วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569

วิเคราะห์โลกใหม่! “ณพลเดช” ชี้ศึกจีน–สหรัฐฯ แข่งจัดระเบียบโลก เสนอไทยยืนกลางสู่ ‘สวิตเซอร์แลนด์แห่ง


ที่ปรึกษากรรมาธิการต่างประเทศ วิเคราะห์การขยับของจีน–สหรัฐฯ จากรากฐานปิโตรดอลลาร์ สู่ยุค BRICS และสงครามเทคโนโลยี ชี้บทบาทจีนในอาเซียนคือการคุมเสถียรภาพไม่เลือกข้าง ขณะที่ไทยต้องรักษาความเป็นกลางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นสนามแข่งขัน

เมื่อวันที่ 5  มกราคม 2569      นายณพลเดช มณีลังกา ที่ปรึกษากรรมาธิการต่างประเทศ ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า โลกในช่วงทศวรรษ 2020 กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ มหาอำนาจไม่ได้แข่งขันกันด้วยสงครามหรือการเผชิญหน้าโดยตรงเหมือนในอดีต หากแต่เป็นการแข่งขันในระดับ “ระบบ” ทั้งด้านการเงิน พลังงาน เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งทำให้ความขัดแย้งระดับภูมิภาคหลายแห่งไม่ได้เป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่เชื่อมโยงกับภาพใหญ่ของการจัดระเบียบโลกใหม่ครับ

หากย้อนดูไทม์ไลน์ของอำนาจโลก จุดตั้งต้นสำคัญคือปี ค.ศ.1974 เมื่อสหรัฐอเมริกาบรรลุข้อตกลงกับซาอุดีอาระเบีย ให้น้ำมันในตลาดโลกซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์ แลกกับการคุ้มครองทางทหาร ข้อตกลงดังกล่าวกลายเป็นรากฐานของระบบปิโตรดอลลาร์ ทำให้เงินดอลลาร์เป็นศูนย์กลางของระบบการเงินโลก และเป็นกลไกสำคัญที่สหรัฐใช้สร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วงหลังสงครามเย็น

ในมุมมองของสหรัฐ ผมคิดว่าระบบดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงผลประโยชน์ของประเทศตนเอง แต่เป็นแกนกลางที่ทำให้การค้าโลกเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ประเทศผู้ผลิตพลังงานและประเทศกำลังพัฒนาบางส่วนเริ่มมองเห็นความเปราะบางจากการพึ่งพาระบบเดียว ความพยายามลดบทบาทเงินดอลลาร์ในบางช่วงเวลาจึงนำไปสู่ความตึงเครียดและความไม่แน่นอนในระดับโลก

ขณะเดียวกันจีนเริ่มมีบทบาทเด่นตั้งแต่ทศวรรษ 2010 ผ่านแนวคิด Belt and Road Initiative ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน การค้า และการเงินในระยะยาว จีนไม่ได้มุ่งล้มระบบเดิมในทันที แต่พยายามสร้างระบบคู่ขนานเพื่อกระจายความเสี่ยง และลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนในระบบโลก โดยมีเป้าหมายหลักคือเสถียรภาพ ความต่อเนื่อง และการคาดการณ์ได้ของภูมิภาคที่จีนมีผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ร่วมอยู่

จากแนวคิดดังกล่าว ผมมองว่าในบทบาทของจีนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย–กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจีนเลือกเข้ามามีบทบาทในฐานะ “ผู้จัดการเสถียรภาพ” มากกว่าผู้เลือกข้าง การขยับของจีนไม่ได้เกิดจากอารมณ์หรือการเมืองระยะสั้น แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งระดับท้องถิ่นลุกลามจนกลายเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของอาเซียน และเปิดช่องให้มหาอำนาจภายนอกเข้ามาแทรกแซง

เหตุผลสำคัญที่ทำให้บทบาทของจีนมีแนวโน้มประสบความสำเร็จ คือจีนมีผลประโยชน์ร่วมกับทั้งสองฝ่ายในเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน หรือความเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ จีนไม่ต้องการแนวรบใหม่ในภูมิภาค ไม่ต้องการความไม่แน่นอนที่กระทบเส้นทางเศรษฐกิจ และไม่ต้องการให้ความขัดแย้งถูกขยายความจนเกินระดับที่ควบคุมได้ การเข้ามาคุมจังหวะและจำกัดความเสียหายจึงเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระยะยาวของจีน

สำหรับกรณีเวเนซุเอลาในปี 2018 เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการท้าทายโครงสร้างเดิม เมื่อประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลกประกาศขายน้ำมันด้วยเงินที่ไม่ใช่ดอลลาร์ และยื่นเข้าร่วมกลุ่ม BRICS สำหรับประเทศกำลังพัฒนา นี่คือความพยายามกระจายความเสี่ยงและเพิ่มอธิปไตยทางเศรษฐกิจ ขณะที่ในมุมของสหรัฐ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลกที่ดำรงอยู่มานาน

 การแข่งขันของมหาอำนาจได้ขยายจากพลังงานไปสู่ทรัพยากรแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นแร่แรร์เอิร์ธ เทคโนโลยีขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ และข้อมูล สหรัฐเร่งสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่จีนยังคงรักษาความได้เปรียบด้านการผลิตและการแปรรูป พร้อมพัฒนาระบบการเงินและเทคโนโลยีของตนเองอย่างต่อเนื่อง

 ในขณะเดียวกัน สหรัฐยังคงส่งสัญญาณทางการเมืองและการทูตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรักษาบทบาทและความน่าเชื่อถือของตน การเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายสะท้อนว่าจีนและสหรัฐต่างมีเหตุผลในแบบของตน และต่างพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งรุนแรงที่อาจทำให้ทั้งระบบเสียหาย แม้จะใช้เครื่องมือและจังหวะที่แตกต่างกัน

 จุดสำคัญที่สุดคือบทบาทของประเทศไทย ในฐานะประเทศขนาดกลางที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ ไทยควรสร้างความสมดุลต่อมหาอำนาจ และเลือกยืนอยู่ตรงกลางอย่างมีหลักการ ไม่เป็นฐานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่ทุกฝ่ายมั่นใจในเสถียรภาพ กติกา และความคาดการณ์ได้

 หากไทยสามารถรักษาความเป็นกลางเชิงยุทธศาสตร์ ควบคู่กับเสถียรภาพทางการเมืองและหลักนิติธรรม ประเทศจะมีโอกาสก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center ของภูมิภาค ในโลกที่การแข่งขันของมหาอำนาจทวีความรุนแรง ความเป็นกลางที่มีคุณภาพไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คืออำนาจรูปแบบใหม่ที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุดสำหรับประเทศไทย เพื่อลูกหลานเราในอนาคตครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถอดรหัสนโยบายประชากรเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองไทยยังติดกับดัก “แจกเงิน” ท่ามกลางวิกฤตสังคมสูงวัยขั้นสุด

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกจับตาในฐานะ “การเลือกตั้งบนทางแพร่ง” ของประเทศไทย ไม่เพียงเป็นการแข่งขันระหว่า...