วิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคเพื่อไทย ในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5
วิกฤตการณ์มลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน $2.5$ ไมครอน (PM2.5) ได้กลายเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของประเทศไทยในทศวรรษปัจจุบัน ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางสิ่งแวดล้อม แต่ยังคาบเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจมหภาค สุขภาพสาธารณะ และความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างแยกไม่ออก ในบริบทของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2569 พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มีความเข้มข้นเชิงนโยบายและมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นตอผ่านกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และการแถลงนโยบาย ณ สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 กิจกรรมดังกล่าวนำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการบูรณาการนโยบาย "เศรษฐกิจ-สุขภาพ-สิ่งแวดล้อม" เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการหาเสียงที่ตอบโจทย์คนเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างเป็นระบบ
บริบทและยุทธศาสตร์การลงพื้นที่สวนลุมพินี: การสื่อสารนโยบายผ่านวิถีชีวิตคนเมือง
เหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ณ สวนลุมพินี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรณรงค์หาเสียงที่เน้นการปฏิบัติจริงและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ยุทธศาสตร์ใจกลางกรุงเทพมหานคร การเลือกสวนลุมพินีซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นศูนย์กลางกิจกรรมเพื่อสุขภาพของคนกรุง มีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์ถึงการเชื่อมโยงนโยบายสาธารณะเข้ากับคุณภาพชีวิตประจำวัน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ร่วมทำกิจกรรมกับนายเดวิด มกรพงศ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เขตราชเทวี เขตปทุมวัน และเขตสาทร เบอร์ 5
| ข้อมูลพื้นฐานกิจกรรมการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย | รายละเอียด |
| วันที่ดำเนินกิจกรรม | 2 มกราคม 2569 |
| สถานที่หลัก | สวนลุมพินี (ทางเข้าฝั่งถนนวิทยุ) |
| ตัวแทนหลัก | ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ |
| ผู้สมัคร สส. พื้นที่ | นายเดวิด มกรพงศ์ (เขต 2: ราชเทวี, ปทุมวัน, สาทร) |
| ประเด็นการสื่อสารหลัก | ขนส่งราคาถูก, พ.ร.บ. อากาศสะอาด, ป้องกันโรค NCDs, สวนสาธารณะเท่าเทียม |
ระบบขนส่งสาธารณะราคาถูก: กลไกการลดมลพิษจากภาคจราจรและประหยัดค่าครองชีพ
ภาคการขนส่งทางบกถือเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ PM2.5 อันดับหนึ่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะจากไอเสียของยานพาหนะและการจราจรที่ติดขัด
การวิเคราะห์นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
นโยบายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดกำแพงด้านราคาที่ทำให้ประชาชนชนชั้นกลางและผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงระบบรางได้ยาก ปัจจุบันค่าโดยสารรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ มีความซับซ้อนและมีราคาสูงเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ การกำหนดราคา 20 บาทตลอดสายทุกเส้นทางจึงเป็นมาตรการอุดหนุนทางสังคมที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง
ในเชิงงบประมาณ รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยได้เริ่มดำเนินนโยบายนำร่องในสายสีแดงและสีม่วง ซึ่งพบว่ามียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น $14-20\%$ ภายใน 5 เดือนแรก
นโยบายรถเมล์ปรับอากาศ 10 บาทและการเชื่อมต่อระบบ Feeder
เพื่อให้ระบบรางทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พรรคเพื่อไทยเสนอการยกระดับรถเมล์ปรับอากาศให้เป็นระบบ Feeder ที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าได้อย่างไร้รอยต่อในราคาเพียง 10 บาท
| เปรียบเทียบเป้าหมายและงบประมาณนโยบายขนส่งสาธารณะ | รายละเอียด |
| รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย | อุดหนุนส่วนต่างราคา, เจรจาสัมปทาน, เพิ่มผู้โดยสาร $30\%$ |
| รถเมล์ปรับอากาศ 10 บาท | เปลี่ยนเป็นรถ EV Bus ทั้งหมด, เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า, ลดมลพิษต้นทาง |
| ระบบตั๋วร่วม (Common Ticket) | ใช้แอปฯ "ทางรัฐ" และบัตร EMV เชื่อมต่อทุกค่ายด้วยบัตรเดียว |
| งบประมาณโดยประมาณ (สายสีแดง-ม่วง) | ประมาณ 9,500 ล้านบาท สำหรับการอุดหนุนต่อเนื่องปี 2568-2569 |
นโยบายเหล่านี้ยังมีความเชื่อมโยงกับ พ.ร.บ. การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการประกาศใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนใช้บัตรใบเดียวเดินทางได้ทั่วกรุง
นิติรัฐเพื่ออากาศสะอาด: การผลักดันกฎหมายและการต่อสู้เชิงอำนาจในรัฐสภา
ในการลงพื้นที่สวนลุมพินี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ..... ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทที่จะให้อำนาจรัฐในการจัดการมลพิษข้ามเขตและข้ามพรมแดน
กลไกและสาระสำคัญของร่างกฎหมายอากาศสะอาด
ร่างกฎหมายที่พรรคเพื่อไทยผลักดันไม่ได้เป็นเพียงกฎหมายควบคุมมลพิษทั่วไป แต่เป็นการบูรณาการสิทธิมนุษยชนเข้ากับมาตรการทางเศรษฐศาสตร์
สิทธิที่จะหายใจอากาศสะอาด: การสถาปนาให้คนไทยทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตด้วยอากาศที่ไม่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ และรัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องสิทธินี้
14 หลักการผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย (Polluter Pays Principle - PPP): กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งกำเนิดมลพิษต้องเสียค่าธรรมเนียมและภาษีมลพิษ รวมถึงบทลงโทษทางแพ่งและอาญาที่รุนแรงเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ผลิต
14 การจัดการมลพิษข้ามพรมแดน: ให้อำนาจรัฐบาลในการเจรจาและดำเนินมาตรการต่อแหล่งกำเนิดมลพิษนอกประเทศ โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่เผาในที่โล่งในประเทศเพื่อนบ้าน
10 กองทุนอากาศสะอาด: เพื่อนำรายได้จากค่าธรรมเนียมมลพิษมาใช้สนับสนุนมาตรการควบคุมมลพิษ การช่วยเหลือเกษตรกรปรับเปลี่ยนเครื่องจักร และการรักษาพยาบาลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
16
อุปสรรคในชั้นวุฒิสภาและแรงต้านจากภาคอุตสาหกรรม
การพิจารณาร่างกฎหมายในชั้นวุฒิสภาเผชิญกับการเตะถ่วงและการชะลอเวลาอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการขยายเวลาพิจารณาออกไปหลายครั้งจนถึงกุมภาพันธ์ 2569
เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข: การลดภาระโรค NCDs และความสูญเสียเชิงโครงสร้าง
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและวิศวกรรม ได้ให้ข้อมูลที่สะท้อนถึงวิกฤตสุขภาพที่เชื่อมโยงกับมลพิษทางอากาศ โดยระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประเทศสูงถึง $10\%$ ของ GDP และกลุ่มโรค NCDs คือสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตกว่า $400,000$ รายต่อปี
ผลกระทบของ PM2.5 ต่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
ฝุ่น PM2.5 เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็งปอด และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 81 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศ
| สถิติความสูญเสียจากโรค NCDs และมลพิษทางอากาศ | ข้อมูลเชิงตัวเลข |
| จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรค NCDs 4 โรคหลักต่อวัน | มากกว่า 1,000 ราย |
| สัดส่วนความสูญเสียผลิตภาพแรงงานจาก NCDs | $91\%$ ของมูลค่าความสูญเสียทั้งหมด |
| ความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมต่อปี | $1.6 \times 10^{12}$ บาท |
| งบประมาณที่ควรลงทุนเพื่อป้องกัน NCDs | 2.11 แสนล้านบาท (ให้ผลประโยชน์ 4.3 แสนล้าน) |
พรรคเพื่อไทยจึงนำเสนอแนวคิด "การป้องกันดีกว่าการรักษา" โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการส่งเสริมการออกกำลังกายในที่สาธารณะ เช่น สวนลุมพินี เพื่อเป็นมาตรการลดภาระโรค NCDs ในระยะยาว
การพัฒนาพื้นที่สาธารณะที่เท่าเทียม: Universal Design และเศรษฐกิจฐานราก
นอกเหนือจากเรื่องฝุ่นและการคมนาคม พรรคเพื่อไทยยังให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่เมืองที่เป็นมิตรต่อคนทุกกลุ่ม (Inclusive Cities) ผ่านโครงการปรับปรุงพื้นที่รอบสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ
สะพานเขียว (Green Bridge) และหลักการ Universal Design
โครงการปรับปรุงสะพานเขียวซึ่งเชื่อมต่อระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร ใช้งบประมาณกว่า 260 ล้านบาท
โครงการ Hawker Center: ยกระดับสตรีทฟู้ดและผู้ค้าเดิม
การจัดการพื้นที่ทางเท้ารอบสวนลุมพินีถูกยกระดับสู่โครงการ Hawker Center บริเวณถนนราชดำริ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการต้นปี 2569
| รายละเอียดโครงการ Hawker Center สวนลุมพินี | ข้อมูลจำเพาะ |
| จำนวนร้านค้าที่รองรับ | สูงสุด 88 ร้านต่อรอบ (เช้า/เย็น) |
| ช่วงเวลาให้บริการ | รอบเช้า 05.00-16.00 น. / รอบเย็น 16.00-24.00 น. |
| การออกแบบอาคาร | ระบายอากาศธรรมชาติ (No AC), หลังคาสีหม่นลดการสะท้อนแสง |
| บริบททางสังคม | เชื่อมโยงวิถีชีวิตผู้ออกกำลังกายและนักท่องเที่ยว |
การวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงนโยบาย: เพื่อไทย ก้าวไกล และภูมิใจไทย
ในตลาดการเมืองปี 2569 นโยบาย PM2.5 ของแต่ละพรรคมีจุดเน้นที่แตกต่างกัน แม้จะมีเป้าหมายร่วมกันในการลดฝุ่นละออง
พรรคเพื่อไทย: เน้นการใช้อำนาจรัฐผ่านกฎหมายอากาศสะอาด การอุดหนุนราคาขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ (20 บาทตลอดสาย) และการเจรจาระดับระหว่างประเทศเพื่อหยุดการเผาไร่
10 พรรคก้าวไกล: เน้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น (งบปรับตัวตำบลละ 3 ล้านบาท) การจำกัดการเผาภายใน 3 ปี และการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเปลี่ยนฟางข้าวเป็นรายได้ รวมถึงรถเมล์ไฟฟ้าทุกจังหวัด
10 พรรคภูมิใจไทย: เน้นการติดตั้งโซลาร์รูฟฟรีทุกครัวเรือนเพื่อลดโลกร้อน และมาตรการวินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันละ 6,000 บาท เพื่อสนับสนุนรายย่อย
10
ยุทธศาสตร์ของเพื่อไทยมีความโดดเด่นในการเชื่อมโยง "ระบบโครงสร้างพื้นฐานเมือง" เข้ากับ "สิทธิทางสุขภาพ" ซึ่งสอดคล้องกับฐานเสียงในกลุ่มคนเมืองและชนชั้นกลางที่ต้องการความสะดวกสบายควบคู่ไปกับความปลอดภัยในชีวิต
ความท้าทายและบทสรุปเชิงนโยบายสำหรับการเลือกตั้งปี 2569
นโยบายการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ของพรรคเพื่อไทยที่นำเสนอผ่านกิจกรรม ณ สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 สะท้อนถึงความพยายามในการใช้รัฐสวัสดิการและการจัดการเชิงเทคนิคัลเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยชี้ขาดหลายประการ
ประการแรก ความสามารถในการผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ให้ผ่านด่านวุฒิสภาในช่วงโค้งสุดท้ายถือเป็นบททดสอบสำคัญของความจริงใจทางการเมือง
ในภาพรวม นโยบายของพรรคเพื่อไทยในปี 2569 ไม่ได้มองว่าฝุ่น PM2.5 เป็นเพียงมลพิษที่ต้องกำจัด แต่มองว่าเป็นโอกาสในการปฏิรูประบบขนส่งมวลชน ปรับปรุงกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้เป็นสากล และสร้างพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น