสงครามเทคโนโลยี ชี้บทบาทจีนในอาเซียนคือการ...