วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รัฐอ่อนแอ: บทเรียนนาลันทาสู่การเมืองไทย ล่มเพราะการบริหารบกพร่อง ไม่ใช่เพราะคนไทยขาดความสามารถ

 


 สื่อถึงบทความวิชาการนี้วิเคราะห์การล่มสลายของมหาวิทยาลัยนาลันทาในอินเดีย เพื่อถอดบทเรียนสำคัญว่าการสูญสิ้นของอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่นั้นเกิดจาก ความอ่อนแอของอำนาจรัฐ เป็นหลัก ผู้เขียนระบุว่า สาเหตุหลักมาจากการเสื่อมถอยของราชวงศ์ผู้อุปถัมภ์ การลดลงของการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและศาสนา ซึ่งทำให้สถาบันกลายเป็น ศูนย์กลางปัญญาที่ไร้การป้องกัน ก่อนที่จะถูกทำลายโดยการรุกรานจากภายนอก บทเรียนเชิงโครงสร้างดังกล่าวถูกนำมาเชื่อมโยงกับการเมืองไทยร่วมสมัย โดยชี้ให้เห็นความเสี่ยงที่คล้ายกันจาก ความไม่มั่นคงทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้ง มีการเน้นย้ำว่า หากกลไกรัฐขาดเอกภาพและนโยบายขาดความต่อเนื่อง ประเทศไทยอาจซ้ำรอยนาลันทา คือล่มสลายเพราะ การบริหารราชการที่บกพร่อง มิใช่เพราะประชาชนขาดความสามารถ ดังนั้น จึงเสนอแนะให้ประเทศไทยมุ่งเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของสถาบันการเมือง และรักษาความมั่นคงทางนโยบายเพื่อปกป้องทุนทางปัญญาและอนาคตของชาติอย่างยั่งยืน

วิเคราะห์ถอดบทเรียนมหาวิทยาลัยนาลันทาล่มสลายสู่การเมืองไทย

บทนำ

มหาวิทยาลัยนาลันทาในแคว้นมคธ ประเทศอินเดีย เคยเป็นสถาบันการศึกษาทางพุทธศาสนาที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโบราณ มีบทบาทสำคัญทั้งด้านวิปัสสนา ปรัชญา พุทธจิตวิทยา ตรรกศาสตร์ และคณาจารย์ผู้ทรงภูมิความรู้ แต่สถาบันอันยิ่งใหญ่นี้กลับล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิงในคริสต์ศตวรรษที่ 12 เกิดเป็นบทเรียนเชิงอารยธรรมที่สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบการเมืองที่ไร้เสถียรภาพ

การเดินทางไปยังสังเวชนียสถานต่าง ๆ ของ ดร.ณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง จังหวัดเชียงราย ทำให้เกิดการรำลึกถึงความรุ่งเรืองและความเสื่อมของนาลันทา โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า “เกิดอะไรขึ้นเมื่ออำนาจรัฐอ่อนแอ?” ซึ่งเป็นโจทย์ที่สัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับบริบทการเมืองไทยร่วมสมัย

บทความนี้มุ่งวิเคราะห์สาเหตุของการล่มสลายของนาลันทา และถอดบทเรียนเชิงโครงสร้างเพื่อเชื่อมโยงสู่การเมืองไทยในปัจจุบัน ผ่านกรอบวิเคราะห์ด้านอำนาจรัฐ สถาบันการเมือง เสถียรภาพทางนโยบาย และความมั่นคงของชาติ


1. สาเหตุความเสื่อมของนาลันทา: การสั่งสมความเปราะบางเชิงโครงสร้าง

1.1 ความอ่อนแอของราชวงศ์ผู้ปกครองมคธ

นาลันทาพึ่งพาระบบอุปถัมภ์ของราชสำนักมาตั้งแต่อดีตกาล เมื่อราชวงศ์คุปตะและราชวงศ์ต่อมาทยอยเสื่อมกำลัง อำนาจรัฐเริ่มอ่อนแอลง ส่งผลให้

  • งบประมาณที่เคยมอบให้วัดและนักบวชลดลง

  • ระบบคุ้มครองด้านทหารไม่สามารถรักษาเมืองได้

  • สถาบันการศึกษากลายเป็น “ศูนย์กลางปัญญาที่ไร้การป้องกัน”

ความอ่อนแอของรัฐคือรากเหง้าที่สำคัญที่สุดของการล่มสลายครั้งนี้

1.2 การลดลงของการอุปถัมภ์ศาสนาในอินเดีย

ในช่วงปลายยุคคลาสสิก ความนิยมในพุทธศาสนาเริ่มเสื่อมลง ขณะที่ศาสนาฮินดูของหลายราชวงศ์กลับฟื้นตัว ระบบสนับสนุนทางทรัพยากรจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง นาลันทาซึ่งมีพระและศิษย์นับพันจึงแบกรับภาระมหาศาลโดยไม่มีรัฐคอยประคองเช่นเดิม

1.3 ความซับซ้อนภายในสำนัก

ความแตกต่างของแนวคิดระหว่าง

  • สำนัก มาธยมิกะ

  • สำนัก โยคาจาระ

ก่อให้เกิดความขัดแย้งเชิงวิชาการภายในสถาบัน ทำให้การบริหารจัดการยากขึ้นในช่วงที่ทรัพยากรเริ่มขาดแคลน

1.4 ความเสื่อมทางเศรษฐกิจของแคว้นมคธ

เส้นทางการค้าลุ่มคงคาที่เคยคึกคักเริ่มเสื่อมถอย ทำให้เมืองรอบนาลันทาขาดรายได้ เศรษฐกิจอ่อนแอ และไม่สามารถสนับสนุนสถาบันได้อีกต่อไป

1.5 การรุกรานของเติร์ก: จุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อโครงสร้างภายในรัฐเสื่อมถอย กองทัพไม่มีความพร้อม ปี ค.ศ. 1193 บักตียาร์ คิลจีสามารถโจมตีและเผานาลันทาได้ง่ายดาย

  • หอสมุดถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน

  • ตำราหายไปหลายศตวรรษ

  • พระภิกษุจำนวนมากถูกสังหาร

นาลันทาล่มสลายไม่ใช่เพราะขาดปัญญาหรือปราชญ์ผู้รู้ แต่เพราะ “รัฐล้มเหลว” ในการปกป้องทุนทางปัญญาของชาติ


2. การเมืองไทยในกระจกเงาของนาลันทา

2.1 เสถียรภาพทางการเมือง: ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

กรณีศึกษานาลันทาชี้ชัดว่า หากรัฐอ่อนแอ ไม่สามารถสร้างความต่อเนื่องได้ โครงการสำคัญระดับชาติย่อมประสบความเสี่ยง เช่นเดียวกับการเมืองไทยที่

  • รัฐบาลเปลี่ยนบ่อย

  • นโยบายไม่ต่อเนื่อง

  • แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวขาดความยั่งยืน

  • การศึกษาวิจัยและความมั่นคงมีงบผันผวน

สิ่งเหล่านี้คล้ายสัญญาณเตือนจากนาลันทา

2.2 หน่วยงานรัฐขาดเอกภาพ: จากอดีตสู่ปัจจุบัน

เหมือนที่มคธเคยขาดเอกภาพ ไทยในปัจจุบันก็เผชิญปัญหา

  • กลไกรัฐไม่ประสานงาน

  • ระบบราชการทำงานแบบแยกส่วน

  • การจัดการภัยพิบัติมีช่องโหว่

ตัวอย่างที่ชัดคือ น้ำท่วมหาดใหญ่ปี 2568 ที่ถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาเรื่อง “รัฐอ่อนแอ” ในการบริหารความมั่นคงมนุษย์

2.3 ภัยภายนอกและภัยภายใน: ความเปราะบางที่ทวีคูณ

นาลันทาถูกทำลายเมื่อภัยภายนอกรวมกับความเสื่อมภายใน
ประเทศไทยเองก็เผชิญภัยร่วมสมัย เช่น

  • ภัยคุกคามไซเบอร์

  • สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว

  • ความเหลื่อมล้ำเรื้อรัง

  • ความปั่นป่วนทางการเมือง

หากโครงสร้างรัฐไม่นิ่ง สามารถเกิดหายนะได้ง่าย เช่นเดียวกับนาลันทา


3. บทเรียนเชิงนโยบายจากนาลันทาสู่ประเทศไทย

3.1 ความมั่นคงทางนโยบายสำคัญไม่แพ้ความมั่นคงทางทหาร

การมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และต่อเนื่องคือหัวใจของการรักษาทุนทางอารยธรรม
ประเทศไทยควรพัฒนา

  • นโยบายการศึกษาแบบระยะยาว

  • การบริหารภัยพิบัติที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์

  • ระบบราชการที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

3.2 สถาบันการเมืองต้องเข้มแข็ง

บทเรียนจากมคธชี้ว่าเมื่อสถาบันการเมืองอ่อนแอ

  • ความรู้หาย

  • มรดกชาติสูญ

  • โครงการใหญ่ล่ม

ประเทศไทยจึงควรเสริมความเข้มแข็งของรัฐสภา รัฐบาล และองค์กรอิสระ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

3.3 รัฐต้องเป็น “ผู้คุ้มครองทุนปัญญา”

หากนาลันทามีการคุ้มครองที่เข้มแข็ง
ประวัติศาสตร์อาจไม่สูญหาย

ไทยเองต้องปกป้อง

  • มหาวิทยาลัย

  • สถาบันวิจัย

  • ศักยภาพประชาชน

ให้ไม่ถูกทำลายด้วยความผันผวนทางการเมือง


สรุป

มหาวิทยาลัยนาลันทาถูกทำลายเพราะ “รัฐล้มเหลว” ไม่ใช่เพราะ “ประชาชนไร้ความรู้” ดังนั้น บทเรียนสำคัญที่สุดคือ:

อารยธรรมล่มสลายได้ เมื่อโครงสร้างอำนาจรัฐอ่อนแอ แม้จะมีปัญญาและศักยภาพมากเพียงใดก็ตาม

เมื่อเทียบกับประเทศไทย นาลันทาเตือนให้เห็นว่า
หากการเมืองไม่มั่นคง นโยบายไม่ต่อเนื่อง และสถาบันรัฐไม่มีเอกภาพ ประเทศย่อมเสี่ยงซ้ำรอยนาลันทา คือ ล่มเพราะการบริหารบกพร่อง ไม่ใช่เพราะคนไทยขาดความสามารถ

บทเรียนนี้จึงควรได้รับการตระหนักในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้นำประเทศจนถึงผู้กำหนดนโยบาย เพื่อรักษา “ทุนทางปัญญาและอนาคตชาติ” ให้มั่นคงอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พรรคโอกาสใหม่ชู "การศึกษา AI" สู่ "ดร.มหานิยมโมเดล" ปั้นสกลนครห้องทดลองรัฐดิจิทัล

เลือกตั้ง 2569 : พรรคโอกาสใหม่ชูนโยบาย “การศึกษา AI” พลิกเกมความเหลื่อมล้ำ — เจาะโมเดล ‘นิยม เวชกามา’ สกลนคร เขต 2 วัด–โรงเรียน–ดิจิทัล การ...