สื่อถึงบทความวิชาการนี้วิเคราะห์การล่มสลายของมหาวิทยาลัยนาลันทาในอินเดีย เพื่อถอดบทเรียนสำคัญว่าการสูญสิ้นของอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่นั้นเกิดจาก ความอ่อนแอของอำนาจรัฐ เป็นหลัก ผู้เขียนระบุว่า สาเหตุหลักมาจากการเสื่อมถอยของราชวงศ์ผู้อุปถัมภ์ การลดลงของการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและศาสนา ซึ่งทำให้สถาบันกลายเป็น ศูนย์กลางปัญญาที่ไร้การป้องกัน ก่อนที่จะถูกทำลายโดยการรุกรานจากภายนอก บทเรียนเชิงโครงสร้างดังกล่าวถูกนำมาเชื่อมโยงกับการเมืองไทยร่วมสมัย โดยชี้ให้เห็นความเสี่ยงที่คล้ายกันจาก ความไม่มั่นคงทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้ง มีการเน้นย้ำว่า หากกลไกรัฐขาดเอกภาพและนโยบายขาดความต่อเนื่อง ประเทศไทยอาจซ้ำรอยนาลันทา คือล่มสลายเพราะ การบริหารราชการที่บกพร่อง มิใช่เพราะประชาชนขาดความสามารถ ดังนั้น จึงเสนอแนะให้ประเทศไทยมุ่งเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของสถาบันการเมือง และรักษาความมั่นคงทางนโยบายเพื่อปกป้องทุนทางปัญญาและอนาคตของชาติอย่างยั่งยืน
วิเคราะห์ถอดบทเรียนมหาวิทยาลัยนาลันทาล่มสลายสู่การเมืองไทย
บทนำ
มหาวิทยาลัยนาลันทาในแคว้นมคธ ประเทศอินเดีย เคยเป็นสถาบันการศึกษาทางพุทธศาสนาที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโบราณ มีบทบาทสำคัญทั้งด้านวิปัสสนา ปรัชญา พุทธจิตวิทยา ตรรกศาสตร์ และคณาจารย์ผู้ทรงภูมิความรู้ แต่สถาบันอันยิ่งใหญ่นี้กลับล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิงในคริสต์ศตวรรษที่ 12 เกิดเป็นบทเรียนเชิงอารยธรรมที่สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบการเมืองที่ไร้เสถียรภาพ
การเดินทางไปยังสังเวชนียสถานต่าง ๆ ของ ดร.ณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง จังหวัดเชียงราย ทำให้เกิดการรำลึกถึงความรุ่งเรืองและความเสื่อมของนาลันทา โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า “เกิดอะไรขึ้นเมื่ออำนาจรัฐอ่อนแอ?” ซึ่งเป็นโจทย์ที่สัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับบริบทการเมืองไทยร่วมสมัย
บทความนี้มุ่งวิเคราะห์สาเหตุของการล่มสลายของนาลันทา และถอดบทเรียนเชิงโครงสร้างเพื่อเชื่อมโยงสู่การเมืองไทยในปัจจุบัน ผ่านกรอบวิเคราะห์ด้านอำนาจรัฐ สถาบันการเมือง เสถียรภาพทางนโยบาย และความมั่นคงของชาติ
1. สาเหตุความเสื่อมของนาลันทา: การสั่งสมความเปราะบางเชิงโครงสร้าง
1.1 ความอ่อนแอของราชวงศ์ผู้ปกครองมคธ
นาลันทาพึ่งพาระบบอุปถัมภ์ของราชสำนักมาตั้งแต่อดีตกาล เมื่อราชวงศ์คุปตะและราชวงศ์ต่อมาทยอยเสื่อมกำลัง อำนาจรัฐเริ่มอ่อนแอลง ส่งผลให้
-
งบประมาณที่เคยมอบให้วัดและนักบวชลดลง
-
ระบบคุ้มครองด้านทหารไม่สามารถรักษาเมืองได้
-
สถาบันการศึกษากลายเป็น “ศูนย์กลางปัญญาที่ไร้การป้องกัน”
ความอ่อนแอของรัฐคือรากเหง้าที่สำคัญที่สุดของการล่มสลายครั้งนี้
1.2 การลดลงของการอุปถัมภ์ศาสนาในอินเดีย
ในช่วงปลายยุคคลาสสิก ความนิยมในพุทธศาสนาเริ่มเสื่อมลง ขณะที่ศาสนาฮินดูของหลายราชวงศ์กลับฟื้นตัว ระบบสนับสนุนทางทรัพยากรจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง นาลันทาซึ่งมีพระและศิษย์นับพันจึงแบกรับภาระมหาศาลโดยไม่มีรัฐคอยประคองเช่นเดิม
1.3 ความซับซ้อนภายในสำนัก
ความแตกต่างของแนวคิดระหว่าง
-
สำนัก มาธยมิกะ
-
สำนัก โยคาจาระ
ก่อให้เกิดความขัดแย้งเชิงวิชาการภายในสถาบัน ทำให้การบริหารจัดการยากขึ้นในช่วงที่ทรัพยากรเริ่มขาดแคลน
1.4 ความเสื่อมทางเศรษฐกิจของแคว้นมคธ
เส้นทางการค้าลุ่มคงคาที่เคยคึกคักเริ่มเสื่อมถอย ทำให้เมืองรอบนาลันทาขาดรายได้ เศรษฐกิจอ่อนแอ และไม่สามารถสนับสนุนสถาบันได้อีกต่อไป
1.5 การรุกรานของเติร์ก: จุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อโครงสร้างภายในรัฐเสื่อมถอย กองทัพไม่มีความพร้อม ปี ค.ศ. 1193 บักตียาร์ คิลจีสามารถโจมตีและเผานาลันทาได้ง่ายดาย
-
หอสมุดถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน
-
ตำราหายไปหลายศตวรรษ
-
พระภิกษุจำนวนมากถูกสังหาร
นาลันทาล่มสลายไม่ใช่เพราะขาดปัญญาหรือปราชญ์ผู้รู้ แต่เพราะ “รัฐล้มเหลว” ในการปกป้องทุนทางปัญญาของชาติ
2. การเมืองไทยในกระจกเงาของนาลันทา
2.1 เสถียรภาพทางการเมือง: ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
กรณีศึกษานาลันทาชี้ชัดว่า หากรัฐอ่อนแอ ไม่สามารถสร้างความต่อเนื่องได้ โครงการสำคัญระดับชาติย่อมประสบความเสี่ยง เช่นเดียวกับการเมืองไทยที่
-
รัฐบาลเปลี่ยนบ่อย
-
นโยบายไม่ต่อเนื่อง
-
แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวขาดความยั่งยืน
-
การศึกษาวิจัยและความมั่นคงมีงบผันผวน
สิ่งเหล่านี้คล้ายสัญญาณเตือนจากนาลันทา
2.2 หน่วยงานรัฐขาดเอกภาพ: จากอดีตสู่ปัจจุบัน
เหมือนที่มคธเคยขาดเอกภาพ ไทยในปัจจุบันก็เผชิญปัญหา
-
กลไกรัฐไม่ประสานงาน
-
ระบบราชการทำงานแบบแยกส่วน
-
การจัดการภัยพิบัติมีช่องโหว่
ตัวอย่างที่ชัดคือ น้ำท่วมหาดใหญ่ปี 2568 ที่ถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาเรื่อง “รัฐอ่อนแอ” ในการบริหารความมั่นคงมนุษย์
2.3 ภัยภายนอกและภัยภายใน: ความเปราะบางที่ทวีคูณ
นาลันทาถูกทำลายเมื่อภัยภายนอกรวมกับความเสื่อมภายใน
ประเทศไทยเองก็เผชิญภัยร่วมสมัย เช่น
-
ภัยคุกคามไซเบอร์
-
สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว
-
ความเหลื่อมล้ำเรื้อรัง
-
ความปั่นป่วนทางการเมือง
หากโครงสร้างรัฐไม่นิ่ง สามารถเกิดหายนะได้ง่าย เช่นเดียวกับนาลันทา
3. บทเรียนเชิงนโยบายจากนาลันทาสู่ประเทศไทย
3.1 ความมั่นคงทางนโยบายสำคัญไม่แพ้ความมั่นคงทางทหาร
การมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และต่อเนื่องคือหัวใจของการรักษาทุนทางอารยธรรม
ประเทศไทยควรพัฒนา
-
นโยบายการศึกษาแบบระยะยาว
-
การบริหารภัยพิบัติที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์
-
ระบบราชการที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ
3.2 สถาบันการเมืองต้องเข้มแข็ง
บทเรียนจากมคธชี้ว่าเมื่อสถาบันการเมืองอ่อนแอ
-
ความรู้หาย
-
มรดกชาติสูญ
-
โครงการใหญ่ล่ม
ประเทศไทยจึงควรเสริมความเข้มแข็งของรัฐสภา รัฐบาล และองค์กรอิสระ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
3.3 รัฐต้องเป็น “ผู้คุ้มครองทุนปัญญา”
หากนาลันทามีการคุ้มครองที่เข้มแข็ง
ประวัติศาสตร์อาจไม่สูญหาย
ไทยเองต้องปกป้อง
-
มหาวิทยาลัย
-
สถาบันวิจัย
-
ศักยภาพประชาชน
ให้ไม่ถูกทำลายด้วยความผันผวนทางการเมือง
สรุป
มหาวิทยาลัยนาลันทาถูกทำลายเพราะ “รัฐล้มเหลว” ไม่ใช่เพราะ “ประชาชนไร้ความรู้” ดังนั้น บทเรียนสำคัญที่สุดคือ:
อารยธรรมล่มสลายได้ เมื่อโครงสร้างอำนาจรัฐอ่อนแอ แม้จะมีปัญญาและศักยภาพมากเพียงใดก็ตาม
เมื่อเทียบกับประเทศไทย นาลันทาเตือนให้เห็นว่า
หากการเมืองไม่มั่นคง นโยบายไม่ต่อเนื่อง และสถาบันรัฐไม่มีเอกภาพ ประเทศย่อมเสี่ยงซ้ำรอยนาลันทา คือ ล่มเพราะการบริหารบกพร่อง ไม่ใช่เพราะคนไทยขาดความสามารถ
บทเรียนนี้จึงควรได้รับการตระหนักในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้นำประเทศจนถึงผู้กำหนดนโยบาย เพื่อรักษา “ทุนทางปัญญาและอนาคตชาติ” ให้มั่นคงอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น