วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ปาล์มน้ำมันสมรภูมิการเมืองภาคใต้ "โอกาสใหม่" ชูปฏิรูปโครงสร้าง ท้าชนประชานิยม


ปาล์มน้ำมันสมรภูมิการเมืองภาคใต้ "โอกาสใหม่" ชูปฏิรูปโครงสร้าง ท้าชนประชานิยมท่ามกลางวิกฤตราคาปาล์มน้ำมันที่คาดว่าจะดิ่งสู่ระดับ 5 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2569 พรรคโอกาสใหม่ชูนโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่กฎหมายเฉพาะ การบริหารกองทุนน้ำมัน ไปจนถึงการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน หวังสร้างเสถียรภาพระยะยาวให้เกษตรกร


การวิเคราะห์พลวัตเศรษฐกิจการเมืองและนโยบายสาธารณะในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2569: กรณีศึกษาเชิงลึกยุทธศาสตร์ปาล์มน้ำมันของพรรคโอกาสใหม่และบริบทการแข่งขันทางการเมืองไทย


บทคัดย่อผู้บริหาร (Executive Summary)

รายงานการวิจัยฉบับนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างและเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจเกษตรในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) โดยมีจุดเน้นสำคัญอยู่ที่กรณีศึกษาของ "พรรคโอกาสใหม่" (Phak Okard Mai) ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ การศึกษานี้พิจารณาถึงข้อเสนอนโยบายสาธารณะที่มุ่งเป้าไปที่การปฏิรูปอุตสาหกรรม "ปาล์มน้ำมัน" ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความอ่อนไหวสูงทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคงทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

บริบทสำคัญของการเลือกตั้งปี 2569 คือสภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะการคาดการณ์ภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ของน้ำมันปาล์มในตลาดโลกและตลาดภายในประเทศ ซึ่งกดดันให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และราคาผลปาล์มสดปรับตัวลดลงสู่ระดับวิกฤต ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว พรรคโอกาสใหม่ได้นำเสนอนวัตกรรมทางนโยบายที่แตกต่างจากมาตรการประชานิยมแบบดั้งเดิม โดยมุ่งเน้นการผลักดัน "ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน" ที่มีเนื้อหากว่า 80 มาตรา เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2569

รายงานฉบับนี้ยังได้ทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบ (Comparative Analysis) กับนโยบายของพรรคการเมืองคู่แข่งสำคัญ ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน เพื่อชี้ให้เห็นถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ของแต่ละแนวทาง โดยสรุปผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ข้อเสนอของพรรคโอกาสใหม่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเชิงเทคนิค (Technical Feasibility) และความยั่งยืน (Sustainability) สูงสุด แต่เผชิญความท้าทายอย่างยิ่งในด้านการสื่อสารทางการเมือง (Political Communication) เพื่อให้เข้าถึงฐานเสียงเกษตรกรรายย่อยที่คุ้นชินกับนโยบายการอุดหนุนราคาโดยตรง


1. บทนำ: ภูมิทัศน์การเมืองไทยและบริบทเศรษฐกิจสู่ทศวรรษใหม่ (2569)

การเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2569 นับเป็นหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" (Polycrisis) ทั้งจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัย และความท้าทายจากระเบียบการค้าโลกใหม่ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ในบริบทนี้ ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองได้เริ่มเปลี่ยนผ่านจากความต้องการนโยบายประชานิยมระยะสั้น (Short-term Populism) ไปสู่การเรียกร้องหาความสามารถในการบริหารจัดการเชิงโครงสร้าง (Structural Management Competency) มากยิ่งขึ้น

1.1 การกำเนิดของ "พรรคโอกาสใหม่" และกลุ่มการเมืองขั้วที่สาม

ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจอนุรักษ์นิยมและขั้วเสรีนิยมก้าวหน้า การเกิดขึ้นของ "พรรคโอกาสใหม่" ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงความพยายามในการสร้าง "ทางเลือกที่สาม" (The Third Way) ที่เน้นความเป็นมืออาชีพและเทคโนแครต (Technocratic Approach) 1 การนำทัพโดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ซึ่งมีภูมิหลังเป็นข้าราชการระดับสูง (ปลัดกระทรวง) ที่ผ่านงานบริหารในกระทรวงเกรดเออย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงพาณิชย์ ส่งสัญญาณถึงอัตลักษณ์ของพรรคที่เน้น "การปฏิบัติจริง" (Pragmatism) และ "ความเข้าใจระบบราชการ" 3

สโลแกน "วิกฤตเปลี่ยนไทย โอกาสใหม่เปลี่ยนอนาคต" และ "โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน" 1 มิได้เป็นเพียงวาทกรรมทางการตลาด แต่สะท้อนถึงปรัชญาการเมืองที่ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้งทางอุดมการณ์ ไปสู่การแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจด้วยเครื่องมือทางนโยบายที่ซับซ้อนและเป็นระบบ โดยนายจตุพรได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่าพรรคจะเป็น "พื้นที่แห่งโอกาส" ที่ผสมผสานประสบการณ์ของคนรุ่นเก่ากับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อออกแบบนโยบายที่ "ทำได้จริง" 1

1.2 นัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ของ "ปาล์มน้ำมัน" ในการเลือกตั้ง 2569

ในบรรดานโยบายเศรษฐกิจทั้งหมด "ปาล์มน้ำมัน" ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในนโยบายเรือธง (Flagship Policy) ของพรรคโอกาสใหม่ ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายประการ:

  1. มิติทางภูมิรัฐศาสตร์การเลือกตั้ง (Electoral Geopolitics): ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากและเป็นฐานเสียงที่มีการแข่งขันดุเดือดระหว่างพรรคการเมืองใหญ่

  2. มิติความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ (Economic Linkages): อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานหลายระดับ ตั้งแต่เกษตรกรรายย่อยกว่า 4 แสนครัวเรือน ลานเท โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ไปจนถึงอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (ไบโอดีเซล) และอุตสาหกรรมอาหาร 5

  3. มิติวิกฤตการณ์ราคา (Price Crisis Dimension): การคาดการณ์ทางเศรษฐกิจบ่งชี้ว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับชาวสวนปาล์ม เนื่องจากแนวโน้มราคาทั่วโลกปรับตัวลดลง 6 ทำให้พรรคการเมืองที่สามารถเสนอทางออกที่น่าเชื่อถือที่สุด จะมีความได้เปรียบในการช่วงชิงคะแนนเสียง


2. การวิเคราะห์บริบทเศรษฐกิจมหภาค: วิกฤตการณ์ราคาปาล์มน้ำมันปี 2569

การทำความเข้าใจนโยบายของพรรคโอกาสใหม่และพรรคคู่แข่ง จำเป็นต้องวางอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจสภาพเศรษฐกิจจริงที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ข้อมูลจากสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจชั้นนำ อาทิ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และ SCB EIC ได้ฉายภาพอนาคตที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

2.1 พลวัตอุปสงค์-อุปทานโลกและผลกระทบต่อไทย

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก สถานการณ์ปาล์มน้ำมันในปี 2569 จะถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยลบด้านราคาเป็นหลัก:

  • ภาวะอุปทานส่วนเกิน (Global Oversupply): คาดการณ์ว่าผลผลิตปาล์มน้ำมันในตลาดโลกจะมีการเติบโตที่ดี โดยได้รับปัจจัยหนุนจากสภาพภูมิอากาศแบบลานีญา (La Niña) ที่ให้ปริมาณน้ำฝนเพียงพอในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ส่งผลให้ปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบของโลกปรับตัวสูงขึ้น 6

  • แรงกดดันจากสินค้าทดแทน (Substitute Goods): ราคาน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดโลก ซึ่งเป็นสินค้าทดแทนกันได้อย่างสมบูรณ์ในอุตสาหกรรมอาหาร มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในปี 2569 ปัจจัยนี้จะกดดันให้ราคาน้ำมันปาล์มต้องปรับลดลงตามเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) มิเช่นนั้นผู้บริโภคภาคอุตสาหกรรมจะหันไปใช้น้ำมันถั่วเหลืองแทน 6

2.2 การคาดการณ์ราคาและผลผลิตในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย สถานการณ์ภายในประเทศมีความเปราะบางยิ่งกว่าตลาดโลก เนื่องด้วยโครงสร้างการผลิตที่ยังขาดประสิทธิภาพในบางส่วน:

  • การหดตัวของราคา: ศูนย์วิจัยกสิกรไทยและ SCB EIC ประเมินว่า ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของไทยในปี 2569 จะปรับตัวลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 33.9 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลงราว 6.8% ถึง 11.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (Year-on-Year) 5

  • ผลกระทบต่อราคาผลปาล์มสด: ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ลดลงจะส่งผ่านโดยตรงไปยังราคาผลปาล์มสดที่เกษตรกรขายได้ โดยคาดว่าจะลดลงไปอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 5.2 บาทต่อกิโลกรัม 5 ระดับราคานี้ถือว่าเข้าขั้นวิกฤตสำหรับเกษตรกรรายย่อยที่มีต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะค่าปุ๋ยและค่าแรงงาน

  • สต็อกส่วนเกินในประเทศ: คาดว่าผลผลิตปาล์มน้ำมันไทยในปี 2569 จะแตะระดับ 19.9 ล้านตัน (คิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 3.54 ล้านตัน) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่ปลูกในช่วงที่ราคาดีในอดีต ผลผลิตจำนวนมหาศาลนี้จะทำให้เกิด "อุปทานส่วนเกิน" (Surplus) ภายในประเทศประมาณ 1 ล้านตัน และสต็อกสะสมปลายปีสูงถึง 0.3 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตกว่า 0.1 ล้านตัน 5

2.3 ตารางสรุปตัวชี้วัดเศรษฐกิจปาล์มน้ำมันไทย ปี 2569

ตารางที่ 1 แสดงการคาดการณ์ตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อนโยบายหาเสียง

ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ (Economic Indicator)การคาดการณ์ปี 2569 (Forecast 2026)การเปลี่ยนแปลง (YoY)นัยยะทางนโยบาย (Policy Implication)
ผลผลิตปาล์มน้ำมันรวม19.9 ล้านตันเพิ่มขึ้น (+1.8%)แรงกดดันด้านอุปทานล้นตลาด จำเป็นต้องมีมาตรการดูดซับ
ผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO)3.54 ล้านตันเพิ่มขึ้นสต็อกสะสมกดดันราคาหน้าโรงกลั่น
ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO Price)33.9 บาท/กก.ลดลง (-6.8% ถึง -11.6%)รายได้ของผู้ประกอบการโรงสกัดลดลง
ราคาผลปาล์มสด (FFB Price)~5.2 บาท/กก.ลดลงอย่างมีนัยสำคัญรายได้เกษตรกรลดลงฮวบฮาบ ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของบางราย
อุปทานส่วนเกิน (Surplus)~1.00 ล้านตันสูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5 เท่าต้องการการส่งออกหรือการใช้ในภาคพลังงาน (B7/B10) อย่างเร่งด่วน

ที่มา: สังเคราะห์ข้อมูลจาก SCB EIC 6 และ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 5


3. การวิเคราะห์เจาะลึก: ยุทธศาสตร์และนโยบายปาล์มน้ำมันของพรรคโอกาสใหม่

ท่ามกลางวิกฤตราคาและผลผลิตล้นตลาดที่รออยู่ในปี 2569 พรรคโอกาสใหม่ได้เลือกเดินเกมที่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นที่มักเสนอนโยบายแจกเงินช่วยเหลือ (Cash Handout) หรือการประกันราคาที่บิดเบือนกลไกตลาด แต่พรรคโอกาสใหม่กลับนำเสนอ "การผ่าตัดโครงสร้างทางกฎหมาย" (Structural Legal Reform)

3.1 ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน: นวัตกรรมทางนโยบาย

หัวใจสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจภาคเกษตรของพรรคโอกาสใหม่คือการผลักดัน "ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน" ซึ่งนายจตุพร บุรุษพัฒน์ เปิดเผยว่าได้มีการยกร่างเตรียมไว้แล้วถึง 80 มาตรา 7

การวิเคราะห์เชิงโครงสร้างกฎหมาย:

การที่พรรคโอกาสใหม่เลือกใช้เครื่องมือระดับ "พระราชบัญญัติ" (Act of Parliament) แทนการใช้มติคณะรัฐมนตรีหรือคำสั่งฝ่ายบริหาร สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและถาวร:

  1. ความเสถียรของนโยบาย: ปัจจุบัน นโยบายปาล์มน้ำมันของไทยขึ้นอยู่กับ "คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)" ซึ่งมักมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล การมีกฎหมายเฉพาะจะทำให้โครงสร้างการบริหารจัดการมีความต่อเนื่อง ไม่ผันผวนตามการเมือง

  2. อำนาจบังคับใช้: กฎหมายระดับ พ.ร.บ. จะให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐในการควบคุมสต็อก ตรวจสอบปริมาณน้ำมันปาล์มในระบบ และลงโทษผู้กระทำผิด (เช่น การลักลอบนำเข้า หรือการกดราคาที่ไม่เป็นธรรม) ได้อย่างเด็ดขาดกว่าระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเดิม

  3. กลไกทางการเงิน: คาดการณ์ว่าใน 80 มาตราดังกล่าว จะมีการระบุถึงการจัดตั้ง "กองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน" (Palm Oil Development Fund) เพื่อใช้เป็นกลไกทางการเงินในการรักษาเสถียรภาพราคา สนับสนุนการวิจัย และช่วยเหลือเกษตรกร โดยไม่ต้องรอการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินรายปี ซึ่งจะเพิ่มความคล่องตัวในการแก้ปัญหาราคาตกต่ำฉับพลัน

3.2 "หน้าผาทางกฎหมาย" ของกองทุนน้ำมันฯ: จุดเปลี่ยนสำคัญเดือนกันยายน 2569

ประเด็นที่ถือเป็น "Insight" สำคัญที่สุดที่พรรคโอกาสใหม่หยิบยกขึ้นมา และเป็นสิ่งที่พรรคอื่นมองข้ามไป คือเงื่อนไขทางกฎหมายเกี่ยวกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

นายจตุพรได้ชี้ให้เห็นว่า หลังวันที่ 24 กันยายน 2569 จะเกิดสภาวะที่เรียกว่า "Legal Cliff" หรือหน้าผาทางกฎหมาย เนื่องจากบทบัญญัติในกฎหมายปัจจุบันจะห้ามกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนำเงินไปชดเชยราคาน้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) 7

นัยยะความรุนแรงของปัญหานี้:

  • โครงสร้างตลาดปัจจุบัน: ประเทศไทยใช้น้ำมันปาล์มดิบประมาณ 1 ใน 3 ของผลผลิตทั้งหมดเพื่อผลิตไบโอดีเซล (B100) สำหรับผสมในน้ำมันดีเซล (B7, B10, B20)

  • ผลกระทบหากไร้การชดเชย: หากกองทุนน้ำมันฯ ไม่สามารถชดเชยราคาได้ จะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเกรดผสมไบโอดีเซลพุ่งสูงขึ้นตามต้นทุนจริง (ซึ่งมักสูงกว่าเนื้อน้ำมันดีเซลปกติ) ผู้บริโภคจะเปลี่ยนพฤติกรรมไปเติมน้ำมันดีเซลพื้นฐานที่ไม่มีส่วนผสมปาล์ม

  • หายนะของชาวสวนปาล์ม: เมื่อผู้ใช้รถเลิกเติม B7/B10 อุปสงค์ (Demand) ของน้ำมันปาล์มดิบในภาคพลังงานจะหายไปทันทีปีละกว่า 1 ล้านตัน สิ่งนี้เมื่อรวมกับภาวะผลผลิตล้นตลาดที่มีอยู่เดิม จะทำให้ราคาปาล์มดิ่งลงเหว (Price Collapse) อย่างรุนแรงและรวดเร็ว

ทางออกของพรรคโอกาสใหม่:

พรรคโอกาสใหม่เสนอใช้ พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันฉบับใหม่นี้ เข้ามาเป็นกลไกรับช่วงต่อในการบริหารจัดการส่วนต่างราคา หรือสร้างระบบการอุดหนุนข้ามประเภท (Cross-Subsidy) ภายในอุตสาหกรรมพลังงานและเกษตร เพื่อให้มั่นใจว่าไบโอดีเซลจะยังคงเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่มีราคาแข่งขันได้ และรักษาตลาดรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบไว้ได้อย่างมั่นคง 7 นี่คือนโยบายที่แสดงถึง "ความรู้จริง" ในเชิงเทคนิคกฎหมาย (Technical Expertise)

3.3 การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร (End-to-End Supply Chain Management)

นอกจากเรื่องกฎหมาย พรรคโอกาสใหม่ยังเน้นนโยบายการจัดการ Supply Chain ทั้งระบบ 7:

  • ต้นน้ำ (Upstream): การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตต่อไร่ และการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต รวมถึงการส่งเสริมมาตรฐาน GAP และ RSPO เพื่อให้ผลผลิตเป็นที่ยอมรับในตลาดสากล

  • กลางน้ำ (Midstream): การกำกับดูแลโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มให้มีความโปร่งใสในการรับซื้อ และการวัดเปอร์เซ็นต์น้ำมัน (OER) ที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร ซึ่งมักเป็นจุดที่เกษตรกรรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ

  • ปลายน้ำ (Downstream): การส่งเสริมอุตสาหกรรมโอเลโอเคมิคอล (Oleochemicals) มูลค่าสูง เช่น สารตั้งต้นยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพื่อลดการพึ่งพาตลาดน้ำมันพืชบริโภคและพลังงานเพียงอย่างเดียว สอดคล้องกับแนวคิด BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) 9


4. การวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงยุทธศาสตร์: นโยบายพรรคโอกาสใหม่ vs พรรคคู่แข่ง

ในสนามเลือกตั้ง 2569 นโยบายปาล์มน้ำมันเปรียบเสมือนสมรภูมิเดือดที่ทุกพรรคต่างงัดกลยุทธ์ออกมาแข่งขัน การวิเคราะห์เปรียบเทียบต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างเชิงปรัชญาและผลลัพธ์ที่คาดหวัง

4.1 พรรคประชาธิปัตย์: นโยบายประกันรายได้ (Income Guarantee)

  • ข้อเสนอ: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และทีมเศรษฐกิจ นำเสนอนโยบาย "ประกันรายได้เกษตรกร" โดยระบุตัวเลขประกันราคาปาล์มน้ำมันที่ 4.00 บาทต่อกิโลกรัม 11

  • การวิเคราะห์: นโยบายนี้เป็น "จุดแข็งเดิม" (Legacy Policy) ของพรรคประชาธิปัตย์ที่เกษตรกรคุ้นเคย กลไกคือถ้าราคาตลาดต่ำกว่า 4 บาท รัฐจะโอนเงินส่วนต่างเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

    • จุดอ่อน: ระดับราคาประกัน 4 บาท/กก. อาจดูน้อยเกินไปในสายตาเกษตรกรเมื่อเทียบกับภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนในปี 2569 อีกทั้งยังเป็นมาตรการตั้งรับ (Passive) ที่ไม่ได้ช่วยดึงราคาตลาดให้สูงขึ้นจริง เป็นเพียงการบรรเทาความเดือดร้อน

4.2 พรรครวมไทยสร้างชาติ: นโยบายประกันราคาเชิงรุก (Price Guarantee)

  • ข้อเสนอ: พรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประกาศนโยบายที่ดุดันด้วยการประกันราคาปาล์มที่ 6.00 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 30 บาท/ลิตร 13

  • การวิเคราะห์: นี่คือนโยบาย "ประชานิยมขั้นสูงสุด" (Hyper-Populism) ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตัวเลข 6 บาทสูงกว่าราคาตลาดที่คาดการณ์ (5.2 บาท) ถึงเกือบ 20%

    • ความเสี่ยง: ในทางเศรษฐศาสตร์ การประกันราคาที่สูงกว่าตลาดมากขนาดนี้จะสร้างภาระทางการคลังมหาศาล (Fiscal Burden) และอาจบิดเบือนกลไกตลาดจนภาคเอกชนหยุดรับซื้อเพื่อรอขายให้รัฐ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชันเหมือนโครงการจำนำสินค้าเกษตรในอดีต

4.3 พรรคเพื่อไทย: นโยบายประกันกำไร (Profit Guarantee)

  • ข้อเสนอ: พรรคเพื่อไทยนำเสนอแนวคิดใหม่ "ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%" 14

  • การวิเคราะห์: พยายามฉีกหนีจากภาพจำจำนำข้าว มาสู่แนวคิดธุรกิจที่ดูสมเหตุสมผล คือการรับประกันว่าเกษตรกรจะมีกำไร

    • อุปสรรค: ความยากในการปฏิบัติ (Implementation Difficulty) คือ "การพิสูจน์ต้นทุน" เกษตรกรแต่ละรายมีต้นทุนไม่เท่ากัน การคำนวณกำไร 30% จึงเป็นเรื่องซับซ้อนในทางธุรการ และอาจเกิดการตกแต่งตัวเลขต้นทุนเพื่อให้ได้รับเงินชดเชยมากขึ้น

4.4 พรรคประชาชน: นโยบายเกษตรก้าวหน้า (Progressive Agriculture)

  • ข้อเสนอ: พรรคประชาชนเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอำนาจ ภายใต้นโยบาย "เกษตรก้าวหน้า" มุ่งทลายทุนผูกขาด ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง และปฏิรูปที่ดิน 15

  • การวิเคราะห์: เป็นนโยบายที่มุ่งผลระยะยาวและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ แต่ในการเลือกตั้งที่เกษตรกรกำลังเผชิญวิกฤตราคา "เดี๋ยวนี้" (Immediate Crisis) นโยบายเชิงอุดมการณ์อาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการเร่งด่วนได้เท่ากับตัวเงินที่จับต้องได้

4.5 ตารางเปรียบเทียบเชิงสังเคราะห์ (Synthetic Comparison Matrix)

ตารางที่ 2 แสดงการเปรียบเทียบมิติต่างๆ ของนโยบายแต่ละพรรค

มิติการเปรียบเทียบพรรคโอกาสใหม่พรรคประชาธิปัตย์พรรครวมไทยสร้างชาติพรรคเพื่อไทยพรรคประชาชน
ปรัชญานโยบายTechnocratic Reform (ปฏิรูปเชิงเทคนิค)Social Safety Net (ตาข่ายความปลอดภัย)Aggressive Populism (ประชานิยมเชิงรุก)Business-Model (โมเดลธุรกิจ)Structural De-monopolization (ทลายทุนผูกขาด)
กลไกหลักพ.ร.บ.ปาล์มน้ำมัน & แก้กฎหมายกองทุนน้ำมันประกันรายได้ (จ่ายส่วนต่าง)ประกันราคา (รับซื้อ/แทรกแซง)ประกันกำไร (Cost-Plus)กฎหมายแข่งขันทางการค้า & สหกรณ์
เป้าหมายราคาตามกลไกตลาดที่เป็นธรรม + Demand จากไบโอดีเซลประกันที่ 4 บาท/กก.ประกันที่ 6 บาท/กก.กำไร 30% จากต้นทุนลดต้นทุน/เพิ่มอำนาจต่อรอง
ความเป็นไปได้ทางการคลังสูง (ใช้กลไกกองทุนเฉพาะ)ปานกลาง (ใช้งบประมาณแผ่นดิน)ต่ำ (ภาระงบประมาณสูงมาก)ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับการคำนวณต้นทุน)สูง (เน้นแก้กฎหมาย ไม่เน้นแจกเงิน)
จุดเด่นที่สุดแก้ปัญหา Legal Cliff ของกองทุนน้ำมัน (Insight)เกษตรกรคุ้นเคย เข้าใจง่ายตัวเลขราคาจูงใจที่สุด (6 บาท)แนวคิดทันสมัย ดูแลรายได้สุทธิแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำระยะยาว

5. เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยพลังงานและสิ่งแวดล้อม (The Political Economy of Energy & Environment)

การวิเคราะห์นโยบายปาล์มน้ำมันของพรรคโอกาสใหม่จะไม่สมบูรณ์หากขาดการพิจารณามิติ "เศรษฐกิจสีเขียว" (Green Economy) ซึ่งเป็นจุดแข็งของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5.1 การเชื่อมโยง Bio-Economy กับความยั่งยืน

พรรคโอกาสใหม่ตระหนักดีว่า อนาคตของปาล์มน้ำมันไม่ได้อยู่ที่การเป็นเพียง "พืชอาหาร" หรือ "เชื้อเพลิงราคาถูก" แต่อยู่ที่การยกระดับสู่ "พืชเศรษฐกิจสีเขียว" 17

  • มาตรฐาน RSPO และ EUDR: ท่ามกลางกระแสโลกที่สหภาพยุโรปบังคับใช้กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) พรรคโอกาสใหม่มีแนวโน้มที่จะผลักดันระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) อย่างจริงจัง เพื่อให้ปาล์มไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดยุโรปได้ ซึ่งเป็นตลาดพรีเมียม 19 หากทำสำเร็จ จะช่วยยกระดับราคาปาล์มไทยให้สูงกว่าราคาตลาดโลกได้

  • Green Procurement: นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างตลาดรองรับผลิตภัณฑ์จากปาล์มที่ได้มาตรฐาน เป็นการสร้างอุปสงค์เทียม (Artificial Demand) ที่ยั่งยืนกว่าการรับจำนำ 17

5.2 ความท้าทายเรื่อง Carbon Neutrality

นายจตุพรมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) 18 นโยบายปาล์มน้ำมันของพรรคจึงน่าจะมีการส่งเสริมให้สวนปาล์มสามารถขาย "คาร์บอนเครดิต" ได้ ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ (New Revenue Stream) ให้กับเกษตรกร นอกเหนือจากการขายผลผลิตเพียงอย่างเดียว นโยบายนี้มีความก้าวหน้าและสอดคล้องกับทิศทางโลกมากกว่านโยบายของพรรคคู่แข่งที่เน้นเพียงมิติราคา


6. นัยสำคัญทางยุทธศาสตร์และบทสรุป (Strategic Implications & Conclusion)

การเลือกตั้งปี 2569 จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าสังคมไทยและเกษตรกรชาวสวนปาล์มพร้อมที่จะตอบรับ "นโยบายเชิงโครงสร้าง" (Structural Policy) หรือยัง หรือยังคงยึดติดกับ "นโยบายประชานิยมระยะสั้น"

6.1 นัยสำคัญต่อการจัดตั้งรัฐบาล

พรรคโอกาสใหม่วางตำแหน่งตนเองเป็น "พรรคทางเลือก" ที่ไม่สร้างความขัดแย้ง (Non-Conflict Party) 4 ด้วยนโยบายที่มีความเป็นเทคโนแครตสูง ทำให้พรรคนี้มีศักยภาพสูงในการเป็น "พรรคร่วมรัฐบาลเนื้อหอม" (Kingmaker Coalition Partner) ไม่ว่าขั้วการเมืองใดจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคโอกาสใหม่สามารถนำนโยบาย พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมัน ไปเจรจาเพื่อขอคุมกระทรวงเศรษฐกิจหรือเกษตรและสหกรณ์ เพื่อผลักดันให้เป็นรูปธรรมได้

6.2 บทสรุป

นโยบายปาล์มน้ำมันของพรรคโอกาสใหม่ ภายใต้การนำของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ถือเป็น "นวัตกรรมทางนโยบาย" ที่มีความโดดเด่นที่สุดในเชิงเนื้อหาสาระ (Substance) ในการเลือกตั้งปี 2569 โดยเฉพาะการมองเห็นและเตรียมรับมือกับ "หน้าผาทางกฎหมาย" ของกองทุนน้ำมันในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเป็นระเบิดเวลาที่แท้จริงของอุตสาหกรรม

จุดแข็งของนโยบายนี้คือความยั่งยืน ความเป็นระบบ และความสอดคล้องกับกติกาโลก แต่จุดอ่อนที่สำคัญที่สุดคือ "ความซับซ้อน" การสื่อสารเรื่อง พ.ร.บ. 80 มาตรา, เรื่องกองทุนน้ำมัน, หรือเรื่อง EUDR ให้เกษตรกรรากหญ้าเข้าใจและเชื่อมั่นว่า "จะได้เงินเข้ากระเป๋าจริง" นั้นยากกว่าการบอกตัวเลข "ประกันราคา 6 บาท" ของคู่แข่งอย่างมหาศาล

ความสำเร็จของพรรคโอกาสใหม่จึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการ "แปล" นโยบายเทคนิคระดับสูงเหล่านี้ ให้กลายเป็นภาษาที่เรียบง่ายและเข้าถึงใจประชาชน หากทำได้ พรรคโอกาสใหม่จะไม่ใช่แค่พรรคทางเลือก แต่จะเป็น "ทางรอด" ของเกษตรกรชาวสวนปาล์มไทยในยุควิกฤตเศรษฐกิจปี 2569 อย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ เขย่าภาพจำพุทธเถรวาทในสหรัฐฯ จากศาสนาบนหิ้งสู่ “ศรัทธาที่เดินดิน”

    การเดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ: ปรากฏการณ์ "ศาสนาที่มีชีวิต" และการประกอบสร้างภาพจำใหม่ของพุทธศาสนาเถรวาทในสหรัฐอเมริกา บทนำ: ภ...